
9 ขวบติดบุหรี่ตามเพื่อนในโรงเรียน"วิทยา"ให้สิทธิเลิกสูบบุหรี่บัตรทอง
เด็ก 9 ขวบติดบุหรี่ เลียนแบบจากเพื่อนในโรงเรียน คนกรุงอมควันบุหรี่วันละ 6.9 ล้านมวน ไทยตาย 4.7 คนต่อชั่วโมง วิทยา ประสาน สปสช.บรรจุสิทธิเลิกสูบบุหรี่ในบัตรทอง บริการฟรี พร้อมเพิ่มภาพเท้าเน่าติดข้างซองบุหรี่เป็นภาพที่ 10-ข้อความ โทรเลิกบุหรี่ 1600 หว
เมื่อเวลา 10.00 น.ที่กระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวการจัดงานเนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีว่า ในปี 2552 กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ประจำโดยเฉพาะเพศชายให้ได้ 1 % ต่อปี เพศหญิงจะควบคุมไม่ให้จำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้แนวโน้มการสูบบุหรี่เป็นประจำของคนไทยลดลง แต่ลดลงในกลุ่มที่สูบบุหรี่ชนิดซอง สำหรับกลุ่มผู้สูบยาเส้นมีแนวโน้มมากขึ้น โดยผลการสำรวจล่าสุดคนไทยสูบบุหรี่ชนิดซอง 5.1 ล้านคน คนสูบยาเส้น 5.7 ล้านคน ซึ่งอาจจะเนื่องมาจากประชาชนเข้าใจผิดคิดว่า ยาเส้นมีอันตรายน้อย ทำให้ไม่เลิกสูบบวกกับราคาถูกซองละประมาณ 5 บาท สูบได้นาน 2-3 วัน หาซื้อง่ายมีขายในร้านชำตามหมู่บ้าน จึงเตรียมนำเรื่องการเก็บภาษีบุหรี่ยาเส้นเข้าหารือในคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ เนื่องจากปัจจุบันมีการเก็บภาษีบุหรี่ชนิดนี้ต่ำมากไม่ถึง 0.01% ขณะที่บุหรี่ชนิดซองเก็บ 85%
รมว.สาธารณสุขกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ กระทรวงได้ให้โรงพยาบาลในสังกัดกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ เปิดคลินิกอดบุหรี่ให้บริการแก่ประชาชน และมีนโยบายที่จะบรรจุการรักษาการเลิกบุหรี่ให้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานศึกษารายละเอียดและกำหนดหลักเกณฑ์เรียบร้อยแล้วคาดว่าจะประกาศสิทธิได้ภายในปีนี้ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และหวังว่าจำนวนผู้สูบจะลดลง
"เร็วๆ นี้ผมจะลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 19 เรื่องการเพิ่มการพิมพ์รูปภาพพร้อมคำเตือนภัยบุหรี่ใหม่จากเดิมที่ใช้ตั้งแต่ปี 2549 จำนวน 9 ภาพเป็น 10 ภาพ โดยเพิ่มภาพเท้าเน่า และทั้ง 10 ภาพจะปรับให้เป็นภาพสีแทนภาพขาวดำ ขนาดภาพใหญ่ขึ้นมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 55% ของซองด้านที่มีพื้นที่มากที่สุด และให้พิมพ์ในอัตรา 1 แบบต่อบุหรี่ 5,000 ซอง หรือบนภาชนะบรรจุซิกาแรตทั้งสองด้านในอัตรา 1 แบบต่อ 500 กล่อง และให้พิมพ์ข้อความ ”โทรเลิกบุหรี่ 1600“ ที่ซองบุหรี่ด้วย คาดว่าจะใช้ได้ภายในปี 2552" นายวิทยากล่าว
ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ที่มีจำนวนกว่า 52 ล้านคน ที่ผ่านมาโดยเฉพาะพื้นที่ปลอดบุหรี่ 100% จากการติดตามประเมินผล ยังมีปัญหาในเรื่องไม่ติดป้ายสัญลักษณ์การห้ามสูบบุหรี่ และยังมีการสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างกฎหมาย เพื่อทำพื้นที่ปลอดบุหรี่ 100% แท้จริงให้ได้ภายในปี 2553 โดยจะให้ครอบคลุมสถานที่ทำงาน โรงพยาบาล และวัดทุกแห่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 20 ล้านบาทจากองค์การอนามัยโลก” นายวิทยากล่าว
รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเลิกสูบบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ หรือโทร.1600 สายเลิกบุหรี่ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้บริการของผู้เลิกบุหรี่ผ่านทาง 1600 สายเลิกบุหรี่ ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2552 มีผู้ใช้บริการ 2,383 คน เป็นเพศชาย 1,942 คน หรือ 81.5% เพศหญิง 439 คน หรือ 18.4% โดยผู้สูบบุหรี่ที่มาขอรับบริการที่มีอายุมากที่สุด คือ 82 ปี น้อยที่สุด 9 ปี ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบเพื่อนในโรงเรียนและคนใกล้ชิด มีจำนวนบุหรี่ที่สูบเฉลี่ย 15.38 มวนต่อวัน มากที่สุดสูบ 90 มวนต่อวันและน้อยที่สุด 2 มวนต่อวัน
รศ.ดร.จินตนากล่าวอีกว่า ผู้สูบบุหรี่ที่มารับบริการให้เหตุผลในการเลิกบุหรี่ว่า เพื่อครอบครัว 48.6% เพื่อสุขภาพ 45.9% และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย 35.1% โดยคนกรุงเทพฯ สูบบุหรี่ 684,249 คน เฉลี่ยสูบ 10.21 มวนต่อคนต่อวัน คิดเป็นจำนวนบุหรี่ 6,986,386 มวน หรือ 348,977 ซองต่อวัน และมีคนไทยต้องเสียชีวิตชั่วโมงละ 4.7 คน ขณะที่ภาครัฐเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้สูบบุหรี่มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งผู้ที่ต้องการรับบริการกับศูนย์ โทร.1600 เปิดให้บริการระหว่างเวลา 07.30-20.00 น. วันจันทร์-ศุกร์ จำนวน 18 คู่สาย หรือ www.thailandquitline.or.th ทั้งนี้ ศูนย์ตั้งเป้าที่จะมีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 2,000 คนต่อเดือน
ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก รายงานว่า ขณะนี้มีคนทั่วโลกเสียชีวิตจากบุหรี่ซึ่งมีกว่า 25 โรค ปีละประมาณ 3.5 ล้านราย หรือตาย 1 รายในทุกๆ 9 นาที มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนประเทศไทยบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการตายอันดับ 2 รองจากโรคเอดส์ ปีละกว่า 4 หมื่นคน โดยเฉพาะมะเร็งปอดมีผู้ป่วยใหม่ปีละเกือบ 2 หมื่นคน ที่น่าห่วงพบว่าผู้หญิงในภาคอีสานมีแนวโน้มเริ่มต้นสูบบุหรี่เมื่ออายุน้อยลง ขณะที่ภาคอื่นๆเริ่มต้นสูบเมื่ออายุมากขึ้น โดยผู้ชายอายุเริ่มสูบเฉลี่ยประมาณ 18 ปี ส่วนผู้หญิงอายุเฉลี่ยประมาณ 22 ปี
“ที่น่าวิตกไปกว่านั้นคือ พบการสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์สูงขึ้น ในครอบครัวที่ยากจนและการศึกษาต่ำ ทำให้ทารกมีโอกาสได้รับควันบุหรี่ค่อนข้างสูง โดยมีมารดากว่าร้อยละ 50 ยังสูบบุหรี่ขณะให้นมบุตร ส่วนอัตราการเลิกบุหรี่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.95 ในปี 2534 เป็นร้อยละ 18.29 ในปี 2550 แต่ก็มีผู้สูบบุหรี่อีกประมาณ 6 ล้านคน ไม่เคยคิดเลิกบุหรี่และไม่พยายามเลิกบุหรี่ ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุ 15-18 ปี กลุ่มที่ไม่เรียนหนังสือ และกลุ่มที่ครอบครัวยากจน” นพ.ปราชญ์กล่าว
นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กิจกรรมการรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลกในวันที่ 31 พฤษภาคม จัดที่ห้างมาบุญครอง เซ็นเตอร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. โดยมีคำขวัญรณรงค์ “บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย” (Tobacco Health Warning) โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดงาน และประทานรางวัล เวิลด์ โน โทแบคโค เดย์ 2009 อวอร์ดส (World No Tobacco Day 2009 Awards) จากองค์การอนามัยโลก ให้ผู้ที่มีผลงานดำเนินงานป้องกันควบคุมยาสูบ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ เรื่องพิษภัยของบุหรี่ บริการตรวจสุขภาพ ให้บริการปรึกษาการเลิกบุหรี่ฟรี พร้อมการแสดงบนเวทีจากดารานักร้อง



