ไลฟ์สไตล์

ตลาด'ยางพารา'อิเล็กทรอนิกส์

ตลาด'ยางพารา'อิเล็กทรอนิกส์

10 ธ.ค. 2555

เดินหน้าตลาดยางพาราอิเล็กทรอนิกส์ แนวทางยกระดับอุตสาหกรรมยางไทย : โดย...ดลมนัส กาเจ

                            ท่ามกลางสถานการณ์ราคายางพาราที่ผันผวนในขณะนี้ แม้ส่วนหนึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเพื่อพยุงราคา แต่อีกแนวทางหนึ่งที่ทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กำลังเดินหน้าเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศไทยอย่างยั่งยืนคือการพัฒนาระบบกลไกของตลาด ซึ่งล่าสุดที่กำลังดำเนินการอยู่คือตลาดยางพาราอิเล็กทรอนิกส์  หลังจากที่ สกย.ได้จัดจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการศึกษาวิจัยแนวทางเบื้องต้นในการเพิ่มบทบาท ศักยภาพการแปรรูปและพัฒนาระบบตลาดยางระดับเกษตรกร เพื่อเป็นแนวทางให้ สกย.สามารถนำไปพัฒนาควบคู่กับระบบตลาดยางพาราอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาขึ้นได้ต่อไปในอนาคต 

                            นายวิทย์ ประทักษ์ใจ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า ขณะนี้ สกย.ได้รับความร่วมมือจากบริษัทเอกชนช่วยเขียนโปรแกรม เพื่อพัฒนาตลาดซื้อขายยางพาราจากเดิมที่เกษตรกรต้องนำยางพาราไปขายให้แก่ผู้รับซื้อ มีการซื้อขายในรูปแบบของตลาดยางพาราที่ซื้อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ตลาดยางพาราอิเล็กทรอนิกส์ คือผู้ขายไม่จำเป็นต้องนำสินค้าไปขาย และผู้ซื้อเองก็ไม่ต้องดูสินค้าก่อนจึงจะกำหนดราคา เพียงแค่กดคอมพิวเตอร์ผ่านระบบก็จะทราบว่าผู้ขายมีสินค้าจำนวนเท่าใดและมีความชื้นเท่าไหร่ ทางผู้ซื้อจึงกำหนดราคาผ่านคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะการทำงานคล้ายการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นั่นเอง แต่ผู้ที่จะซื้อขายผ่านระบบนี้เกษตรกรต้องลงทะเบียนกับสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ อาทิ ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยาง เป็นต้น เช่นเดียวกับผู้ประกอบการก็ต้องลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบการผ่านระบบตลาดยางอิเล็กทรอนิกส์เช่นกัน เบื้องต้นจะมีเจ้าหน้าที่ของ สกย.เป็นพี่เลี้ยงไปก่อน

                            "ระบบนี้ถือเป็นระบบที่ทันสมัย คนขายกับคนซื้ออยู่กันคนละจังหวัดก็ได้ ตอนนี้ได้รับแจ้งจากบริษัทที่เขียนโปรแกรมมาว่า เกือบจะสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่จะเก็บข้อปลีกย่อย กะว่าหลังวันที่ 20 ธันวาคมนี้จะมาคุยรายละเอียดต่างๆ ที่จะนำไปปฏิบัติ เพราะตั้งใจว่า ตลาดยางพาราอิเล็กทรอนิกส์จะนำไปใช้ภายในเดือนมกราคม 2556 โดยจะทดลองก่อน 2-3 จังหวัด จากนั้นขยายไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรสะดวกขึ้น" นายวิทย์ กล่าว   

                            ก่อนหน้านี้ สกย.ได้จ้างนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เพื่อศึกษาแนวทางเบื้องต้นในการเพิ่มบทบาท ศักยภาพการแปรรูปและพัฒนาระบบตลาดยางระดับเกษตรกร เพื่อเสนอให้ชาวสวนยางรวมกลุ่ม พร้อมมีการประเมินพลังขับเคลื่อน 5 ด้าน ทั้งพลังกลุ่ม พลังคน พลังทุน พลังธุรกิจ และพลังการเรียนรู้ ที่จะช่วยยกระดับเกษตรกร และได้มีการสรุปและรับความคิดเห็นครั้งล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมรัษฎา ชั้น 2 สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง บางขุนนนท์ กรุงเทพฯ

                            นายประสิทธิ์ หมีดเส็น รองผู้อำนวยการ สกย. ระบุว่า การจัดจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษาแนวทางเบื้องต้นในการเพิ่มบทบาท ศักยภาพการแปรรูปและพัฒนาระบบตลาดยางระดับเกษตรกรนั้น แนวคิดที่ได้จากผลการวิจัย จะเป็นแนวทางให้ สกย.สามารถนำไปพัฒนาควบคู่กับระบบตลาดยางพาราอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาขึ้นได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งขณะนี้ สกย.จัดอบรมพัฒนาระบบสารสนเทศสนับสนุนการดำเนินงานสถาบันเกษตรกรและตลาดยาง ให้แก่พนักงานกว่า 100 คนรองรับการปฏิบัติงานระบบตลาดยางอิเล็กทรอนิกส์ที่สกย.ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ปี 2556 ครอบคลุมการดูแลตลาดยางระดับท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้น 108 แห่งทั่วประเทศ

                            สำหรับผลจากการวิจัยในการใช้พลังขับเคลื่อนทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย พลังกลุ่ม พลังคน พลังทุน พลังธุรกิจ และพลังการเรียนรู้ สกย.สามารถนำข้อมูลนี้ไปวางแผนและพัฒนากลุ่มเกษตรกรได้ทันที ทั้งนี้ การบริหารจัดการระบบยางพาราของไทยมีหน่วยงานหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่จะทำให้ผลการวิจัยนำไปสู่การพัฒนาโดยสมบูรณ์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

                            ขณะที่ รศ.ดร.วินัย พุทธกูล หัวหน้าโครงการวิจัย คณะเศรษฐศาสตร์ มก. สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ที่สุดในโลก ผลผลิตส่วนใหญ่จำหน่ายในต่างประเทศในรูปวัตถุดิบแปรรูปขั้นกลางที่สำคัญ ได้แก่ ยางแท่ง ยางอัดก้อนหรือยางลูกขุน และน้ำยางข้น มูลค่าที่ส่งออกในปีที่ผ่านมา ประมาณ 4.4 ล้านบาท นับว่าสูงที่สุดในกลุ่มรายการสินค้าเกษตร แต่กระนั้นแม้ตัวเลขที่ส่งออกของยางพาราจะสูงมาก แต่ผลประโยชน์จากการค้ายางที่เป็นผู้ผลิตต้นน้ำ ซึ่งเป็นเกษตรกรมีเพียงสัดส่วนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการส่งออกทั้งหมด 

                            ดังนั้น แนวทางในการเพิ่มมูลค่าผลประโยชน์จากการค้ายางไปสู่เกษตรกรให้มากที่สุด จะอยู่ที่การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือสถาบันแล้วร่วมดำเนินธุรกิจแปรรูปผลผลิตขั้นต้นไปเป็นผลิตภัณฑ์ยางพาราขั้นกลางก่อนส่งจำหน่ายต่อไป ซึ่งทางเลือกการแปรรูปยางพาราขั้นกลางที่เหมาะสมสำหรับกลุ่ม/สถาบันเกษตรกรมีตัวแบบ (Model) 6 แบบด้วยกัน ได้แก่ การผลิตยางเครปจากยางก้อนถ้วย การผลิตยางแผ่นรมควันจากน้ำยางสด การผลิตยางลูกขุนจากยางรมควัน การผลิตยางแท่งจากยางแผ่นดิบหรือยางก้อนถ้วย การผลิตยางจากยางแผ่นรมควัน และการผลิตน้ำยางข้นจากน้ำยางสด

                            จากการประเมินศักยภาพและความพร้อมของกลุ่ม/สถาบันเกษตรกร โดยพิจารณาจากองค์ประกอบในการขับเคลื่อนให้ประสบผลสำเร็จ 5 ด้าน ได้แก่ พลังกลุ่ม อาทิ ความรู้ความสามารถของผู้นำ ความรู้สึกจงรักภักดีของกลุ่มสมาชิก การคัดกรองสมาชิกเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ส่วนพลังคน อาทิ ความรู้ ความสามารถของสมาชิกการจัดการวัตถุดิบ วิถีชีวิตและอาชีพ แรงงาน ขณะที่พลังทุน อาทิ จำนวนเงินทุน ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี สำหรับพลังธุรกิจ อาทิ ความสามารถและอำนาจในการเจรจาต่อรอง การเข้าถึงตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ฯลฯ และพลังการเรียนรู้ ในการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ในการผลิตและแปรรูป เป็นต้น

                            ส่วนแนวทางในการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของกลุ่มและสถาบันเกษตรกรในการดำเนินงานแปรรูปและการตลาด รศ.ดร.วินัย เสนอว่า ควรที่จะพัฒนาเครือข่ายการผลิตและการตลาดของกลุ่ม/ สถาบันเกษตรกร พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่เกษตรกร พัฒนาความรู้ความสามารถของเกษตรกรด้านการผลิตเชิงธุรกิจ การจัดทำมาตรฐานยางก้อนถ้วยและยางเครป พร้อมเปิดโอกาสในการซื้อขายในตลาดกลาง การเชื่อมโยงตลาดประมูลยางของ สกย.กับตลาดกลางยางพาราด้วย

                            การเดินหน้าพัฒนาระบบตลาดยางพาราอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการพัฒนาตลาดยางพาราไทยที่จะใช้ควบคู่กับแนวทางเบื้องต้นในการเพิ่มบทบาท ศักยภาพการแปรรูปและพัฒนาระบบตลาดยางระดับเกษตรกรที่วิจัยโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในอนาคตได้

 

 

---------------------

(เดินหน้าตลาดยางพาราอิเล็กทรอนิกส์ แนวทางยกระดับอุตสาหกรรมยางไทย : โดย...ดลมนัส กาเจ)