
อวตาร'สตีฟ จ็อบส์'ในแดนมังกร
ในแผ่นดินจีน ดินแดนที่ได้ชื่อว่า โรงงานแห่งโลก เนื่องจากมีการลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปตั้งโรงงานผลิตสินค้าหลากหลายชนิดตั้งแต่สินค้าโลว์เทค
ในแผ่นดินจีน ดินแดนที่ได้ชื่อว่า “โรงงานแห่งโลก” เนื่องจากมีการลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปตั้งโรงงานผลิตสินค้าหลากหลายชนิดตั้งแต่สินค้าโลว์เทค อย่างเสื้อผ้าราคาถูก จนถึงสินค้าสุดไฮเทคเช่น ไอแพด หรือ ไอพอด ด้วยเหตุที่มีการลงทุนและการเผยแพร่เทคโนโลยีการผลิตสินค้าหลากหลายชนิดนี่เอง จึงทำให้เกิดการ “ก๊อบปี้” สินค้าออกมาจำหน่ายกันอย่างหนาตา
มีการประเมินว่าความสูญเสียในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และสินค้าแบรนด์เนมทั่วโลกสูงถึง 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 19.5 ล้านล้านบาท
ในเวลานี้ยังมีการ “ก๊อบปี้” นายสตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท แอปเปิล อิงค์ ในประเทศจีนออกมาได้เหมือน อย่างไร้ที่ติ
การก๊อบปี้ที่ว่านี้ ไม่ใช่การ “โคลน” นายสตีฟ จ็อบส์ โดยใช้ ดีเอ็นเอของอัจฉริยะแห่งอุตสาหกรรมไอทีมาผ่านกระบวนการในห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่อย่างที่ปรากฏในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เพื่อให้ได้มาซึ่งร่างโคลนและสมองอัจฉริยะของเขาออกมา
แต่เป็นการ “ก๊อบปี้” อัจฉริยภาพ และแนวคิดการสร้างธุรกิจบนพื้นฐานแห่งการพัฒนานวัตกรรมอย่างเดียวกับที่ สตีฟ จ๊อบส์ ฝากชื่อไว้ในโลกาใบนี้ ร่างโคลนเวอร์ชั่นจีนของสตีฟ จ็อบส์ มีชื่อว่า “เล่ย หยุน” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสี่ยวมี่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแดนมังกรที่เดินตามรอยความสำเร็จของแอปเปิล อิงค์ อย่างไม่ผิดเพี้ยน
ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ (แต่ไม่คล้ายกับไอโฟน จึงไม่ต้องกลัวโดนฟ้องร้อง) ขณะที่นายเล่ยมีอัตลักษณ์ของตนเองในแบบผู้บริหารติดดิน ที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่ทรงคุณค่า คล้ายกับสตีฟ จ็อบส์ แม้แต่การแนะนำผลิตภัณฑ์บนเวทีในเสื้อสีดำและกางเกงยีนสีน้ำเงินซีด แนะนำสินค้าในลักษณะเดียวกับอัจฉริยะผู้ก่อตั้งแอปเปิล อิงค์ เคยทำ จนมีคนแซวว่านายเล่ยกำลังแนะนำสินค้าของแอปเปิล อิงค์ ในเวอร์ชั่นภาษาจีนกลาง
ใช่ว่าผู้บริหารของเสี่ยวมี่จะทำตัวเหมือนอัจฉริยะผู้ล่วงลับแต่เพียงประการเดียว บริษัทของนายเล่ยก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนสามารถสร้างรายได้ระดับ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท) ต่อปี ภายในเวลาเพียง 2 ปี นับตั้งแต่เสี่ยวมี่ถือกำเนิดขึ้นมาในอุตสาหกรรมไอทีแดนมังกร
นายเล่ย อธิบายเคล็ดลับในการทำธุรกิจของเสี่ยวมี่ว่าอยู่ที่การ “ค้นหาและตอบสนองความพึงพอใจ
ของผู้บริโภค” โดยไม่ได้วิ่งไล่ตามยอดขายที่ตั้งเป้าไว้ในระดับสูง ซึ่งนั่นทำให้ผลิตภัณฑ์ของเสี่ยวมี่สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้บริโภคทุกครั้งที่มีการเปิดตัว
แนวคิดเช่นนี้ถือเป็นความท้าทาย แต่ก็เป็นจุดแข็งที่ทำให้เสี่ยวมี่สามารถสร้างจุดยืนในตลาดสมาร์ทโฟนในแดนมังกร ที่นอกจากจะมีสินค้าจากผู้ผลิตระดับโลก ทั้งไอโฟน โมโตโรลา และซัมซุง ก็ยังมีสมาร์ทโฟนแบรนด์ท้องถิ่นออกจำหน่ายอีกมาก ทั้ง เอชทีซี ซีทีอี และอื่นๆ ซึ่งทำให้ตลาดแห่งนี้ “เขี้ยว” สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ที่เตรียมตัวมาไม่ดีพอ
ทั้งแนวคิดการดำเนินธุรกิจ และการแต่งตัว ที่มีอัตลักษณ์ของนายเล่ย จึงทำให้พูดได้อย่างเต็มปากว่านายเล่ย คือร่างอวตารของสตีฟ จ็อบส์ ในเวอร์ชั่นจีนอย่างแท้จริง และการก๊อบปี้ตัวตนและแนวคิดของอัจฉริยะผู้ล่วงลับไปแล้วนั้น ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะทุกวันนี้ธุรกิจขนาดบิ๊ก เช่น ไมโครซอฟท์ อะเมซอนดอทคอม และเฟซบุ๊ค ก็ยังใช้วิธีการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ โดยผู้บริหารในชุดสบายๆ เช่นเดียวกัน และก็ทำให้สินค้าที่นำเสนอบนเวทีเข้าไปนั่งในจิตใจผู้สื่อข่าวและผู้บริโภคได้ไม่ยาก
และนั่นก็เป็นพื้นฐานแห่งความสำเร็จที่เป็นสูตรสำเร็จที่นายสตีฟ จ็อบส์ คิดค้นขึ้นมา ก่อนที่ผู้อื่นจะลอกเลียนแบบไปใช้
ไม่เว้นแม้กระทั่งนายเล่ย หยุน ผู้ก่อตั้งบริษัท เสี่ยวมี่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในแดนมังกรคนนี้ที่ประสบความสำเร็จกับการใช้สูตรสำเร็จแบบ สตีฟ จ็อบส์ มาปรุงเข้ากับธุรกิจของตน ก่อให้เกิดสูตรธุรกิจชนิดใหม่ที่ตรงใจลูกค้าแดนมังกรที่ให้การอุปถัมภ์กิจการเสี่ยวมี่จนมีรายได้ทะลุ 1 แสนล้านบาทในเวลาเพียง 2 ปี...



