ไลฟ์สไตล์

แก๊งปลอมวีซ่า มาเลเซีย (จบ)

แก๊งปลอมวีซ่า มาเลเซีย (จบ)

07 ธ.ค. 2555

หลังจากได้พินิจพิเคราะห์ดูสำเนาพาสปอร์ตของหญิงไทย 1 ใน 3 ราย ซึ่งบังเอิญถ่ายเอกสารและพกติดตัวไว้ด้วย พบว่าเป็น "วีซ่าปลอม"

 ต้องคิดหาทางว่าจะส่งตัวหญิงไทยทั้ง 3 คนกลับบ้านได้ยังไง เพราะถ้าส่งตัวกลับตามวิธีปกติหากถูกตรวจสอบพบทั้ง 3 คนจะต้องถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียจับกุมและจะต้องถูกตั้งข้อหาปลอมแปลงวีซ่า ซึ่งจะต้องถูกปรับไม่เกิน 50,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี
 หญิงไทยทั้ง 3 เพิ่งออกมาจากคุกและเพิ่งจ่ายค่าปรับไปจนเกือบหมดเนื้อหมดตัวคงไม่อยากโดนจับกลับไปเข้าคุกและโดนปรับอีก ซึ่งในที่สุดก็หาวิธีส่งตัว 3 สาวกลับบ้านจนได้ในที่สุดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
 ท่านสมพงษ์ กางทอง อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ บอกว่า ในระยะ 3-4 เดือนที่ผ่านมามีหมอนวดไทยถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาใช้วีซ่าปลอมกันมาก เฉพาะในเดือนกันยายน มีนักดนตรีและนักร้องถูกจับกุมถึง 5 คน และถูกปรับไปเป็นเงินคนละ 160,000 บาท นอกจากนี้ สถานทูตยังได้รับแจ้งจากทางญาติในเมืองไทยวันละหลายรายให้ช่วยติดตามหาญาติของตนที่เข้าไปทำงานในมาเลเซียและถูกจับกุมหรือขาดการติดต่อ
 ทางฝ่ายสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศมาเลเซียประจำประเทศไทยก็ให้ข้อมูลว่า ได้ใช้มาตรการเข้มงวดในการออกวีซ่าเพื่อไปทำงานหรือจุดประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เพื่อการท่องเที่ยวอยู่แล้ว หลายเดือนที่ผ่านมามีคนไทยที่ได้รับวีซ่าประเภทนี้เพียงไม่กี่รายซึ่งการจะได้วีซ่าประเทภนี้ยากมากและต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานราชการ หรือสถาบันการศึกษาของมาเลเซียที่เชื่อถือได้เท่านั้น การที่มีนายหน้าไปขอวีซ่าให้เช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นการปลอมแปลงวีซ่าเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
 การปลอมแปลงวีซ่าหรือเอกสารถือเป็นอาชญากรรมชนิดหนึ่ง เป็นความผิดค่อนข้างร้ายแรงและทุกประเทศจะมีกฎหมายที่เข้มงวดในการควบคุมและลงโทษทั้งผู้ที่ปลอมแปลงเอกสารและผู้ที่ใช้เอกสารปลอม ดังนั้น ใครที่ชอบให้นายหน้าไปดำเนินการให้ ขอให้ระวังให้ดี เพราะหากเกิดเป็นของปลอมขึ้นมา ท่านก็ต้องถูกตั้งข้อหาคดีอาญาอย่างแน่นอน และอาจไม่โชคดีเหมือนหมอนวดไทยทั้ง 3 รายนี้ที่ท่านสมพงษ์ตรวจพบก่อนจึงหาทางแก้ไขให้ได้ไม่ต้องไปเสี่ยงถูกจับซ้ำซ้อน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ