ไลฟ์สไตล์

'เชียงเครือ'ต้นแบบแก้แล้งยั่งยืน

'เชียงเครือ'ต้นแบบแก้แล้งยั่งยืน

04 ธ.ค. 2555

ยก 'เชียงเครือ' จัดรูปต้นแบบ นำร่องจัดการน้ำแก้แล้งยั่งยืน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

                          ไม่ปฏิเสธว่าการกระจายน้ำให้เข้าถึงในระดับไร่นาอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการอาศัยเส้นเลือดฝอยหรือการจัดรูปที่ดิน นับเป็นอีกแนวทางในการแก้น้ำแล้งในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน เพราะการจัดรูปที่ดินเปรียบเสมือนเป็นการต่อยอดระบบชลประทานที่มีอยู่แล้วกระจายน้ำไปสู่แปลงนาของเกษตรกรอย่างทั่วถึงและเต็มเม็ดเต็มหน่วย

                          "การจัดรูปที่ดินจะเป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกแก่กระบวนการผลิตสำหรับเกษตรกรทุกแปลงอย่างเท่าเทียมกัน เพราะพื้นที่การเกษตรที่ได้รับการจัดรูปที่ดินเหล่านี้จึงมีสภาพคล้ายโรงงานอุตสาหกรรมที่สามารถผลิตพืชผลการเกษตรได้ตลอดเวลา อย่างน้อยที่สุดสามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้งทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง แต่ที่สำคัญจะต้องมีแหล่งน้ำต้นทุน ถึงจะปฏิรูปได้"

                          เอกจิต ไตรภาควาสิน ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทานกล่าวระหว่างน้ำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูความสำเร็จของโครงการจัดรูปที่ดินในพื้นที่ จ.สกลนคร ภายใต้โครงการนำร่อง "ดาวล้อมเดือน" ที่มีทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมทำงานแบบบูรณาการ อันประกอบด้วยสำนักงานจัดรูปที่ดิน จ.สกลนคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร ธ.ก.ส.สกลนครและชาวบ้านใน ต.เชียงเครือ ที่อาศัยอยู่รายรอบมหาวิทยาลัย

                          เขายอมรับว่าสิ่งสำคัญในการจัดรูปที่ดินฯ นอกเหนือจากความสมัครใจของเกษตรกรผู้ถือครองสิทธิ์ในที่ดินแล้วยังต้องพิจารณาแหล่งน้ำต้นทุนและสภาพพื้นที่ต้องไม่ใช่พื้นที่ลุ่มน้ำท่วมขังได้ง่าย และพื้นที่ในตำบลเชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร นับเป็นอีกพื้นที่มีความเหมาะสมทั้งทางภูมิศาสตร์และภูมิสังคมที่ชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

                          ขณะที่ ศักดิ์ดา มีสุข หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดิน จ.สกลนคร กล่าวเสริมว่า สกลนครนับว่าโชคดีที่มีเขื่อนน้ำอูน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนหลักในการกระจายน้ำสู่พื้นที่ใน 3 อำเภอคือ อ.พังโคน อ.พรรณานิคม และ อ.เมือง รวมพื้นที่กว่า 203,000 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ชลประทาน 185,000 ไร่ และระบบคลองส่งน้ำสายใหญ่สายซอย 4,538 ไร่ ซึ่งในพื้นที่ 185,000 ไร่ เป็นพื้นที่จัดรูปที่ดิน 181,262 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่จัดรูปประเภทพัฒนาสมบูรณ์แบบ 8,514 ไร่และกึ่งสมบูรณ์แบบ 172,748 ไร่

                          "โครงการจัดรูปที่ดินน้ำอูน มีความพิเศษประการหนึ่งคือ พื้นที่จัดรูปที่ดินแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน มีขนาดพื้นที่แทบจะเท่าๆ กันและเป็นพื้นที่จัดรูปที่ดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน" หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดิน จ.สกลนคร แจงรายละเอียดพร้อมย้ำว่า

                          นอกจากนี้สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทานยังได้ขยายพื้นที่จัดรูปที่ดินในส่วนของโครงการดาวล้อมเดือนที่ริเริ่มโดยมหวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนครในพื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการ "ดาวล้อมเดือน" อีกประมาณ 12,000 ไร่ โดยเริ่มจัดรูปที่ดินในปี 2555 จำนวน 2,000 ไร่และวางแผนจัดรูปที่ดินเพิ่มในปี 2556 จำนวน 2,000 ไร่และในปี 2557 อีกประมาณ 7,000 ไร่ด้วย

                          สำหรับโครงการดาวล้อมเดือนเป็นโครงการพัฒนาการเกษตรรอบพื้นที่ของมหาวิทยาลัยในตำบลเชียงเครือ อ.เมืองสกลนคร ที่ริเริ่มโดย รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัย โดยดำเนินการในลักษณะบูรณาการจากหลายหน่วยงาน ซึ่งดาวหมายถึงพื้นที่ของเกษตรกรรอบๆ มหาวิทยาลัย ส่วนเดือนหมายถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร แหล่งองค์ความรู้ทางวิชาการในการนำไปสู่ชุมชนในบริเวณดังกล่าว

                           โครงการดาวล้อมเดือนในตำบลเชียงเครือ นับเป็นอีกก้าวของสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทานในการจัดรูปที่ดินในพื้นที่น้ำแล้งอย่างภาคอีสาน ที่เต็มไปด้วยแหล่งน้ำต้นทุน หากแต่การนำมาใช้กลับมีปัญหาเพราะไม่สามารถกระจายสู่ระดับไร่นาได้อย่างทั่วถึงจากอดีตจนปัจจุบัน

 

 

-----------------------

(ยก 'เชียงเครือ' จัดรูปต้นแบบ นำร่องจัดการน้ำแก้แล้งยั่งยืน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)