ไลฟ์สไตล์

ปวดหัว "ไมเกรน"

ปวดหัว "ไมเกรน"

07 ธ.ค. 2555

ไมเกรน (Migraine) เป็นโรคปวดศีรษะชนิดหนึ่ง บางท่านเรียกว่า โรคปวดศีรษะข้างเดียว ชาวบ้านอาจจะคุ้นเคยในชื่อ "ลมตะกัง"

 ไมเกรนเป็นโรคที่ส่วนมากไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่สร้างความรำคาญและทรมานให้ผู้ป่วย ใครเป็นโรคนี้จะรู้ซึ้งดี และรู้สึกเบื่อหน่ายกับอาการที่มักเป็นๆ หายๆ รบกวนการดำเนินชีวิตตามปกติ
 ไมเกรน พบมากในช่วงอายุ 10-30 ปี โดยผู้หญิงจะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย สาเหตุของโรคไมเกรนเกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ พบว่าประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคนี้ มีประวัติว่าพ่อหรือแม่ป่วยเป็นโรคนี้ด้วย ส่งผลให้มีการหดและขยายตัวอย่างผิดปกติของหลอดเลือดแดงทั้งภายในและภายนอกกะโหลกศีรษะเป็นครั้งคราว จนนำไปสู่อาการปวดศีรษะ หรือโรคไมเกรนได้
 การหดและขยายตัวอย่างผิดปกติของหลอดเลือดแดงเป็นครั้งคราวดังกล่าว มักเกิดขึ้นเมื่อมีสาเหตุกระตุ้น อย่างที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีสิ่งกระตุ้นแปลกๆ แตกต่างกันไป และมักจะมีได้หลายๆ อย่าง เป็นต้นว่า มีแสงสว่างจ้าเข้าตา การใช้สายตาเพ่งดูอะไรนานๆ อยู่ในที่ที่มีเสียงจอแจ การดื่มกาแฟจัด การสูดดมกลิ่นฉุนๆ การอดนอนหรือนอนมากเกินไป การออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป มีความเครียดทางอารมณ์ อยู่ในที่ร้อนหรือเย็นเกินไป ฯลฯ
 สำหรับอาการของโรคไมเกรนจะมีลักษณะที่เป็นแบบฉบับเฉพาะ คือ จะมีอาการปวดแบบตุบๆ เข้ากับจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือบางท่านบอกว่าคล้ายมีอะไรเต้น ส่วนมากที่พบมักจะปวดที่ขมับเพียงข้างเดียว จึงเป็นที่มาของชื่อโรคปวดศีรษะข้างเดียวยังไงล่ะครับ หรืออาจปวดสลับข้างในแต่ละครั้งก็ได้ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจปวดพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง
 นอกจากอาการปวดศีรษะดังกล่าวแล้ว ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการตาพร่า ตาลาย หรือเห็นแสงสีรุ้ง ซึ่งจะเป็นอยู่พักหนึ่งแล้วหายไปได้เอง หรือบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ หากเป็นมากๆ อาจถึงขั้นอาเจียน แต่เมื่ออาเจียนแล้ว อาการจะค่อยๆ ทุเลาลงได้เอง
 โดยทั่วไปอาการปวดศีรษะมักนานเป็นชั่วโมงๆ หรือเป็นวันๆ หรืออาจถึง 2-3 วันก็มี ผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการหากได้นั่งหรือนอนพักในห้องสลัวๆ เงียบๆ และอากาศถ่ายเทได้สะดวกอาการก็อาจทุเลาไปได้เอง หรือการรับประทานยาแก้ปวดแล้วนอนหลับสักตื่นก็ช่วยให้หายได้เช่นกัน แต่มีข้อแม้ว่าต้องรีบรับประทานยาทันทีที่เริ่มรู้สึกว่ามีอาการเกิดขึ้นจึงจะได้ผล ในกรณีที่ยาแก้ปวดธรรมดาใช้ไม่ได้ผล แพทย์จะให้ยาเม็ดกลุ่ม Ergot ซึ่งมักจะได้ผล แต่ยาตัวนี้ไม่ควรซื้อหามารับประทานเองนะครับ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์จะดีที่สุด เพราะอาจมีผลข้างเคียงหรือเกิดพิษต่อร่างกายได้
 สิ่งสำคัญที่อยากจะฝากไว้สำหรับท่านที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนอยู่บ่อยๆ ควรพกยาแก้ปวดไว้ประจำตัว และรีบหยิบรับประทานทันทีที่เริ่มรู้สึกมีอาการ และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้ปวด เรื่องนี้จะต้องสังเกตเอาเองว่าอะไรเป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดอาการ หากสามารถเลี่ยงได้ก็จะช่วยให้อาการปวดห่างขึ้น
 คนที่มีอาการปวดศีรษะตุบๆ อย่าด่วนสรุปว่าจะมีสาเหตุจากไมเกรนเท่านั้น โดยเฉพาะหากเป็นในผู้สูงอายุ หรือหาสาเหตุที่เป็นสิ่งกระตุ้นได้ไม่ชัดเจน ก็อาจเกิดจากโรคอื่นได้ เช่น ความดันโลหิตสูง ดังนั้นควรตรวจเช็กความดันเลือดให้แน่ใจก่อน มิฉะนั้นอาจเกิดผลเสียตามมาได้
โรงพยาบาลยันฮี โทร.0-2879-0300