ไลฟ์สไตล์

พม.เล็งชง'พ่อลาคลอด'ได้90วัน

พม.เล็งชง'พ่อลาคลอด'ได้90วัน

03 ธ.ค. 2555

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมชงสิทธิ "ชายไทยลาคลอดตามภรรยา" ขยายครอบคลุมรัฐวิสาหกิจ-เอกชน หลัง ขรก.ชายลาได้ 15 วัน

                          3 ธ.ค. 55  นายสังคม คุณคณากรสกล ประธานบริษัทไทยทอปปิค จำกัด กล่าวในงานเสวนา "พ่อจ๋า...ลาคลอดมากอดหนู" จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบริษัทไทยทอปปิค จำกัด ว่า ผลการสำรวจการรับรู้เกี่ยวกับสิทธิการลาหยุดของข้าราชชายเพื่อช่วยเหลือดูแลภรรยาที่คลอดบุตรติดต่อกันได้ครั้งละ 15 วัน ของประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,473 คน พบว่ามีผู้รับรู้ถึงสิทธิดังกล่าวอย่างถูกต้อง 55.6% ผู้ที่รับรู้แต่ไม่เข้าใจ 14.46% และผู้ที่รู้ว่ามีสิทธินี้อยู่เลยจำนวน 29.94% และผู้ที่อยู่ในเขตเมืองรับรู้น้อยกว่าผู้ที่อยู่ในเขตภูมิภาค

                          เมื่อสำรวจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของข้าราชการชายที่ใช้สิทธิลาคลอดตามภรรยาพบว่า 54.72% ลาหยุดเพื่อไปดูแลบุตรและภรรยาจริง 34.62% ลาเพื่อการดูแลบุตร ภรรยาและการทำภารกิจอื่นๆ และ 3.53% มีการใช้สิทธิดังกล่าวอย่างผิดวัตถุประสงค์ และเมื่อถามถึงความต้องการให้ขยายสิทธิการลาคลอดตามภรรยาไปยังกลุ่มพนักงานเอกชน รัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างกลุ่มอื่นๆ ด้วยนั้นพบว่า ฝ่ายผู้หญิงไม่ต้องการให้ขยายสิทธิดังกล่าวเพิ่มเติมแล้ว ในขณะที่กลุ่มผู้ชายยังต้องการให้ขยายสิทธิให้ครอบคลุมกลุ่มบริษัทเอกชน 46.5% รัฐวิสาหกิจ 44.4% และกลุ่มลูกจ้างของรัฐ 77.87%

                          ด้านนายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า การที่สามีคอยดูแลภรรยาและบุตรหลังคลอดเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัว ความสัมพันธ์ของสามี-ภรรยา ที่สำคัญคือส่งเสริมด้านสิทธิเด็กในการได้รับการดูแลจากพ่อแม่ แต่ที่ผ่านมามีเพียงข้าราชการเท่านั้นที่ได้รับสิทธิให้ลาหยุดลาคลอดตามภรรยาได้ 15 วัน แต่ยังถือเป็นจำนวนที่น้อย ดังนั้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จึงนำเรื่องเข้าคณะกรรมการยุทธศาสตร์พัฒนาสตรีแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อขอให้ขยายสิทธิผู้ชายลาคลอดตามภรรยาไปยังกลุ่มอื่นๆ ด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ โดยให้ขยายไปยังภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ โดยขณะนี้ได้นำเสนอไปยังกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแล้ว อยู่ระหว่างการขอแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน หรืออาจออกเป็นประกาศกระทรวง ซึ่งก่อนอื่นต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นก่อน  ทั้งนี้หากมีการผลักดันอย่างจริงจังคาดว่าน่าจะสามารถใช้สิทธิได้ภายในปี 2556

                          นอกจากนี้ยังได้เสนอขอแก้ไขระเบียบการอนุญาตลาคลอดในส่วนข้าราชการ โดยให้คลอบคลุมถึงสามีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียน แต่มีการเซ็นรับรองบุตรถูกต้องด้วย จากแต่เดิมอนุญาตให้ข้าราชการชายลาคลอดได้เฉพาะผู้ที่จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เนื่องจากมองว่าเรื่องนี้เป็นสิทธิของเด็กที่ควรได้รับ

                          นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า หลังคลอดใหม่ๆ เป็นช่วงที่โกลาหล โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่ต้องการการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ คนช่วยดูแลบุตร แต่ทุกวันนี้ยังพบว่าผู้ชายมีทัศนคติว่างานบ้านหรือการดูแลบุตรจะต้องเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเท่านั้น ดังนั้นจะทำอย่างไรเพื่อส่งเสริมให้ผู้ชายมีส่วนร่วมในการดูแลครอบครัว ส่วนตัวเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายรวมถึงผู้ชายที่มีประสบการณ์ในการลาหยุดเพื่อดูแลภรรยามาช่วยขับเคลื่อน และปรับเปลี่ยนทัศนคติตรงนี้ใหม่ ที่สำคัญอยากให้มีการปรับแก้ระเบียบระยะในการลาคลอดของผู้ชายจาก 15 วันเป็น 1 เดือน คิดว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม

                          ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวณิชย์ ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เป็นหน่วยงานข้าราชการแห่งแรกที่ให้สิทธิข้าราชการชายลาคลอดเพื่อไปดูแลบุตร และภรรยาได้ 10 วัน เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กที่จะโตขึ้นมาเป็นกำลังของประเทศชาติอย่างมีคุณภาพ แต่ที่ผ่านมามีข้าราชการชายขอให้สิทธิดังกล่าวน้อย ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะกลุ่มที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ไม่เยอะ และบางส่วนกลัวถูกเพื่อนล้อเลียน โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปจะมีทัศนคติในเรื่องนี้รุนแรงมาก ส่วนกลุ่มที่มีอายุไม่เกิน 29 ปีกลับเห็นความสำคัญและคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

                          "กฎหมายเรื่องการลาคลอดของประเทศไทยถือว่ายังต่ำกว่ามาตรฐานทั่วโลกใช้ โดยจากการสำรวจประเทศที่พัฒนาแล้ว 21 ประเทศ (OECD) พบว่ามีประเทศที่ให้สิทธิผู้ชายลาคลอดเพื่อดูแลภรรยาได้นานถึง 3 ปี เช่น ประเทศฝรั่งเศส สเปน แต่จะไม่ได้รับค่าตอบแทนการทำงาน หรือหากต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยจะให้สิทธิลาได้ 45 วัน ส่วนประเทศสวีเดน และนอร์เวย์นั้นนอกจากจะได้สิทธิวันลาแล้วยังได้รับค่าตอบแทนการทำงานด้วย" ผศ.ดร.ปารีณา กล่าวและว่า ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นคุณแม่เหมือนกัน ตรงนี้แค่เห็นหน้าเขา (สามี) อยู่ข้างๆ ก็มีความสุขแล้ว เขามีส่วนทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จ บทบาทของแม่มีส่วนอย่างมากในการสร้างสถาบันครอบครัว