
ศธ.ค้างเงินวิทยฐานะครูกว่า1.5หมื่นล.
ศธ.ค้างเงินวิทยฐานะครู ไล่เรียงตั้งแต่ปีงบฯ54จนถึงปีงบฯ56ช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.2555 ร่วม 15,100 ล้านบาท ด้านนายเสริมศักดิ์ ออกปากเห็นใจ จี้งบฯกลางชำระเงินคืน
วันที่ 6 ธ.ค. 2555 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการจัดสรรเงินวิทยฐานะให้แก่ครู เนื่องจากขณะนี้มีครูจำนวนหนึ่งที่ผ่านการประเมินเพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะแล้ว แต่กลับยังไม่ได้รับเงินวิทยฐานะตั้งแต่เดือน ส.ค.2554 ถึงเดือน พ.ย.2555 ดังนั้นที่ประชุมจึงมีแนวทางว่าในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ปี 2554 จะขอใช้งบประมาณกลาง ส่วนเดือน ต.ค.2554 - พ.ย.2555 จะตั้งงบประมาณของปีงบประมาณ 2557 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ครู
'ทั้งนี้ผมรู้สึกเห็นใจครูกลุ่มนี้มาก เพราะกว่าจะผ่านการประเมินวิทยฐานะก็ยากมากพอแล้ว จึงอยากให้ครูได้รับเงินอย่างรวดเร็ว หลังจากนี้ได้มีการวางแผนไว้แล้วว่าครูที่ผ่านการประเมินวิทยฐานะจะต้องให้ได้รับเงินในปีงบประมาณถัดไปทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเงินค้างจ่ายในลักษณะนี้อีก' นายเสริมศักดิ์ กล่าว
ด้านดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีการค้างจ่ายเงินวิทยฐานะมาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2554 จนถึงเดือน พ.ย. 2555 ดังนั้น สพฐ.จึงได้เตรียมเสนอขอตั้งงบฯ แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ตามห้วงเวลา ได้แก่ เงินค้างจ่ายประจำปีงบฯ 2554 เดือน ส.ค.-ก.ย. 2554 ประมาณ 1,800 ล้านบาท เงินค้างจ่ายประจำปีงบฯ 2555 เดือน ต.ค.2554-ก.ย.55 ประมาณ 13,000 ล้านบาท และเงินค้างจ่ายประจำปีงบฯ 2556 เดือน ต.ค.-พ.ย.2555 ประมาณ 300 ล้านบาท
'อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ รมช.ศึกษาธิการ เห็นว่าหลักของการตั้งงบฯ วิทยฐานะนั้น ควรจะให้ค้างจ่ายได้ไม่เกิน 1 ปี ดังนั้นเงินค้างจ่ายประจำปีงบฯ 2554 จะมีการเสนอของบฯ กลาง เพราะขณะนี้เวลาล่วงเลยมานานแล้ว และยอดเงินก็ไม่สูงเกินไป ส่วนเงินค้างจ่ายประจำปีงบฯ 2555-2556 จะมีการตั้งงบฯ ในปีงบฯ 2557 ทั้งนี้การตั้งงบฯ วิทยฐานะนั้น เป็นตัวเลขที่ไม่สามารถประมาณได้ จะต้องตั้งจากจำนวนจริงที่ครูผ่านการประเมินวิทยฐานะ ขณะที่สำนักงบประมาณไม่สามารถจัดสรรเงินให้ได้ในกรณีที่ครูยังไม่ผ่านการประเมิน จึงทำให้ไม่สามารถตั้งงบฯไว้ล่วงหน้าได้ก่อน' เลขาธิการ กพฐ. กล่าวชี้แจง



