ไลฟ์สไตล์

85คำสอนสะท้อนบนภาพเขียน

85คำสอนสะท้อนบนภาพเขียน

13 ธ.ค. 2555

ศิลปวัฒนธรรม : 85 คำสอนสะท้อนบนภาพเขียน

                          เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างร่วมแสดงความจงรักภักดี โดยสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ แก่สังคมไทย ล่าสุด มูลนิธิธารศิลปรักษ์จิตรกร ร่วมกับ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์  จัดงาน "ตามรอย 85 คำสอนของพ่อหลวง" ตอน 1 นิทรรศการศิลปะกับบทเพลง โดยได้รับเกียรติจาก สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร และ คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ เป็นประธานเปิดงาน บริเวณแฟชั่นอเวนิว ชั้น จี และชั้น 1 ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ วันก่อน

                          ลลิสา จงบารมี ประธานกรรมการมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร และประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า งาน "ตามรอย 85 คำสอนของพ่อหลวง" นอกจากจะจัดขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษาแล้ว ยังแสดงถึงความเอื้ออาทร แบ่งปันห่วงใย ดูแลซึ่งกันและกัน สร้างความสมัครสมานสามัคคีของท่านจิตรกรและประติมากร พร้อมร่วมแรงร่วมใจให้ความช่วยเหลือสนับสนุนร่วมส่งผลงานมาแสดง เพื่อจัดหารายได้สมทบทุนเป็นค่ารักษาพยาบาลและสวัสดิการแก่เหล่าศิลปินสืบไป

                          ภายในงานเป็นการจัดแสดงผลงานของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยกว่า 90 ท่าน อาทิ ศ.เกียรติคุณ ประหยัด พงษ์ดำ, ศ.ปรีชา เถาทอง, ศ.อารี สุทธิพันธ์, อ.แนบ โสตถิพันธุ์, อ.ศุภกิจ อุตตรนคร, อ.พิชัย นิรันต์, อ.อภิชัย การิกาญจน์, อ.ศุภกิจ อุตตรนคร, อ.ชิงชัย อุดมเจริญกิจ เป็นต้น ร่วมกันนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาถ่ายทอดออกมาเป็นภาพจิตรกรรมและผลงานประติมากรรมอังทรงคุณค่ากว่า 120 ชิ้น

                          1 ในจำนวน 90 ศิลปิน อ.แนบ โสตถิพันธุ์ ศิลปินอาวุโส ด้านจิตรกรรมและประติมากรรม กล่าวถึงภาพที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ว่า เป็นภาพที่ชื่อ "อกาลิโก" ซึ่งทางพระธรรม แปลว่า ไม่ขึ้นกับกาลเวลา เป็นเรื่องที่สะท้อนคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สอดคล้องกับคำสอนขององค์พระสัมมาพระพุทธเจ้า ในเรื่องของการปฏิบัติดี หรือการทำสิ่งใดก็ตามไม่ต้องให้เวลามาเป็นตัวจำกัด ซึ่งคำสอนนี้หากนำมาประพฤติปฏิบัติและใช้ในทางที่ดีก็จะเกิดความดี ซึ่งสิ่งที่ในหลวงทรงสอนทุกเรื่องสามารถนำมาใช้ได้จริง สำหรับงานนี้อยากให้คนที่มาเข้าชมงานได้ลองเลือกนำมาคำสอนของท่านไปใช้ อาจเข้าใจงานศิลป์ยากหากไม่ได้ชื่นชอบงานศิลป์อย่างจริงจัง แต่อยากให้เลือกนำคำสอนไปใช้เพื่อให้ชีวิตมีความสุข

                          ด้าน อ.ศุภกิจ อุตตรนคร เจ้าของผลงานภาพวาดสีน้ำมัน "ขอบคุณข้าว"  กล่าวว่า ทุกคนเติบโตมาต้องกินข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย และภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เองถือเป็นสิริมงคลมาก และหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว ข้าวเหล่านั้นจะถูกนำมาแจกจ่ายชาวนาในพระราชพิธีแรกนาขวัญ ชาวนาก็จะนำเมล็ดข้าวไปปลูก เพื่อหมุนเวียนกลับมาให้คนทั้งประเทศได้ทานข้าวที่เป็นสิริมงคล ด้วยเหตุนี้จึงเลือกรูปดังกล่าวมาจัดแสดงเพื่อให้คนไทยได้เห็น

                          ส่วน อ.อภิชัย การิกาญจน์ ศิลปินที่มีชื่อเสียงด้านภาพจิตรกรรม นำสองผลงาน ภาพแรก "ก้าวย่างในรอยธรรม" เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวช และภาพ "ความเบิกบานใจ" เป็นภาพขณะทรงดนตรี ซึ่งภาพแรกสะท้อนถึงการเป็นองค์อุปถัมภ์พระศาสนา เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านการทำนุบำรุงศาสนาและเข้าถึงพระธรรม ส่วนภาพทรงดนตรีนั้น อยากให้เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากเรียนรู้อะไรก็ตาม อยากให้รู้ให้จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นต้นแบบในการศึกษาทุกเรื่อง อย่างเรื่องของการทรงดนตรีเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรด และทรงศึกษาจนรู้จริงจนสามารถทรงดนตรีร่วมกับนักดนตรีระดับโลกได้ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้พสกนิกรได้ปฏิบัติตาม

                          ปิดท้ายที่ อ.ชิงชัย อุดมเจริญกิจ เจ้าของผลงาน "บ้านของพ่อ" เผยว่า ปกติถนัดวาดรูปคนอยู่แล้ว และชอบวาดรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการครั้งนี้จึงเลือกนำเสนอรูปครอบครัวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งดูแล้วเกิดความอบอุ่น โดยสร้างสรรค์ขึ้นจากเทคนิคผสมอย่างพอเหมาะพอดีไม่มากจนเกินไป เพื่อไม่ให้เทคนิคต่างๆ ที่นำมาใช้ดึงความสนใจจากพระองค์ท่าน อย่างภาพนี้เลือกใช้ 3 เทคนิคด้วยกันคือสีน้ำมัน สีอะคลิริก และทองคำเปลว

                          ร่วมชื่นชมผลงานอันทรงคุณค่าโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม ตั้งแต่วันนนี้ -16 ธันวาคม บริเวณแฟชั่นอเวนิว ชั้น จี และชั้น 1 ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์