
หมู่บ้านกลางขุนเขาคีรีวง
หมู่บ้านกลางขุนเขาคีรีวง : วิถีชีวิตและธรรมชาติที่คงอยู่ : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม : โดย...เรื่อง/ภาพ : วัลย์ พันขุนเขา
คีรีวง หมู่บ้านกลางขุนเขา ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นพื้นที่ ที่มีอากาศดีที่สุดของประเทศไทย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะมีจุดเด่นทั้งธรรมชาติสวยงาม ภูเขา น้ำตก และวิถีชีวิตที่เรียบง่าย
หมู่บ้านคีรีวงเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ เดิมชื่อบ้านขุนน้ำ เพราะตั้งอยู่ใกล้ต้นน้ำจากยอดเขาหลวง ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลัก คือ การทำสวนผลไม้ผสม ที่เรียกว่า “สวนสมรม” เช่น มังคุด ทุเรียน เงาะ จำปาดะ สะตอ ลองกอง ลางสาด แล้วยังมีกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์อีกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มทุเรียนกวน กลุ่มผ้ามัดย้อม กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มสมุนไพร ฯลฯ
ผมมาคีรีวงทีไรก็เหมือนกลับได้บ้าน เหมือนที่นี่เป็นบ้านหลังที่สอง แถมพิเศษที่มียอดเขาหลวงเป็นหลังคาบ้าน มี "คลองท่าดี" ไหลผ่านกลางหมู่บ้าน สองฝั่งคลองมีร่องรอยการเสียหายอย่างร้ายแรงจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง ในปีพ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2531 แต่ชาวบ้านก็ยืนหยัด ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาจนคีรีวงกลับมามีวิถีชีวิตเหมือนเดิม พร้อมกับเก็บความทรงจำที่เสียหายครั้งนั้นเป็นอนุสรณ์อุทกภัย เช่น วัดคีรีวง บ้านประวัติศาสตร์ และบ้านประวัติศาสตร์ครึ่งหลัง
นอกจากนี้ ยังมี "เรือเหนือ" หรือ เรือไม้ของเก่าที่ทำจากซุงทั้งต้น เมื่ออดีตชาวคีรีวงใช้เรือบรรทุกผลไม้ออกไปแลกเปลี่ยนของใช้ต่างๆ จากชุมชนภายนอก
ถ้าให้ดี มาคีรีวงควรเที่ยวดูให้ทั่ว ไม่ยากครับ หาผู้นำเที่ยวซึ่งจะคิดค่าบริการนำเที่ยว 2,000-3,000 บาท ต่อการนำเที่ยว 3 วัน เพราะการเดินทางส่วนใหญ่ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ขึ้นภูเขา ผ่านสวนผลไม้ และน้ำตกที่สวยงามอีกหลายแห่ง ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ และถ้าโชคดีไปช่วงที่ผลไม้สุกก็ได้กินผลไม้สดๆ ฟรีด้วยครับ
สวนผลไม้ของชาวคีรีวงเป็นสวนผลไม้ที่มีมาแต่อดีต จึงมีทุเรียนพื้นบ้านที่ต้นใหญ่มาก บางต้นขนาดสองคนโอบ ในช่วงที่ทุเรียนพื้นบ้านสุกร่วงลงมา เป็นช่วงเวลาที่เจ้าของสวนมีความสุขเพราะจะได้เก็บทุเรียนขาย ขณะเดียวกัน "หมูป่า" ก็พลอยมีความสุขไปด้วย เพราะได้ออกมากินทุเรียน จึงไม่แปลกที่ช่วงทุเรียนพื้นบ้านสุกจะมีรอยเท้าหมูป่าตามโคนต้นเยอะมาก ซึ่งเจ้าของสวนก็ต้องทำใจเพราะพื้นที่นี้เดิมเคยเป็นป่า หรืออยู่ติดกับป่าอนุรักษ์ ก็ต้องอยู่กันแบบพึ่งพากัน
ชาวคีรีวงรู้ดีว่าต้องอยู่กับธรรมชาติ และจากอุทกภัยสองครั้งทำให้พวกเขารู้ว่าจะต้องไม่ทำลายธรรมชาติที่เหลืออยู่อีกต่อไป
ลุงหม่ำเป็นคนคีรีวงและเป็นคนที่ผมรู้จักสนิทมากที่สุดคนหนึ่ง ผมจะไปเยี่ยมแกทุกครั้งถ้าไปคีรีวง แกมีสวนผลไม้อยู่บนภูเขาที่ต้องมอเตอร์ไซด์ไปราว 5 กิโลเมตร ผ่านน้ำตกวังไม้ปักและเลียบน้ำตกไปเรื่อยๆ นั่งรถไปมองดูยอดเขาหลวงอยู่ไกลลิบด้านหน้า และธรรมชาติรอบข้าง ทำให้อิจฉาลุงหม่ำขึ้นมาทันที ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและทำสวนผลไม้ที่แกรัก คนเราไม่ต้องการอะไรมากขอแค่ได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และทำในสิ่งที่รักแค่นี้ก็พอแล้ว
สวนผลไม้ที่นี่จะมีกระท่อมทุกสวน ไว้สำหรับหลบฝน และเก็บอุปกรณ์ทำสวน
พอตกเย็นลุงหม่ำก็ทำกับข้าวให้ผมกิน มีน้ำพริกกะปิ กินกับผักกูดป่าที่เก็บมา และสะตอที่ขึ้นอยู่ข้างกระท่อม และปลากระป๋อง แค่นี้ก็กินกันจนอิ่มไม่รู้เรื่องไปเลย
คืนนี้ ผมนอนอยู่ในเปลหน้ากระท่อมมองดูดวงจันทร์ที่อยู่ไกลลิบ ปล่อยชีวิตไปกับธรรมชาติ และบางครั้งการอยู่คนเดียวก็ทำให้เรามีความสุข ด้วยรัก ศรัทธากับการก้าวเดิน และตีนเขาหลวงที่ไม่เคยถึงยอดเขาหลวงสักที
หมายเหตุ : สอบถามข้อมูล หรือเที่ยวคีรีวง ติดต่อ อบต.กำโลน 0-7553-3111-2
การเดินทางโดยรถประจำทาง จากสถานีขนส่งสายใต้ ปลายทางที่สถานีขนส่งนครศรีธรรมราช ต่อรถสองแถว นครศรี-คีรีวง คนละ 25 บาท (มีรถออกตั้งแต่ เวลา 07.00-16.00 น.)
.......................................................
(หมู่บ้านกลางขุนเขาคีรีวง : วิถีชีวิตและธรรมชาติที่คงอยู่ : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม : โดย...เรื่อง/ภาพ : วัลย์ พันขุนเขา)



