
'พัฒนรักษ์'ฟื้นชีวิตคนชายขอบ
'พัฒนรักษ์' ฟื้นชีวิตคนชายขอบ ชูศก.พอเพียง 'กะเหรี่ยง-มอญ' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
กว่า 10 ปีที่มูลนิธิพัฒนรักษ์และภาคีเครือข่ายได้เข้าไปส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แก่กลุ่มบุคคลชายขอบที่อาศัยอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทยและพม่า ฝั่ง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงและมอญ ทว่าวันนี้คนกลุ่มนี้กลับมีความเข้มแข็งมั่นคงทั้งอาชีพและรายได้ และกำลังย่างก้าวไปสู่การเป็นอาเซียนหนึ่งเดียวในอีก 3 ปีข้างหน้า
เสรี ทองมาก เลขาธิการมูลนิธิพัฒนรักษ์ย้อนอดีตให้ฟังว่ามูลนิธิพัฒนรักษ์เป็นองค์กรเล็กๆ ที่อยากเห็นคนทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะปัจจัยขั้นพื้นฐาน 4 อย่าง ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค อีกด้านหนึ่งอยากจะเติมเต็มให้แก่รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่สามารถดูแลในทุกจุดได้ โดยเฉพาะพื้นที่ชายขอบที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษาและวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาและเป็นพื้นฐานสำคัญนำไปสู่ความเจริญก้าวของประเทศ
"เราต้องดูว่าความยากจนหมายถึงอะไร บางคนบอกว่าผมไม่มีรถปิกอัพ ผมยังจน ผมเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน ผมยังจน แต่ต้องดูว่าความจนที่ว่าคุณมีโอกาสหรือเปล่าที่จะต่อสู่กับความยากจนมากน้อยขนาดไหน เวลาที่มูลนิธิวางแผนพัฒนากับคน เราจะไม่เลือกว่าเป็นคนแบบไหน ไม่เลือกสัญชาติ แต่เรามองในความเป็นมนุษย์ ผมมองว่าในกลุ่มคนไทยมีหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลืออยู่แล้ว ในขณะที่พี่น้องชายขอบอาจจะน้อยหน่อย เรายอมเป็นแสงเทียนน้อยๆ อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่อยากเป็นสปอตไลท์อยู่ในเมือง"
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนรักษ์เผยต่อว่า หลังประสบความสำเร็จในการรณรงค์การดูแลเรื่องสุขภาพของคนกลุ่มนี้เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว จึงได้ก้าวมาสู่การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรแบบครบวงจร โดยมูลนิธิได้รับบริจาคเงินจากองค์กรระหว่างประเทศที่เป็นภาคีเครือข่ายจัดซื้อที่ดินที่บ้านเวียคะดี้ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เพื่อสร้างเป็นศูนย์ฝึกอบรม พร้อมจัดทำแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาดูงานของคนในชุมชน
อโศก พลบำรุง ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิพัฒนรักษ์กล่าวเสริมว่า บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษของศูนย์จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นอาคาร 1 หลังสำหรับใช้เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและการฝึกอบรมแก่กลุ่มคณะบุคคลที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ ภายในศูนย์แห่งนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งกลุ่มบุคคลทั่วไปและเด็กนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ทั้งใน อ.สังขละบุรีและนอกพื้นที่เข้ามาใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง
โดยภายในศูนย์จะมีแปลงสาธิตการเกษตรที่หลากหลายมาก เช่น หมูหลุม กบคอนโด เลี้ยงจิ้งหรีด ไก่ไข่ ปลาดุก ผักลอยฟ้า พืชในวงซีเมนต์ พืชตามแนวรั้ว ฯลฯ ซึ่งแนวคิดแต่ละอย่างชาวบ้านหรือผู้ที่มาเยี่ยมชมสามารถนำไปประยุกต์ได้ทันที
ประจักษ์ สุวรรณภักดี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนรักษ์กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน "เกษตรแฟร์คนชายขอบ" ประจำปี 2512 ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านเวียคะดี้ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ถึงแนวทางพัฒนาของกลุ่มคนชายขอบว่าคนกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงการบริการของรัฐได้เหมือนกับคนไทย แต่พวกเขาจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับคนไทยในผืนแผ่นดินนี้ ฉะนั้นการพัฒนาด้วยการสงเคราะห์เป็นการแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่มีความยั่งยืน ดังนั้นเราต้องช่วยเขาเพื่อให้เขาช่วยตัวเองให้ได้
"จากประสบการณ์ของการเป็นนายอำเภอ เป็นผู้ว่าฯ มาหลายจังหวัด การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นแนวทางการพัฒนาที่ดีที่สุด ไม่ใช่สั่งการลงมาอย่างเดียว อย่างคนกลุ่มนี้หน่วยงานรัฐยังเข้ามาไม่ถึง ทางมูลนิธิจึงเข้ามาเสริมจุดบอดในตรงนี้" ประธานที่ปรึกษาคนเดิมกล่าวทิ้งท้าย
นับเป็นอีกก้าวของมูลนิธิพัฒนรักษ์ในการเข้ามาดูแล พัฒนาและส่งเสริมอาชีพการเกษตรแบบครบวงจรแก่กลุ่มบุคคลชายขอบ ที่มีความหลายหลากในชาติพันธุ์ อันนำมาสู่ความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป สนใจศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ ติดต่อ 08-1257-8538 ทุกวัน
--------------------
('พัฒนรักษ์' ฟื้นชีวิตคนชายขอบ ชูศก.พอเพียง 'กะเหรี่ยง-มอญ' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



