ไลฟ์สไตล์

กทม.เป็นเจ้าภาพหนังสือโลกปี56

กทม.เป็นเจ้าภาพหนังสือโลกปี56

20 ธ.ค. 2555

กทม. เตรียมเป็นเจ้าภาพ "กรุงเทพฯเมืองหนังสือโลกปี56" ตั้งเป้าคนอ่าน 10 เล่มต่อคน ชูเป็นวาระเมืองกรุง

                          20 ธ.ค. 55  นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมหารือเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพโครงการ "กรุงเทพมหานครเมืองหนังสือโลกปี 2556" ว่า กทม.ได้เชิญห้างสรรพสินค้าหลายแห่งร่วมประชุมกำหนดแนวทางการเฉลิมฉลองการร่วมเป็นเจ้าภาพเมืองหนังสือโลกในปีหน้า ระหว่างวันที่ 20-23 เมษายน 2556 โดยใช้สโลแกนว่า "อ่านกัน สนั่นเมือง" พร้อมขอความร่วมมือจากห้างร้านต่างๆ ในการรณรงค์เรื่องการอ่านและการเป็นเมืองหนังสือโลก อาทิ การจัดกิจกรรม การเดินขบวนรณรงค์อ่านหนังสือ การติดธงประดับเมือง ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงปิดภาคเรียนด้วย จึงอยากให้เด็กๆ เยาวชน หันมาอ่านหนังสือให้มากๆ โดยหวังว่าในปี 2556 จะเป็นปีแห่งการรณรงค์เรื่องการอ่าน โดยเฉพาะการนำการเป็นเมืองหนังสือโลกมากระตุ้นเรื่องการอ่าน

                          "ซึ่งข้อมูลสถิติการอ่านล่าสุดของคนกรุงเทพฯ มีการอ่านประมาณ 2 - 5 เล่มต่อคนต่อปี จึงตั้งเป้าว่าปี 2556 จะมีอัตราที่เพิ่มขึ้นเป็น 10 เล่มต่อคน"

                          นางทยา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กิจกรรมที่จะจัดขึ้นประกอบด้วย ในวันเด็กแห่งชาติจะมีการมอบหนังสือกับโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และมีการทำหนังสือให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง สำหรับอ่านหนังสือให้เด็กเล็ก หรือเด็กแรกเกิดฟัง รวมถึงจัดส่งมอบหนังสือให้กับผู้ที่ด้อยโอกาส การเยี่ยมบ้านพักคนชรา และการเน้นเรื่องอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟัง และการจัดกิจกรรมบนสกายวอร์คเพื่อณรงค์ให้พื้นที่ทุกพื้นที่เป็นพื้นที่ของการอ่าน โดยหวังอยากให้ผู้บริหารของกทม.ชุดใหญ่ ให้การอ่านเป็นวาระของชาติและเมืองหลวง จึงอยากฝากให้ผู้ที่จะมาทำงานตรงนี้ทำอย่างต่อเนื่องด้วย

                          นางทยา กล่าวด้วยว่า ส่วนความแตกต่างของการเป็นเจ้าภาพเมืองหนังสือโลกนั้น อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องของพื้นที่การอ่านที่มากขึ้นทั้งในห้องสมุดและบ้านหนังสือ ในโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ในธนาคารอาจจะจัดมุมหนังสือให้คนที่เช้ารับการบริการได้อ่าน หรือแม้กระทั้งการเพิ่มจำนวนหนังสือในรถแท็กซี่ รถเมล์ คนที่เดินทางบนรถไฟฟ้าอาจจะมีหนังสือติดมืออ่าน โดยเมื่อทำตรงนี้สำเร็จสามารถที่จะเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นได้แล้ว คิดว่าจังหวัดอื่นก็ควรจะนำไปทำเป็นแบบอย่างด้วย