ไลฟ์สไตล์

เซนไฮเซอร์กับภารกิจค้นหาเสียง'พิสุทธิ์'

เซนไฮเซอร์กับภารกิจค้นหาเสียง'พิสุทธิ์'

02 ธ.ค. 2555

เมื่อสัปดาห์ก่อนผู้เขียนได้รับเชิญจากบริษัทเซนไฮเซอร์ เอเชีย จำกัด ให้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์

                เมื่อสัปดาห์ก่อนผู้เขียนได้รับเชิญจากบริษัทเซนไฮเซอร์ เอเชีย จำกัด ให้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของบริษัท ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นการประกาศศักดาการมุ่งมั่นขยายตลาด "หูฟัง" ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งในงานนี้เซนไฮเซอร์ เอเชีย ได้เชิญเหล่า "ซาวนด์ ฮีโร่" หรือ "วีรบุรุษแห่งเสียง" ที่ได้รับคัดเลือกจากประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย มาเปิดแสดงผลงานและโชว์ตัวกัน ทั้งวงดนตรีทรีโออารมณ์ดีจากอินโดนีเซีย นักไวโอลินสาวจากเกาหลีใต้ และทนายชาวฟิลิปปินส์ที่มุ่งมั่นรณรงค์ยกระดับความเป็นอยู่ของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งซาวนด์ ฮีโร่ เหล่านี้ถือเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ร่วมค้นหาความ "พิสุทธิ์" แห่งเสียงกับเซนไฮเซอร์ เอเชียด้วยเช่นกัน

                สำหรับประเทศไทยแล้วแม้จะไม่มีตัวแทนที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับตำแหน่งซาวนด์ ฮีโร่ในครั้งนี้ แต่เซนไฮเซอร์ เอเชีย ก็ให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการรองรับการเติบโตของยอดขายได้อย่างมาก โดยปัจจุบันกลุ่มสินค้าหูฟังของเซนไฮเซอร์ ได้บริษัทเอส เจนเนอเรชั่น เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งผู้บริหารของเซนไฮเซอร์เอเชีย และ เอส เจนเนอเรชั่นได้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าจะมุ่งมั่นนำเสนอสินค้าหูฟังคุณภาพให้แก่นักฟังดนตรีที่ต้องการค้นหาเสียงพิสุทธิ์ในประเทศไทย โดยไม่จำกัดว่าจะอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังพยายามเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังดนตรีในต่างจังหวัดที่ "รอ" ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตนเองได้

                เสียงเป็นหนึ่งในโสตสัมผัสที่มนุษย์สามารถรับ และ แปลความหมายได้เป็นอย่างดี ยิ่งเมื่อมีการแต่งเพลง หรือสร้างดนตรีที่มีความงดงามออกมาจากนักประพันธ์ คอดนตรีหรือนักฟังเพลงที่มีอัตลักษณ์เฉพาะก็ต้องการอุปกรณ์ที่สามารถถ่ายทอดเสียงเพลงและดนตรีที่มีความไพเราะตามความเป็นจริงมากที่สุด

                จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เซนไฮเซอร์ ผู้ผลิตหูฟัง ทั้งแบบอินเอียร์ และครอบหู ที่มีต้นกำเนิดในประเทศเยอรมนีเมื่อ 75 ปีที่แล้วจึงตั้งปณิธานในการ "ค้นหาเสียงพิสุทธิ์" เพื่อตอบสนองความต้องการของนักฟังเพลงระดับหูทองมาโดยตลอด อย่างไรก็ดี เซนไฮเซอร์ก็ยังไม่ละเลยที่จะต้อนรับนักฟังดนตรีรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะซื้อหูฟังราคาแพงๆ ได้ จึงนำเสนอผลิตภัณฑ์หูฟังราคาประหยัดแต่คุณภาพไม่ประหยัดตามราคาออกมาจำหน่ายร่วมกับหูฟังระดับเทพที่มีราคาสูงในระดับล้านบาท

                ทีแรกผู้เขียนก็ไม่อยากจะเชื่อว่าในโลกนี้จะมีหูฟังราคาเป็นล้านออกจำหน่ายกันด้วย และเชื่อว่าถ้ามีจริงก็คงจะไม่มีใครกล้าที่จะทุ่มเงินหลักล้านไปซื้อหูฟังราคาแพงกว่ารถยนต์ขนาดกลาง 1 คันเช่นนี้ แต่ก็เป็นความจริงที่เซนไฮเซอร์เคยผลิตหูฟังรุ่น "ออฟเฟียส" (Orpheus) ออกมาในจำนวนจำกัด ด้วยเทคโนโลยีขั้นสุดยอดของบริษัท และออกจำหน่ายในราคาเกือบ 1 ล้านบาท แต่ก็จำหน่ายไปจนหมดในเวลาอันรวดเร็ว

                ในการนี้ นายอึ้ง ชี ซุน ประธานกรรมการ เซนไฮเซอร์ เอเชีย ได้แนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของเซนไฮเซอร์ที่ไม่ได้มีราคาแพงระดับล้าน แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยี และการออกแบบด้วยวัสดุที่ทันสมัยเพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนมีสไตล์ รวมทั้งมืออาชีพที่ต้องการหูฟังที่ให้เสียงได้ถูกต้อง และหูฟังสำหรับนักฟังเพลงหูทองรุ่นใหม่ เช่น รุ่น HD800 ที่ออกแบบให้มีการระบายอากาศออกจากแผ่นไดอะแฟรมได้สะดวกสามารถให้เสียงที่กังวาน ใส เหมาะสำหรับนักฟังเพลงคลาสสิก หรือ แจ๊ส รุ่น RS 220 หูฟังไร้สายแบบ "อะนาล็อก" ที่ส่วนตัวผู้เขียนให้คะแนน "เสียง" ของรุ่นนี้ 9 เต็ม 10 เพราะมีความชอบเสียงแบบอะนาล็อกที่นักฟังเพลงรุ่นเก่าจะรู้ดีว่ามีความนุ่มนวลไม่มีสีสันจัดจ้านเหมือนกับเสียงดิจิตอลที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งหูฟังรุ่นใหม่ "Momentum" ที่ออกแบบมาอย่างมีสไตล์ ด้วยวัสดุชั้นดีเช่นหนังแท้ที่มาเพิ่มความเท่และความสบายในการใช้งานครั้งละนานๆ ได้เป็นอย่างดี

                ลูกค้าในเมืองไทยสามารถสัมผัส "เสียง" ของหูฟังเซนไฮเซอร์ได้ที่คอนเซ็ปต์ ช็อป และร้าน Sennheiser by Sanookgadget ที่ห้างฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 3 รวมทั้งบูธของเซนไฮเซอร์ที่จะเข้าไปทำกิจกรรมแนะนำสินค้าตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศต่อไป

                แนะนำว่าถ้าคุณใจไม่แข็งพอ อย่าเดินเข้าไปฟังเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะอดใจให้ไม่หลงใหลไปกับ "เสียง" ของเซนไฮเซอร์ครับ