ไลฟ์สไตล์

แพทย์ชี้เด็กติดในรถแค่30นาทีตาย!!

แพทย์ชี้เด็กติดในรถแค่30นาทีตาย!!

19 ธ.ค. 2555

แพทย์ชี้เด็กติดในรถแค่ 30 นาทีตาย เพราะความร้อนสูง ส่งผลเกิดภาวะเลือดเป็นกรด หยุดหายใจ ไม่ใช่ขาดอากาศหายใจตามที่เข้าใจ แนะพ่อแม่ห้ามทิ้งลูกไว้ในรถ

               19 ธ.ค.55 รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเด็ก 3 ขวบเสียชีวิตขณะติดอยู่ในรถว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า เด็กที่ติดอยู่ในรถแล้วเสียชีวิตเป็นผลจากการขาดอากาศหายใจจากการที่ปิดประตูหน้าต่างสนิท แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ อากาศภายในสามารถนอนได้นานเป็นชั่วโมง ส่วนใหญ่เด็กจะเสียชีวิตจากความร้อนภายในที่สูงขึ้น ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาทีอุณหภูมิในรถจะเพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถอยู่ในรถได้ หากอยู่ในรถผ่านไป 10 นาที ร่างกายจะแย่ และภายใน 30 นาทีถึงขั้นเสียชีวิต

                “ปกติร่างกายจะรักษาอุณหภูมิร่างกายไว้ที่ 37 องศาเซลเซียส เมื่อต้องติดอยู่ในรถที่ความร้อนสูงขึ้น ช่วงใหม่ๆ ร่างกายจะขับความร้อนออกมาในรูปแบบของเหงื่อ แต่เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งร่างกายจะทนไม่ไหว ทำให้ร่างกายหยุดทำงาน เกิดภาวะเลือดเป็นกรด หยุดหายใจและอวัยวะทุกอย่างหยุดทำงาน หากพบเจอเด็กที่ติดในรถได้เร็วจะเจอในสภาพที่เด็กตัวแดง แต่หากนานเด็กจะตัวซีดและเสียชีวิตได้”รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าว

               รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า พ่อแม่ห้ามทิ้งลูกไว้ในรถที่จอดกลางแจ้งเป็นอันขาด ไม่ว่าพ่อแม่ผู้ใหญ่จะต้องลงไปธุระนอกรถเร็วหรือช้า หากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่มากับเด็กต้องลงจากรถต้องนำเด็กลงไปด้วยทุกครั้ง หรือไม่ควรเปิดแง้มหน้าต่างไว้แล้วให้เด็กอยู่ภายใน เพราะการกระทำเช่นนี้เนื่องจากเข้าใจว่าเด็กไม่ขาดอากาศหายใจแล้วจะปลอดภัย แต่ข้อเท็จจริงเด็กเสียชีวิตจากความร้อนสูง แม้เปิดแง้มหน้าต่างรถทิ้งไว้ก็ไม่ได้เป็นการรับประกันว่า ความร้อนภายในรถจะไม่สูงขึ้นและช่วยให้เด็กปลอดภัยได้ หรือหากรถจอดในที่ร่ม เด็กอาจจะเสียชีวิตจากความร้อนที่สูงขึ้นได้เช่นกัน แต่อาจใช้เวลานานกว่ารถที่จอดกลางแจ้ง จึงไม่ควรทิ้งเด็กไว้ในรถเช่นกัน

 

..........................................

ข่าวเกี่ยวข้อง

- สลด!เด็ก3ขวบติดอยู่ในรถถูกแดดเผาดับ : http://www.komchadluek.net/detail/20121219/147541/สลด!เด็ก3ขวบติดอยู่ในรถถูกแดดเผาดับ.html

 

..........................................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)