
มหันตภัย'ขี้ปลาวาฬ'หนักสุดรอบ40ปี
มหันตภัย 'ขี้ปลาวาฬ' หนักสุดรอบ 40 ปี วอนรัฐเร่งเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงหอย : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล
แพลงตอนบูม หรือปรากฏการณ์ "ขี้ปลาวาฬ" แม้จะเกิดขึ้นทุกปีในพื้นที่อ่าวบ้านแหลม จ.เพชรบุรี สร้างปัญหาให้แก่เกษตรกรที่ประกอบาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งไม่น้อย โดยเฉพาะเกษตรกรเพาะเลี้ยงหอยแครงและหอยแมลงภู่ แต่ปีนี้ดูเหมือนว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบหนักที่สุดในรอบ 40 ปี และมีพื้นที่ได้รับความเสียหายครอบคลุมถึง 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ส่งผลให้เกษตรกรรวมตัวเรียกร้องรัฐบาลให้การเยียวยา เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา
"เหตุการณ์ครั้งนี้ร้ายแรงกว่าทุกปี ที่ผ่านมาจะมีหอยแมลงภู่ตายทุกปี หอยแครงไม่เคยตาย เพราะหอยแครงอยู่น้ำลึก อยู่หน้าดิน และหอยแครงอึดกว่าหอยแมลงภู่ แต่ปีนี้หอยแครงตาย ภาครัฐต้องมาดู นักวิชาการอย่าตะแบงว่า หอยตายเป็นเรื่องปกติทุกปี เพราะเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งเป็นผู้ลงทุน หากมีปัญหาหอยและปลาตายเป็นภัยธรรมชาติทุกๆ ปีใครจะลงทุน ที่มาเรียกร้องเพื่อต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ"
มงคล เจริญสุขคณา ประธานสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด ยอมรับว่า กรณีน้ำทะเลเสียเนื่องจากภัยธรรมชาติแพลงตอนบูม ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 40 ปี สร้างความเสียหายให้แก่ชาวประมงเป็นจำนวนกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งประสบปัญหามาตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 ต้องการให้จังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินร้ายแรงอย่างเร่งด่วน
ไม่เฉพาะสมุทรสงครามเท่านั้น ที่เกิดปัญหาขี้ปลาวาฬ เพชรบุรีก็เป็นอีกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน โดยมียอดเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายสูงถึง 881 ราย มีพื้นที่เพาะเลี้ยง 1.4 หมื่นไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณอ่าวบ้านแหลมได้รับผลกระทบหนักที่สุด
สมชาย ปัญญาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ระบุว่าจากที่เกิดเหตุหอยแครงและหอยแมลงภู่ในฟาร์มของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งในพื้นที่อ่าวบ้านแหลม ต.บ้านแหลม และต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม ตายเป็นจำนวนมาก มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 881 ราย แยกเป็นหอยแครง 464 ราย และหอยแมลงภู่ 417 ราย มาตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี ได้เร่งหาสาเหตุการตายของหอยและสัตว์ทะเล มีการเก็บตัวอย่างน้ำ สุ่มตรวจแปลงหอย เพื่อหาทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งอย่างเร่งด่วนแล้ว
ขณะที่ ขวัญฤทัย ถนอมเกียรติ ประมงจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า จากการสำรวจเบื้องต้น 5 แปลง พบว่า ตายยกแปลงจำนวน 4 แปลง ตาย 50 เปอร์เซ็นต์ 1 แปลง การตรวจวัดความเค็ม น้ำในบริเวณที่ทำการตรวจสอบพบว่า มีระดับความเค็ม 15 พีทีที ซึ่งเบื้องต้นไม่ส่งผลกระทบต่อการตายของหอย แต่น้ำจืดที่ไหลลงสู่อ่าวไทยมีน้ำเสียหรือน้ำท่วมขังจนเน่าไหลปะปนลงมาด้วย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หอยและสัตว์น้ำเหล่านี้ทยอยตายจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จะประสานงานไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำนักวิชาการเข้ามาตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง
ด้าน สมศักดิ์ ชูวงศ์ รองนายกเทศมนตรีตำบลบางตะบูน อ.บ้านแหลม กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ปราฏการณ์ขี้ปลาวาฬปีนี้ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในรอบ 40 ปีก็ว่าได้ เพราะทุกปีที่ผ่านมา แม้จะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีความรุนแรงถึงขนาดนี้ แต่ปีนี้เกษตรกรทุกรายได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า บางรายต้องสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะหอยตายยกฟาร์ม
"เท่าที่ทราบ ทางราชการเขาช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นรายละไม่เกิน 5 ไร่ ไร่ละ 1 หมื่นบาท จริงๆ แล้วน่าจะแยกช่วยตามชนิดของหอยมากกว่า อย่างเกษตรกรบางรายเลี้ยงทั้งหอยแครง หอยแมลงภู่ ซึ่งต้นทุนเลี้ยงก็ต่างกัน อย่างหอยแครงต้นทุนจะอยู่ที่ 1 แสนบาทต่อไร่ ส่วนหอยแมลงภู่ต้นทุนจะถูกกว่า" สมศักดิ์ กล่าวในที่สุด
แพลงตอนบูม หรือปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ นับเป็นมหันตภัยร้ายที่คร่าชีวิตสัตว์น้ำ โดยเฉพาะหอยแครงและหอยแมลงภู่ที่เกษตรกรในพื้นที่ จ.เพชรบุรี สุมทรสงคราม และสมุทรสาคร ยึดเป็นอาชีพหลักและสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำมาหลายชั่วอายุคน อาจต้องล่มสลาย เพราะไม่มีใครกล้าเลี้ยงอีกต่อไป หากรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญและวางมาตรการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
---------------------
ช่วยไร่ละ 1 หมื่น ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย
ภคพัส ส่งวัฒนายุทธ์ ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านแหลม จ.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีการตายของหอยที่เลี้ยงในชายฝั่งทะเลล่าสุด (20 พ.ย.) กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือเกษตรกรต่อกรณีดังกล่าว โดยได้กำหนดเกณฑ์ความเสียหายที่ได้รับการชดเชยสำหรับหอยแมลงภู่จะต้องพบหอยตายจำนวนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่หอยแครงต้องมีหอยตายมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โดยเปอร์เซ็นต์ความเสียหายจะพิจารณาในแหล่งเลี้ยงที่มีจำนวนเกษตรกรได้รับความเสียหายมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเกษตรกรที่เลี้ยงในพื้นที่ทั้งหมด
"สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอ้างอิงโดยอาศัยหลักเกณฑ์ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในรายละเอียดปลีกย่อยที่หน่วยงานรัฐถือปฏิบัติและมีผลบังคับใช้อยู่ โดยกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ จะจ่ายรายละไม่เกิน 5 ไร่ จำนวน 800 ราย เป็นเงิน 36 ล้านบาท ส่วนในอนาคตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนและสถานศึกษาจะต้องประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบให้ความรู้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมทั้งทำการศึกษาวิจัยทั้งระบบเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน" ภคพัสกล่าวทิ้งท้าย
---------------------
(มหันตภัย 'ขี้ปลาวาฬ' หนักสุดรอบ 40 ปี วอนรัฐเร่งเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงหอย : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล)



