
คนทำละครเสนอจัด'เรตข่าว'
คนทำละครเสนอจัดเรตข่าว ชี้ซ้ำเติมปัญหาความรุนแรงในสังคม ขณะที่ตัวแทนผู้ปกครองชี้ สถาบันครอบครัว เป็นส่วนสำคัญที่ต้องตั้งรับปัญหาความรุนแรง
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขนกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดสัมมนา หัวข้อ“แรงได้ใจ!! สังคมไทย หรือ ละคร”โดยมีวิทยากรเข้าร่วม ได้แก่ นายณัชฐพงศ์ มูฮัมหมัด ผู้ประกาศข่าวเช้าสถานีโทรทัศน์สี ช่อง 7 นายราเมศ เรืองประทุม ผู้กำกับละครโทรทัศน์ชื่อดัง อย่าง เฮฮาหน้าซอยทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และนายวรชิต ตรีพืช ตัวแทนผู้ปกครอง
ในเวทีสัมมนา มีการแลกเปลี่ยนมุมมองคำจำกัดความของคำว่ารุนแรงในละครหลังข่าว ประสิทธิภาพของการจัดเรต ในละคร และคำถามสำคัญ คือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนี้ มีส่วนสำคัญมาจากละคร หรือ สภาพสังคมโดยรวม โดยเฉพาะละครดัง ที่ถูกพูดถึง และตกเป็นข่าว เด็กเลียนแบบพฤติกรรม ของตัวเอกในละคร ด้วยการผูกคอตาย ซึ่งนายราเมศ สะท้อนความเห็นในมุมมองคนทำละครว่า การทำละครในเมืองไทย ขึ้นกับผู้สนับสนุนด้วย ซึ่งความนิยมของคนดูละคร ก็สะท้อนผ่านเรตติ้งที่พุ่งแรง และส่งผลต่อผู้สนับสนุนในการทำละครเรื่องต่อ ๆ ไป แม้นายราเมศ จะเห็นว่า ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ แต่ที่สำคัญคือ คนดูต้องแยกแยะให้ออก ว่าละคร คือการแสดงเพื่อความบันเทิง ผู้ปกครองต้องอธิบายว่า ควรจะเอาแบบอย่าง ตัวเอก ที่ทำความดี หรือ จะเอาแบบอย่างตัวร้าย เพราะบทสรุปของละคร ตัวร้าย มักจะพบจุดจบที่ไม่ดี ส่วนการจัดเรต ในละครบ้านเรา เขามองว่าล้มเหลวสิ้นเชิง พร้อมกับเสนอว่า ควรมีการ”จัดเรต ข่าว”ด้วย เพราะหลายครั้งที่ สื่อมวลชน เป็นผู้นำข่าว หรือ ภาพความรุนแรง ไปขยายซ้ำผ่านสื่อ
ด้านนายณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด รับว่า การนำเสนอข่าวของสื่อบางครั้ง ก็ไม่มีการสกรีน ภาพความรุนแรง ในขณะที่สังคมส่วนหนึ่งก็ยังชอบดูภาพความรุนแรงเหล่านี้ หากช่องในสกรีน ด้วยการเบลอภาพ คนดูก็อาจเปลี่ยนไปดูช่องอื่น แต่ละครมีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ โดยเฉพาะเยาวชน ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ ขณะที่ผู้ปกครองมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่จะมีโอกาสได้ดูละครพร้อมกับลูกหลาน หรือ มีโอกาสได้สอนให้เด็กรู้จักแยกแยะ จึงต้องวอนไปยังคนทำละคร รวมถึงสื่อมวลชนว่า “เรตติ้ง และความรับผิดชอบต่อสังคม ควรจะเดินไปด้วยกัน”
ขณะที่นายวรชิต ตรีพืช ในฐานะตัวแทนผู้ปกครอง มองว่า คงโทษสังคม หรือ โทษละครไม่ได้ทั้งหมด เพราะต้องยอมรับว่า ปัจจุบัน ปัญหาความรุนแรงเกิดขึ้นจริงในสังคมอยู่แล้ว เราต้องเรียนรู้ และอยู่กับมันให้ได้ หากดูละคร ต้องดูอย่างมีสติ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก หากเป็นเด็กเล็กต้องสร้างวินัย ไม่ควรให้ดูละครหลัง 20.00 น.เพราะป็นเวลาของการพักผ่อน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ผู้ปกครอง ต้องรู้จักแนะนำ และให้ยึดแบบอย่างที่ดี ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย เพราะสังคมปัจจุบัน ครอบครัวเป็นส่วนสำคัญที่ต้องร่วมรับผิดชอบกับเรื่องเหล่านี้ด้วย



