
คมเลนส์ส่องพระ8ธันวาคม2555
คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555 : แล่ม จันท์พิศาโล
*** เดือนธันวาคม เป็นเดือนแห่ง ความสุข ของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง เริ่มจากวันที่ ๕ ธันวามหาราช วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปีนี้เป็นโอกาสพิเศษที่ล้นเกล้าฯ เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้เฝ้าฯ รับเสด็จถวายพระพรชัยมงคลอย่างใกล้ชิดและเนืองแน่นเป็นประวัติการณ์ นับเป็นภาพประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่งที่คนไทยทุกคนจะต้องจดจำไปนานเท่านาน ***
*** จากนี้ไป...เป็นการนับถอยหลังสู่...วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยใจเบิกบานหรรษาที่จะได้หยุดพักผ่อนท่องเที่ยวกันอย่างเต็มที่ บรรยากาศเมืองไทยในยามนี้ไปไหนมาไหนมีแต่ “ฮอลิเดย์มู้ด” เหมือนกันหมด หาคนทำงานกันอย่างจริงจังยาก เป็นสีสันอย่างหนึ่งของคนไทยทั้งหลายที่กำลัง รวยความสุข กันทั่วหน้า ***
*** สำหรับ วงการพระเครื่อง ยังมีการจัด งานประกวดพระ กันอย่างต่อเนื่อง ในวันอาทิตย์ที่ ๙ ธันวาคมนี้ ที่ ม.ราชภัฏสกลนคร ๒,๕๗๔ รายการ (สมาคมสนับสนุน), วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม มี ๒ งานจัดซ้ำซ้อนกัน คือ ที่ จ.สิงห์บุรี (สมาคมสนับสนุน) และที่ จ.ชลบุรี, วันอาทิตย์ที่ ๒๓ ธันวาคม ที่ ตลาดแจ๋วจริง จ.ลำพูน ...การจัดงานประกวดพระในช่วง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เช่นนี้นับว่าเสี่ยงต่อรายได้มาก เพราะผู้คนจะให้ความสนใจกันน้อยกว่าโอกาสปกติ โดยเฉพาะจัดกันถี่ๆ เช่นนี้ เหน็ดเหนื่อยกันทั้งกรรมการและคนส่งพระ ***
*** เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา งานประกวดพระ ที่โรงเรียนบางปลาม้า (สูงสุมารผดุงวิทย์) จ.สุพรรณบุรี จัดโดย สมาคมพระเครื่องพระบูชาสุพรรณบุรี เก็บเงินได้กว่า ๕ ล้านบาท เข้าเป้าพอดีที่คาดไว้ ทันทีที่เปิดงานคณะกรรมการได้มอบเงินทุนการศึกษาแก่นักเรียน ๑๐ โรงเรียน ใน ๑๐ อำเภอของ จ.สุพรรณบุรี โรงเรียนละ ๑๐ ทุน ทุนละ ๓,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ต้องรอให้เสร็จงานก่อน...งานนี้ หนังสือ “อมตะพระกรุ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี” ถูกใจผู้คนในวงการพระเป็นอันมาก เป็นหนังสือดีมีคุณค่ายิ่ง เพราะ พระกรุวัดพระศรีฯ มีมากมายหลายพิมพ์ ล้วนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ พระผงสุพรรณ และ พระมเหศวร ได้รับการยกย่องให้เป็น พระชุดเบญจภาคียอดนิยม ที่มีการซื้อขายในราคาหลักแสนขึ้นไปถึงหลักล้าน ในหนังสือเล่มนี้มีภาพสวยคมชัดหลายภาพ พระบางองค์ยังไม่เคยปรากฏโฉมหน้าให้พบเห็นมาก่อนหน้านี้ก็มี ***
*** งานนี้พบหน้า ไพโรจน์ ศิวะพรชัย (ใหญ่ อู่ทอง) ผู้รักและหวงแหน พระกรุเมืองสุพรรณ อย่างสุดหัวใจ จึงมุ่งเก็บสะสม พระกรุเมืองสุพรรณ ทุกกรุทุกเนื้อทุกพิมพ์อย่างครบถ้วน เรียกได้ว่าเป็นเจ้าของ รังใหญ่พระกรุเมืองสุพรรณ อย่างแท้จริง ในคอห้อยเดี่ยวด้วย พระลีลาอกใหญ่ กรุวัดพระศรีฯ เนื้อชินเงิน องค์สวยแชมป์ คมชัดสมบูรณ์มาก งานนี้ไม่ได้ส่งเข้าประกวด เพราะได้รับรางวัลมาแล้วหลายครั้ง จึงเปิดโอกาสให้พระของคนอื่นๆ ได้รับรางวัลกันบ้าง...พระลีลาอกใหญ่ กรุวัดพระศรีฯ เป็นพระลีลาที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก สภาพเดิมๆ ปรากฏรายละเอียดบนองค์พระอย่างครบถ้วนชัดเจน พุทธศิลป์สมัยอู่ทอง เช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไป พระองค์นี้มีภาพอยู่ในหนังสือที่แจกเป็นรางวัลในงานนี้ เป็นภาพสวยคมชัดมาก ถือเป็น พระแท้องค์ครู พระสวยองค์จริง ได้เลย...พระลีลาอีกองค์ของ ใหญ่ อู่ทอง ที่มีภาพอยู่ในหนังสือเล่มนี้เช่นกัน คือ พระลีลาอกเล็ก กรุวัดพระศรีฯ เนื้อชินเงิน พุทธลักษณะเหมือนกับ พระลีลาอกใหญ่ ทุกอย่าง แต่ทรวดทรงองค์พระมีขนาดเล็กและบอบบางกว่ากัน ความนิยมอาจจะน้อยกว่า พิมพ์อกใหญ่ แต่ก็หายากพอๆ กัน...นับวัน พระกรุเมืองสุพรรณ จะถูกขายออกนอกพื้นที่ การที่ ใหญ่ อู่ทอง เกิดความหวงแหนและยืนหยัดอนุรักษ์พระบ้านเกิดตัวเองอย่างเหนียวแน่นเช่นนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก น่าชมเชย น่าสนับสนุน และควรเอาแบบอย่างเป็นยิ่งนัก ***
*** พระปิดตาพิชัย พิมพ์หน้าเดียว เป็นพระปิดตาที่สร้างขึ้นโดยพระเกจิอาจารย์สมัยกรุงศรีอยุธยา พร้อมกับบรรจุตามวัดโบราณในเมืองกรุงเก่า ต่อมามีผู้พบเห็นพร้อมกับ พระกริ่งคลองตะเคียน กระจัดกระจายตามบริเวณทุ่งนาแถวคลองตะเคียน สันนิษฐานว่าอดีตเคยเป็นวัดเก่าที่กลายสภาพเป็นวัดร้าง หลังจากการเสียกรุงครั้งที่ ๒ พระกริ่งคลองตะเคียน และ พระปิดตาพิชัย มีเนื้อหามวลสารและลักษณะการลงจารที่องค์พระแบบเดียวกัน สันนิษฐานว่าสร้างโดยพระเกจิอาจารย์เดียวกันและในยุคเดียวกัน พระปิดตาพิชัย มีทั้งพิมพ์หน้าเดียว, พิมพ์สองหน้า, พิมพ์สามหน้า และพิมพ์สี่หน้า เนื้อพระส่วนใหญ่ออกเป็นสีดำ, สีเขียวมอย และสีออกแดง องค์ในภาพนี้เป็น พระปิดตาพิชัย พิมพ์หน้าเดียว สวยครบเครื่อง การเดินยันต์หลังเป็นแนวตั้งแบบเดียวกับ พระกริ่งคลองตะเคียน ซึ่งหาได้ยากมาก แถมยังจารได้ลึกคมชัดชนิดที่หาองค์เปรียบแทบไม่พบ เป็นพระของ ฐกร บึงสว่าง บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง นักสะสมพระผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ***
*** พระกริ่งปวเรศ เป็นพระกริ่งที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงสร้างขึ้นเป็นพระกริ่งรุ่นแรกในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จำนวนสร้างมีไม่กี่สิบองค์ แต่ในทุกวันนี้ มีปรากฏแพร่หลายกว่า ๑๐๐ องค์ ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็น ของแท้ หรือ ของเทียม เพราะผู้ที่มีอยู่ในครอบครองต่างก็ยืนยันว่า พระกริ่งปวเรศ ของตนเป็น พระแท้ ทั้งนั้น ด้วยเหตุที่เป็นพระกริ่งที่พระเถระชั้นสูงทรงสร้างขึ้นและมีจำนวนน้อย หาของแท้ได้ยากยิ่ง ทำให้ราคาเช่าหาอยู่ที่หลายล้านบาทขึ้นไป ต่อมาเมื่อปี ๒๕๓๐ ทาง วัดบวรนิเวศวิหาร จึงได้ถอดพิมพ์ พระกริ่งปวเรศ องค์ดั้งเดิมที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ นำมาจัดสร้างขึ้นใหม่พร้อมกับ พระชัยวัฒน์ เนื่องในมหามงคลสมัยที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๖๐ พรรษา โดยล้นเกล้าฯ เสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเททอง ณ หน้าพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๒๘ เป็นปฐมมหามงคลฤกษ์ จากนั้นได้นำทองชนวนจากปฐมพิธีนี้ผสมกับเนื้อโลหะมงคลต่างๆ เพื่อใช้ในการเททองหล่อ พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ช่อต่อๆ ไปโดย สมเด็จพระญาณสังวร จนครบ ๒๕,๐๐๐ ชุด เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้วจึงให้ช่างตกแต่งองค์พระภายในสถานที่ที่ทางวัดจัดขึ้น พร้อมกับบรรจุมวลสารศักดิ์สิทธิ์หลายอย่าง อาทิ ผงจิตรลดา, เส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศาของในหลวง) แล้วจัดพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้งอย่างถูกต้อง ก่อนนำออกให้ประชาชนทำบุญบูชา ชุดละ ๕,๐๐๐ บาท เนื่องจาก พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ รุ่นนี้มีจำนวนสร้างมาก และค่าเช่าบูชาค่อนข้างสูง ทำให้ พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ “ปวเรศ” ปี ๒๕๓๐ เหลือตกค้างอยู่ที่วัดนานพอสมควร เพิ่งจะหมดไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ หลังจากพระหมดไปจากวัดแล้วราคาเช่าหาในสนามพระก็ขยับสูงขึ้นตามลำดับ จนทุกวันนี้เช่าหากันถึงชุดละ ๓-๔ หมื่นบาท องค์ที่สวยคมชัดมากๆ อาจจะสูงกว่านี้ ที่น่าสนใจคือ พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ “ปวเรศ” รุ่นนี้สร้างโดยวัดบวรนิเวศวิหาร ต้นกำเนิด พระกริ่งปวเรศ โดยตรง อีกทั้งการประกอบพิธีเททองหล่อองค์พระ, เนื้อโลหะมวลสารต่างๆ, การตกแต่งองค์พระอยู่ภายในเขตวัด โดยมีพระผู้ใหญ่ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพิธีพุทธาภิเษกที่จัดขึ้นอย่างถูกต้องตามตำราโบราณ มีพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมนั่งปรกปลุกเสกจำนวนมาก ย่อมทำให้ พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ รุ่นนี้มีพุทธคุณเต็มร้อยในทุกด้าน เหมือนกับพระกริ่งชั้นนำทั่วไป องค์ในภาพนี้เป็นพระของ หมู ฟิลลิป (สมบัติ เตชะพารา) บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้หันมาสนใจศึกษาและสะสมพระเครื่อง เนื่องจากมีพี่คนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุขับรถชนกันอย่างรุนแรง แต่ไม่เป็นไร โดยพี่คนนั้นมี พระหลวงพ่อทวด ติดตัวเพียงองค์เดียว จึงบอก หมู ให้เก็บ พระหลวงพ่อทวด ไว้คุ้มครองตัวบ้าง เพราะเรื่องประสบการณ์ด้านแคล้วคลาดปลอดภัยสุดยอดมาก ทำให้ หมู เริ่มสนใจสะสมพระเครื่องต่างๆ ขึ้นโดยมีเพื่อนในวงการพระคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ***
*** ในโอกาส ต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๖ ที่กำลังจะมาถึง วัดใหม่อมตรส บางขุนพรหม ได้เปิดให้ทำบุญบูชา พระสมเด็จ รุ่นต่างๆ ที่ยังตกค้างอยู่ ซึ่งพระทุกองค์ได้ผสมมวลสารจากผงกรุพระสมเด็จ เมื่อปี ๒๕๐๐ รุ่นที่เปิดให้บูชาได้แก่ รุ่นปี ๒๕๓๙, ปี ๒๕๔๓ และรุ่น “อุดมมงคล” ชนิดโรยผงเก่า และเนื้อผงพุทธคุณทั่วไป โดยเฉพาะรุ่นโรยผงปี ๓๑ เป็นที่นิยมกันมากและราคาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังมี พระสมเด็จ รุ่นปี ๒๕๕๔ “อมตมหามงคล” สร้างจากมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย มีเหลือจำนวนไม่มาก ติดต่อทำบุญบูชาเพื่อใช้ส่วนตัว หรือมอบให้ผู้ที่เคารพนับถือ เนื่องในโอกาส วันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๖ ติดต่อสอบถามได้ที่...วิหารสมเด็จฯ โทร.๐-๒๒๘๑-๘๐๕๘, ๐๘-๗๘๑๔-๗๒๐๐ หรือที่ พระครูพิพัฒนานุกูล เจ้าอาวาสวัดใหม่อมตรส โทร.๐-๒๒๘๒-๐๔๘๙ ***
*** ถวิล พันธุ์ทอง อายุ ๗๙ ปี คุณพ่อของ ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง ถึงแก่กรรมด้วยอาการสงบ ตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่ วัดเจ้าอาม ถนนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. กำหนดฌาปนกิจ วันจันทร์ที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๗.๐๐ น. สอบถามโทร.๐๘-๑๙๔๑-๔๕๔๕, ๐๘-๖๖๙๔-๖๔๔๘, ๐๘-๑๔๔๖-๐๙๗๖ *** ขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาโดยตลอด พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้...นะมัสเต ***



