
สานฝันถ่ายทอด'ตำนานดอยตุง'
สานฝัน-แรงบันดาลใจ ถ่ายทอด'ตำนานดอยตุง' : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ
ใครที่มีโอกาสได้ไปเยือน "พระตำหนักดอยตุง" ต้องชื่นชมถึงความงดงามของอาคาร สถานที่ ดอกไม้หลากสีนานาพรรณ ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนก็ยังคงความงดงามไว้เสมอ เสมือนเจ้าของบ้านแห่งนี้ "สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" แม่ฟ้าหลวงที่ยังคงความงดงามอยู่ในใจของปวงชนชาวไทยตลอดกาล ล่าสุดเหล่าน้องๆ เยาวชนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง ได้ถ่ายภาพและเรื่องราวพระตำหนักแห่งนี้ผ่านหนังสือ "มองบ้านเพดานดาว" ภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เจนวิส มาเยอ หรือเจน วัย 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านป่าซางนาเงิน หนึ่งในผู้สรรค์สร้างหนังสือมองบ้านเพดานดาว เล่าว่าเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำหนังสือเล่มนี้เพราะโรงเรียนอยู่ในโครงการพัฒนาดอยตุงของสมเด็จย่า เข้าค่ายเยาวชนใฝ่ดีเป็นเวลา 4 วัน วันที่ 20-23 มีนาคม 2555 กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการให้ทุกคนในค่ายทำความรู้จักเพื่อนๆ และทีมงานทุกคน วันที่ 2 เรียนรู้ข้อมูลสถานที่ต่างๆ ในดอยตุง โดยออกสถานที่จริง วันที่ 3 รู้จักแม่ฟ้าหลวงผ่านการเดินศึกษาพระตำหนักและหอแห่งแรงบันดาลใจ เพื่อให้เห็นต้นคิดและเกิดแรงบันดาลใจ วันสุดท้ายวันที่ 4 ทบทวนการใช้กล้อง เลนส์ ขาตั้งกล้อง สัดส่วน มุมมอง และเทคนิคการถ่ายภาพ หลังค่ายจบลงมีการต่อยอดด้วยการทำหนังสือขึ้น รู้สึกดีใจมากเพราะจะได้ถ่ายภาพและถ่ายทอดประสบการณ์ทั้งหมดที่มีไว้ในหนังสือ
"โรงเรียนผมไม่มีวิชาถ่ายภาพ พอรู้ว่าจะมีการเข้าค่ายการถ่ายภาพจากอาจารย์ที่โรงเรียน ก็รีบหาข้อมูลเขียนใบสมัครเพื่อคัดเลือก เมื่อรู้ว่าตันเองผ่านคัดเลือกดีใจมาก...จากเมื่อก่อนเป็นคนไม่กล้าจับกล้อง ไม่กล้าใช้กล้อง กลัวมันพัง เพราะทำไม่เป็น แต่ตอนนี้ใช้เป็นแล้วครับ ได้ถ่ายรูปและเรียนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตในพระตำหนักดอยตุง ภูมิใจมากครับ" เจนวิส กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ไม่ต่างจาก สกาวเดือน อาซังกู่ หรือฟ้า และ จินตนา วิบูลธนไพศาล หรือจิน 2 สาววัย 15 ปี เพื่อนร่วมชั้นของเจนวิส บอกว่าไม่เพียงแต่การได้ถ่ายภาพในพระตำหนักดอยตุง ยังได้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชุมชน เช่น ประเพณีโล้ชิงช้า กินข้าวใหม่ เธอได้เป็นตัวแทนถ่ายภาพหรือไม่ก็จะอาสาไปช่วย และชุมชนก็นำภาพไปใช้ หรือกิจกกรรมในโรงเรียน เช่น วันเด็ก วันสุนทรภู่ ก็จะรับหน้าที่เป็นคนถ่ายภาพและนำภาพนั้นไปจัดบอร์ดประชาสัมพันธ์โรงเรียน ไม่หมดเท่านั้น พวกเธอยังใช้ความรู้ที่ได้มาสอนน้องๆ ในชุมชนและโรงเรียนในวันวันเสาร์-อาทิตย์ การใช้กล้อง การถ่ายภาพ โดยยืมกล้องจากพี่ทีมงาน
"หนูว่าถ้าได้นำความรู้ที่ได้มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ อนาคตอาจจะเป็นช่างภาพมืออาชีพได้ จึงพยายามเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด และใช้กล้องให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ หวังว่าสักวันจะใช้กล้องเป็นเครื่องมือเลี้ยงตนเอง" สกาวเดือน-จินตนา กล่าว
ธนวัฒน์ มาเยอะ หรือธัด วัย 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านห่วงไร่สามัคคี เล่าว่าเป็นคนชอบถ่ายภาพ โดยเฉพาะภาพสัตว์ที่อยู่ในธรรมชาติ เพราะแต่ละชนิดมีจุดเด่นชวนให้น่าค้นหา อีกอย่างจะได้ชมธรรมชาติไปด้วย เมื่อได้มาถ่ายภาพบอกเล่าเรื่องราวพระตำหนักดอยตุง มีหลายจุดในพระตำหนักที่เป็นไม้แกะสลักรูปสัตว์เขาจึงเลือกถ่ายทอดความรู้สึกจากภาพนั้น
"เวลาเรียนผมตั้งใจเต็มที่ จนครั้งหนึ่งได้รับรางวัลชมเชยการถ่ายภาพเกี่ยวกับแม่ฟ้าหลวง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชมตนเองว่าเก่ง ต้องฝึกฝนอีกเยอะ เผื่อวันหนึ่งจะเป็นช่างภาพถ่ายรูปสัตว์คนหนึ่งของประเทศไทย" ธนวัฒน์ กล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา บรรณาธิการหนังสือ "มองบ้านเพดานดาว" กล่าวว่า แนวคิดของค่ายนี้เกิดจากอยากให้เด็กเยาวชนได้เรียนรู้ให้สมวัย เรียนจากการได้ทำจริง ลงมือทำจริง ผ่านการเล่น ซึ่งค่ายนี้เน้นเรื่องเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ เพราะต้องการให้เด็กเข้าถึงเทคโนโลยีกล้องผ่านกิจกรรม เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆ โดยทีมงานพาน้องๆ ตั้งแต่ระดับชั้น ม.2-ม.3 ดูงานออกนอกพื้นที่ หลังจากนั้นจึงรวบรวมผลงานการถ่ายภาพของเด็กมาถ่ายทอดบนหนังสือเล่มดังกล่าว
ทั้งนี้ หนังสือเล่มนี้จะสำเร็จไม่ได้หากขาดผู้ใหญ่ใจดี หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา เจ้าหน้าที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการพัฒนาดอยตุง.... เป็นต้น สนใจอยากชื่มชมผลงานของเด็กเยาวชนและความงดงามของพระตำหนักดอยตุง หาซื้อได้ที่ร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ทุกสาขา ร้านนายอินทร์
.....................................................
(สานฝัน-แรงบันดาลใจ ถ่ายทอด'ตำนานดอยตุง' : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ)



