ไลฟ์สไตล์

รู้ทันมะเร็ง : เป็นทั้งเอดส์ทั้งมะเร็ง

รู้ทันมะเร็ง : เป็นทั้งเอดส์ทั้งมะเร็ง

14 ธ.ค. 2555

รู้ทันมะเร็ง : เป็นทั้งเอดส์ทั้งมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

                       วันที่ 1 ธันวาคมของทุกๆ ปี เป็นวันเอดส์โลกโดยองค์การอนามัยโลกรณรงค์ให้ทุกประเทศทั่วโลกตื่นตัวด้วยการลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์รายใหม่มาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2554-2558 มีการตั้งเป้าในการรณรงค์ว่าให้เอดส์ลดลงเหลือศูนย์ให้ได้ใน 3 ประเด็นหลักคือ ไม่มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ไม่มีการเสียชีวิตจากเอดส์และไม่มีการเลือกปฏิบัติกับผู้ป่วยผู้ติดเชื้อเอดส์ แต่จะประสบผลสำเร็จแค่ไหนก็ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน

                       หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์นั้นนอกจากจะต้องผจญภัยกับอาการจากโรคเอดส์และเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายกว่าคนปกติแล้ว ผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากกว่าคนปกติด้วยเช่นกัน เหตุเพราะอะไรยังไม่รู้แน่ชัดแต่เชื่อว่าจากระบบภูมิคุ้มกันมีความบกพร่องในการควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ โรคมะเร็งในผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับภาวะเอดส์ ซึ่งได้แก่ คาร์โปซิซาร์โคม่าซึ่งเป็นมะเร็งของเนื้อเยื่ออ่อนมีต้นกำเนิดมาจากหลอดเลือด มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิ้น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ระบบประสาทส่วนกลางชนิดปฐมภูมิและมะเร็งปากมดลูก และกลุ่มที่ 2 คือโรคมะเร็งที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาวะเอดส์ซึ่งหมายถึง โรคมะเร็งอื่นๆ ที่ผู้ป่วยเอดส์มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากกว่าประชากรทั่วไปก็เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง มะเร็งอัณฑะ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ ซึ่งอาการและอาการแสดงของโรคมะเร็งในผู้ติดเชื้อเอชไอวีมักรุนแรงกว่าผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเนื่องจากมีการใช้ยาต้านไวรัสในการรักษาโรคเอดส์ ซึ่งมีผลต่อระดับภูมิต้านทานของร่างกาย หากผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีจำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกันหรือที่เรียกว่าค่าซีดีโฟว์ลดลง ก็จะมีแนวโน้มที่มะเร็งจะลุกลามมากขึ้นด้วยเช่นกัน

                       เพราะฉะนั้นการรักษาโรคมะเร็งในผู้ติดเชื้อเอชไอวีจึงยุ่งยากมากกว่าและผลการรักษาการพยากรณ์โรคมักไม่ได้ผลดีเหมือนกับผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่ติดเชื้อเพราะภูมิคุ้มกันโรคก็ไม่ดีอยู่แล้วจึงมีโอกาสติดเชื้ออื่นๆ ฉวยโอกาสแทรกซ้อนได้ง่ายเข้าไปอีก แต่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ก็อย่าพึ่งท้อแท้หมดหวัง ถ้ารักษาสุขภาพให้แข็งแรงและได้รับยาต้านไวรัสครบถ้วนตามคำแนะนำของแพทย์ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นกว่าสมัยก่อน ทั้งนี้เนื่องจากประสิทธิภาพของยาต้านไวรัสที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                       ก่อนจากอยากฝากถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ที่ยังไม่เป็นมะเร็งก็ขอให้อย่าขาดยาและอยู่ในความดูแลแพทย์อย่างใกล้ชิด อย่าชะล่าใจเพราะต้องคอยตรวจตราว่าจะเป็นมะเร็งแทรกซ้อนขึ้นหรือไม่เมื่อไร ส่วนผู้ติดเชื้อที่เป็นมะเร็งแล้วก็ขอให้สู้ต่อไปอย่าพึ่งหมดหวัง...เป็นกำลังใจให้นะครับ

 

----------------------------------

 

(รู้ทันมะเร็ง : เป็นทั้งเอดส์ทั้งมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ)