ไลฟ์สไตล์

'แจ๋ว'วอน'เผดิมชัย'ดันเข้าประกันสังคม

'แจ๋ว'วอน'เผดิมชัย'ดันเข้าประกันสังคม

07 ธ.ค. 2555

เครือข่ายแจ๋วเข้าพบ 'เผดิมชัย' วอนรัฐดันเข้าประกันสังคม โอดสมัครไม่ได้ทั้งมาตรา 33 และมาตรา 40 ด้าน รมว.รง.รับลูกสั่ง กสร.ศึกษาแก้กฎหมายรองรับ

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. 55  ที่กระทรวงแรงงาน เครือข่ายคนทำงานบ้านนำโดยนางสมร พาสมบูรณ์ ประธานเครือข่ายพร้อมด้วยสมาชิกและผู้แทนภาคเอกชน เช่น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพรวมกว่า 10 คนเข้าพบนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) เพื่อเสนอปัญหาของคนรับใช้ตามบ้าน รวมทั้งมอบช่อดอกไม้แสดงความขอบคุณที่กระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2555) ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งทำให้คนรับใช้ตามบ้านที่ไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทรับเหมาทำความสะอาดใดๆ ได้รับการคุ้มครองโดยกฎกระทรวงนี้

                         นางสมร กล่าวว่า ปัจจุบันเครือข่ายฯมีสมาชิกจำนวน 500 คน แม้จะมีกฎกระทรวงดังกล่าวออกมาแต่ก็ยังไม่ครอบคลุมปัญหาของคนรับใช้ตามบ้าน จึงอยากให้กระทรวงแรงงานผลักดันให้ไทยรับรองประกาศอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 189 และ 177 เพื่อให้คนรับใช้ตามบ้านได้รับการคุ้มครองครอบคลุมทุกด้าน เช่น นายจ้างต้องจัดที่พักในบ้านให้เป็นสัดส่วน มีสวัสดิการอาหาร อีกทั้งช่วยผลักดันให้คนรับใช้ตามบ้านเข้าสู่ระบบประกันสังคม แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากกลุ่มคนรับใช้ตามบ้านไม่ได้เป็นแรงงานในระบบ ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่ประกันสังคมตามมาตรา 33 ได้ รวมทั้งไม่สามารถเข้าสู่ประกันสังคมมาตรา 40 เพราะกฎหมายเขียนยกเว้นไว้

                         นางสมร กล่าวว่า นอกจากนี้ อยากให้กระทรวงแรงงานปรับปรุงกฎกระทรวงโดยกำหนดชั่วโมงการทำงานของคนรับใช้ตามบ้านให้ชัดเจน เพราะคนรับใช้ตามบ้านส่วนใหญ่ต้องทำงานตั้งแต่ตี 5 จนถึงเวลาที่นายจ้างเข้านอน รวมทั้งดูแลคนรับใช้ตามบ้านทั้งคนไทยและต่างด้าวให้ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม และได้รับการคุ้มครองตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ และจัดอบรมภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และทักษะการประกอบอาชีพอิสระให้แก่คนรับใช้ตามบ้านด้วย

                         ด้านนายเผดิมชัย กล่าวว่า จะมอบให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 189 และ 177 ว่ามีการคุ้มครองคนรับใช้ตามบ้านอย่างไรและครอบคลุมรอบด้านหรือไม่ รวมทั้งกระทรวงมีอำนาจประกาศรับรองอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับได้เองหรือไม่หรือต้องให้รัฐบาลรับรอง หากพบว่าครอบคลุมรอบด้านและกระทรวงสามารถประกาศได้เอง ก็พร้อมรับรอง นอกจากนี้ จะผลักดันให้คนรับใช้ตามบ้านเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยให้สอดคล้องกับอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 189 และเป็นช่องทางที่คนรับใช้ตามบ้านสามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้ง่ายที่สุด แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเข้าสู่ประกันสังคม มาตรา 33 หรือมาตรา 40 ทั้งนี้ จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายประกันสังคมรองรับในเรื่องนี้

                         รมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า โดยส่วนตัวตนมองว่าคนรับใช้ตามบ้านน่าจะเข้าสู่ประกันสังคม มาตรา 40 มากกว่ามาตรา 33 เพราะปัจจุบันคนรับใช้ตามบ้านสามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคได้อยู่แล้ว ซึ่งคนรับใช้ตามบ้านบางส่วนก็ไม่อยากเสียสิทธิการรักษาพยาบาลนี้ไป แต่ที่น่าห่วงคือเรื่องเงินออมไว้ใช้จ่ายยามชราภาพ ผมจึงเห็นว่าน่าจะส่งเสริมให้คนรับใช้ตามบ้านมีการออมเงินโดยการให้เข้าสู่ประกันสังคม มาตรา 40 อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงต้องพิจารณารายละเอียดของอนุสัญญาของไอแอลโอและกฎหมายประกันสังคมว่า การเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตราใดที่เหมาะสมกับคนรับใช้ตามบ้านมากกว่ากัน

                         "ส่วนการกำหนดชั่วโมงการทำงานนั้นทำได้ยาก เนื่องจากแต่ละบ้านมีเวลาการทำงานที่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ผมจะให้ กสร.ไปสุ่มตรวจตามบ้านว่าคนรับใช้ได้รับการคุ้มครองตามกฎกระทรวงหรือไม่ หากคนรับใช้ตามบ้านรายใดไม่ได้รับการคุ้มครองก็สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานจังหวัดในพื้นที่หรือโทร.สายด่วน 1546 ของกสร."