
โตโยต้า in ..โตเกียว
โตโยต้า in ..โตเกียว เติมประสบการณ์'นักแข่งไทย' : คอลัมน์เปิดโลกยนตกรรม : โดย...ชัยกร ใบเงิน
กระหึ่มสนามฟูจิ สปีดเวย์ สำหรับรายการโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต รุ่นยาริส วันเมคเรซ โดยมี 2 นักแข่งไทยคือ "เบิร์ด" อลงกรณ์ ยั่งยืน จากทีมสิงห์ เอไอที และ "บอย" เดชพล ทองพูล จากทีมภูเก็ตศรีสุชาติ B เป็นตัวแทนเข้าลุ้น
ถึงแม้ความคาดหวังจะไม่ถึงดวงดาว แต่อย่างน้อยโตโยต้าก็ได้สร้างฝันและแรงบันดาลใจให้แก่นักแข่งไทยในการพัฒนาฝีมือพร้อมสะสมประสบการณ์จากสนามที่เรียกว่า เป็นหนึ่งในตำนานการแข่งรถแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
สื่อมวลชนไทยกว่า 30 ชีวิต เดินทางไปร่วมลุ้นในครั้งนี้ด้วย
สนามฟูจิ สปีดเวย์ ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2509 หรือกว่า 40 ปี ภายใต้แนวคิด ส่งเสริมกีฬา มอเตอร์ สปอร์ต ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย และเผยแพร่กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตแก่เยาวชน จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสนามแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นและติดอันดับโลก
สนามนี้ออกแบบโดย Tilke GmbH เป็นบริษัทออกแบบสนามแข่งชั้นนำของประเทศเยอรมนี มีความยาวทั้งสิ้น 4.6 กม. และเป็นสนามที่มีทางตรงยาวที่สุดในโลก 1.5 กม. โค้งต่างๆ รวมถึง 16 โค้ง จุผู้ชมได้ถึง 2 หมื่นคน
ภายในสนามยังมีศูนย์ขับขี่ปลอดภัย ของโตโยต้า Mobilitas ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 1.3 แสนตารางเมตร ให้ความรู้และอบรมทักษะการขับขี่เพื่อความปลอดภัยแก่ประชาชนทั่วไป
นอกจากนี้ ยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศญี่ปุ่นมาตลอด
ที่สำคัญนักแข่งรถชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลกก็เคยผ่านสนามแห่งนี้
ปีนี้โตโยต้า มอเตอร์(ประเทศไทย) ได้นำสองนักแข่งไทยไปร่วมแข่งขัน Netz Cup Vitz Race รุ่นยาริส วันเมคเรซ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา โดยมี 2 นักแข่ง เบิร์ด และบอย เข้าร่วมชิงชัยในรายการระดับเอเชีย
ในรอบคัดเลือกช่วงเช้า 2 นักแข่งไทย ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเมื่อทำเวลาการควอลิฟายด์ ผ่านเข้าไปสามารถชิงชัยในรอบบ่าย ซึ่งฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เบิร์ดและบอย ไม่ชินจึงเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 29 และ 40 ตามลำดับ ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร จากนักแข่งที่เข้ารอบทั้งสิ้น 90 คน อย่างน้อยก็ได้รับประสบการณ์ในระดับสากล เพื่อพัฒนาศักยภาพโดยโตโยต้าเองก็มีโครงการจะส่งลงแข่งในโอกาสต่อๆ ไป
ที่ผ่านมานักแข่งไทยเคยทำได้อันดับดีที่สุดเมื่อปี 2008 ได้แก่ ตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน และ กฤตัชญ์ วสุรัตน์ เข้าที่ 14 ของรายการ
อลงกรณ์ ยั่งยืน ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งว่า "ตอนซ้อมและควอลิฟายด์นั้นพื้นสนามแห้งแต่พอแข่งจริงพื้นเปียกทำให้ระยะเบรกต่างๆ ผิดไปจากจุดมาร์กเดิมทำให้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การขับจึงยากกว่าตอนซ้อมมาก"
หลังจากการแข่งขันเสร็จสิ้นคณะสื่อมวลชนไทยและ 2 สาวทีมพีอาร์ของโตโยต้าคือ น้องเนย์และน้องพลอย ก็นำไปสัมผัสอากาศหนาวและความก้าวหน้าด้านต่างๆ ของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง
จากสนามแข่งขันคณะเราเดินทางเข้าสู่แหล่งช็อปปิ้งใหญ่อย่าง Gotemba Premium Outlet ซึ่งขายสินค้าระดับแบรนด์เนม ต้องบอกว่าราคาสูงกว่าเมืองไทยเสียส่วนใหญ่ ที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่น เข้าใจสร้างแหล่งช็อบปิ้งอยู่นอกเมืองโตเกียว นักท่องเที่ยวแวะชมรถไม่ติด แถมใกล้สนามบิน วันที่อากาศสดใสก็สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิที่สวยงาม
ออกจากแหล่งช็อปแห่งนี้ก็กลับเข้าโตเกียว การจราจรเป็นจลาจลไม่ได้ต่างจากกรุงเทพฯ นักเพราะรถติดเป็นชั่วโมง ดูเหมือนปัญหานี้จะกลายเป็นปัญหาของเมืองใหญ่ทั่วโลก
มาญี่ปุ่นครั้งนี้ต้องแวะชมตึก "โตเกียวสกายทรี" หอคอยสื่อสารใหม่ล่าสุดสูงถึง 634 เมตร เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก "บูร์จคาลิฟา" ในดูไบ ข้างบนขึ้นได้ถึงระยะ 400 เมตร มองเห็นโตเกียวได้ 360 องศา วิวก็คล้ายมองกรุงเทพฯ จากตึกใบหยก
อีกแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของคนไทยและทั่วโลกคือย่าน "ฮาราจูกุ" วันนี้ยังเต็มไปด้วยสีสันเป็นแหล่งช็อปปิ้งเสื้อผ้าราคาถูก มีวัยรุ่นมาแต่งตัวเดินเฉิดฉายกันอยู่เต็ม และกลางเดือนพฤศจิกายนแบบนี้ยิ่งสวยแปลกตาเพราะอยู่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีทั้งเหลือง ส้ม ทอง เต็มทั่วพื้นถนน
ยังมีย่าน "อากิฮาบาร่า" อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักช็อบ เพราะมีหลากหลายทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจนถึงกระเป๋าแบรนด์ดังวางขาย ต้องบอกไว้บางยี่ห้ออาจตกรุ่นไป พวกที่ชื่นชอบจริงๆ จึงจะรู้ว่า แบบไหนตกรุ่น แบบไหนออกใหม่
มีเกล็ดมาเล่าหากใครอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมแพงๆ ที่ญี่ปุ่น มีของมือสองขาย การันตีแท้ (นี่อาจเป็นส่วนสำคัญในความซื่อสัตย์ของคนชาตินี้) ไฮโซเมืองไทยแอบไปซื้อมาใช้หลายคน ไปเดินแถวย่านชินจูกุมีอยู่สัก 3-4 แห่ง บางร้านมีรูปถ่ายพวกไฮโซ ไฮซ้อให้เห็นด้วย ราคาก็ขึ้นกับสภาพตั้งแต่ 20-95% อย่างหลุยส์ วิตตอง เริ่มต้นก็ 3-4 พันบาท แล้วแต่รุ่น ขนาด และยี่ห้อ
"วัดอาซาคูสะ" มีการปรับปรุงใหม่ ดูสะอาดเป็นระเบียบมากขึ้น นักท่องเที่ยวยังคลาคล่ำเหมือนเดิม ใครไปญี่ปุ่นไม่ได้เห็นดอกซากุระ มาที่นี่มีอยู่ 2 ต้นสลับกันออกดอกตลอดทั้งปี เป็นอีกหนึ่งสิ่งแปลกของโตเกียวที่ปกติจะออกดอกบานในช่วงปลายกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม ก็จะร่วงหมด
ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของกรุงโตเกียวคือย่าน "โอไดบะ" ญี่ปุ่นใช้เศษขยะถมทะเลแล้วสร้างเป็นเมือง ลักษณะคล้ายกับ "มาเก๊า" มีสะพานข้ามเข้าไป จะเห็นเทพีสันติภาพจำลองตั้งตระหง่านอยู่ ที่นี่เด็กชอบแน่ๆ เพราะมีพิพิธภัณฑ์ GUNDAM ตั้งอยู่ มีหุ่นยนต์ยักษ์ที่เด็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ชอบไปยืนถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและซื้อหุ่นยนต์กลับมาเป็นของเล่นของฝาก เจ้าตัวใหญ่ที่เห็นตระหง่านอยู่หลังตึกนั่น ผลิตที่เมืองไทยเรานี่ล่ะ
วันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่อง "สนามบินนาริตะ" ยังเป็นจุดเทเงินสุดท้ายของนักช็อปชาวไทยทั้งขนมและช็อกโกแล็ตเช่นเคย !!
..........................................
(โตโยต้า in ..โตเกียว เติมประสบการณ์'นักแข่งไทย' : คอลัมน์เปิดโลกยนตกรรม : โดย...ชัยกร ใบเงิน)



