ไลฟ์สไตล์

ป่าไม้ผนึกชุมชนจัดการป่าต้นน้ำยั่งยืน

ป่าไม้ผนึกชุมชนจัดการป่าต้นน้ำยั่งยืน

20 ธ.ค. 2555

กรมป่าไม้ชู 'ปลูกแฝก-สร้างฝาย' ผนึกชุมชนจัดการป่าต้นน้ำยั่งยืน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

                          หลังคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการฟื้นฟู การอนุรักษ์ป่าและดิน การทำฝายชะลอน้ำ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 ตามที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เห็นชอบในหลักการและในปีงบประมาณ 2555 กรมป่าไม้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ

                          ซึ่งประกอบด้วย 1.กิจกรรมการก่อสร้างฝายถาวร 610 แห่ง ฝายกึ่งถาวร 2,200 แห่งครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำสาขา 12 สาขารวม 8 จังหวัดในพื้นที่ต้นน้ำ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ตาก แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ อุทัยธานีและเลย 2.กิจกรรมการเพาะชำกล้าไม้จำนวน 82.6 ล้านกล้าและกิจกรรมการเพาะชำหญ้าแฝกอีกจำนวน 20 ล้านกล้าสำหรับปลูกเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมทั้งเตรียมกล้าเป็นกล้าไม้ขนาดใหญ่เพื่อปลูกในปีถัดไปและแจกจ่ายให้ประชาชนเพื่อนำไปปลูกในช่วงฤดูฝนปีหน้า

                          "การจัดแผนการฟื้นฟูการอนุรักษ์ป่าและดินและการจัดทำฝายชะลอน้ำในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณพื้นที่ 6 ลุ่มน้ำหลัก ปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก และ 12 ลุ่มน้ำสาขารวม 8 จังหวัดในพื้นที่ต้นน้ำนั้นจะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องดูแลรักษาป่าและต้องบูรณาการร่วมกัน พร้อมทั้งน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมได้ให้นโยบายทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปแล้ว"

                          บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวถึงแผนการดำเนินงานระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมภารกิจการก่อสร้างฝายชะลอน้ำ ณ หน่วยฟื้นฟูการอนุรักษ์ป่าและดินลุ่มน้ำสาขาห้วยน้ำพุง ต.โป่ง อ.ด่านซ้าย จ.เลย โดยเฉพาะการทำฝายตั้งแต่การสำรวจ กำหนดรูปแบบและเลือกจุดก่อสร้างจะต้องมีประชาชนในพื้นที่มาร่วมในการตัดสินใจด้วย เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการสร้างฝายดังกล่าว โดยจัดทำใน 2 รูปแบบ คือฝายถาวรและกึ่งถาวร นอกจากนี้ยังมีการสร้างอ่างขนาดเล็กบริเวณข้างลำห้วยหรือแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อเป็นที่กักเก็บน้ำและช่วยลดปริมาณน้ำในแหล่งน้ำสายหลักอีกด้วย

                          ทั้งนี้กรมป่าไม้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นตามที่ได้รับมอบหมายแล้ว ถึงแม้ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาได้เกิดภาวะฝนตกหนักและเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศ จึงทำให้ฝายถาวรและกึ่งถาวรได้เกิดชำรุดบกพร่องบ้างในบางแห่ง โดยแบ่งเป็นฝายถาวรชำรุด 111 แห่ง จากทั้งหมด 610 แห่งและฝายกึ่งถาวรชำรุด 195 แห่ง จากจำนวน 2,200 แห่ง และขณะนี้ก็ได้ดำเนินการซ่อนแซมเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

                          "กรมป่าไม้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการฟื้นฟู การอนุรักษ์ป่าและดิน การทำฝายทั้งกิจกรรมการสร้างฝายเพาะชำกล้าไม้และแฝกจะช่วยในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำเพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำในหน้าฝนและปลดปล่อยน้ำในหน้าแล้งให้ประชาชนในบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งได้เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นและปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนในท้องถิ่นได้ร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลรักษาฝายและช่วยกันปลูกต้นไม้และหญ้าแฝกเพื่อช่วยอนุรักษ์ป่าไม้ให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด ยาวนานและยั่งยืน" อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวย้ำ

                          ด้าน ชนาธิป กุลดิลก ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้ กล่าวเสริมว่า สำหรับในท้องที่จ.เลยนั้นได้ดำเนินการก่อสรางฝายถาวรจำนวน 57 แห่ง ซึ่งพบว่ามีฝายชำรุดและดำเนินการซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 17 แห่งและฝายกึ่งถาวรจำนวน 296 แห่ง มีเพียง 11 แห่งที่ชำรุด และขณะนี้ได้ดำเนินการซ่อมแซมเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเพาะกล้าไม้ จำนวน 1.68 ล้านกล้าและเพาะชำหญ้าแฝก จำนวน 175 ล้านกล้าอีกด้วย

                          นับเป็นอีกก้าวของกรมป่าไม้ในการช่วยฟื้นฟูป่าต้นน้ำ จากโครงการดังกล่าวที่ไม่เพียงแค่การอนุรักษ์ป่าและดินเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่ต้นน้ำอีกด้วย

 

 

--------------------

(กรมป่าไม้ชู 'ปลูกแฝก-สร้างฝาย' ผนึกชุมชนจัดการป่าต้นน้ำยั่งยืน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)