
อุทยานเสริมศักยภาพเทคโนฯ
อุทยานเสริมศักยภาพเทคโนฯ อวกาศ สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
หลังจากที่ดาวเทียมสปุตนิกสัญชาติรัสเซีย ดวงแรกของโลกขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี 1957 ปัจจุบันบนอวกาศมีดาวเทียมมากกว่า 5,000 ดวง และไทยก็มีดาวเทียมไทยโชต (Thaichote) ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ได้ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2551 โดยมีพันธกิจที่สำคัญคือเป็นแหล่งข้อมูลและอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการใช้งานด้านต่างๆ อาทิ การเกษตร การป่าไม้ การใช้ที่ดิน งานดูแลสิ่งแวดล้อม งานแผนที่ ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรชายฝั่งและการจัดการภัยพิบัติ ฯลฯ
ขณะเดียวกันศูนย์รับสัญญาณดาวเทียมของไทยกำลังขยายบทบาทสู่การเป็น “อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ (SKP)” ซึ่งจะส่งเสริมให้มีการเข้าไปสร้างธุรกิจเทคโนโลยีอวกาศ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ SME และระดับอุตสาหกรรม
โดยมีพื้นที่ให้หน่วยงานเอกชนได้เข้าไปทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ รวมถึงบริการเพื่อสนับสนุนการวิจัยให้เกิดผลเชิงพาณิชย์ และมีความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นเครื่องมือส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของการ พัฒนาธุรกิจบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในภูมิภาคอาเชีย
รศ.ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ย้อนที่มาให้ฟังว่าเดิมที่ตั้งของศูนย์รังสรรค์นวัตกรรมอวกาศนั้น เป็นเพียงศูนย์ควบคุมดาวเทียมไทยโชต (ThaiChote) และเป็นสถานีรับสัญญาณดาวเทียม โดยปัจจุบันได้ผลิตข้อมูลมาตรฐานหรือข้อมูลที่ยังไม่ได้แปรผลส่งเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐเท่านั้น แต่อยากผนวกภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมด้วย จึงได้เปิดเป็นอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศขึ้น
"สทอภ.เพิ่งเปิดตัวอุทยานอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และขณะนี้มีบริษัทเอกชน 6 รายที่แสดงความจำนงเข้าใช้พื้นที่แล้ว เพื่อนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น แผนที่ในโทรศัพท์มือถือ หรือพัฒนาสถานีรับสัญญาณดาวเทียม รวมถึงทดสอบอุปกรณ์และชิ้นส่วนเกี่ยวกับดาวเทียม อย่างนี้เป็นต้น"
“เรายังไม่มีดาวเทียมเรดาร์ของเราเอง แต่เรารับสัญญาณเขา และดาวเทียมเรดาร์ใช้ค่อนข้างยาก ถ้าเผื่อไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีซอฟต์แวร์พิเศษในการวิเคราะห์ข้อมูล เพราะมันดูได้ด้วยตาเปล่าไม่ได้เหมือนภาพดาวเทียมธรรมดา เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเป็นโอกาสในการที่เราจะพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อที่จะดึงเอาข้อมูลจากเรดาร์มาทำให้เกิดประโยชน์ และที่นี่เป็นศูนย์รับสัญญาณเรดาร์ที่กล้าพูดได้ว่าใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ไม่มีที่ไหนรับได้มากขนาดนี้”
รศ.ดร.อานนท์ ย้ำด้วยว่า อีกเรื่องที่จะทำคือข้อมูลเกี่ยวกับกระแสน้ำในทะเล ซึ่งในขณะนี้กำลังตั้งสถานีเรดาร์ 18 สถานีในอ่าวไทย ตั้งแต่อ่าวไทยตอนบน ระยอง สัตหีบ ไปจนถึงหัวหิน โดยพื้นที่เหล่านี้ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูงมาก และข้อมูลเกี่ยวกับกระแสน้ำในทะเลนี้จะทำให้เห็นการไหลของน้ำแบบเรียลไทม์ สามารถนำมาใช้ในเรื่องของการเกิดมลพิษหรือเกิดน้ำเสีย การเกิดอุบัติภัยทางทะเล โดยข้อมูลเรื่องกระแสน้ำนี้ มีหน่วยงานที่ต้องนำไปใช้ เช่น กรมทรัพยากรทางทะเล กรมเจ้าท่า ทหารเรือ องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ดูเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง ฯลฯ สามารถนำข้อมูลเรื่องกระแสน้ำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่และองค์กรได้
อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ ถือเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระดับภูมิภาค และเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและระบบนวัตกรรม เพื่อให้รองรับการพัฒนาของประเทศที่มุ่งเน้นนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ อันเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
..............................................
(อุทยานเสริมศักยภาพเทคโนฯ อวกาศ สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



