
"จุรินทร์"โละเกณฑ์รับม.4ผอ.ร.ร.ดังร้องจ๊าก!!ไม่ได้ทิ้งเด็ก
เสียงร้องเรียนจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ผ่านไปถึง "นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบายความคับข้องใจที่โรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐ มักใช้เกณฑ์คัดเลือกเด็กเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ด้วยเกรดที่สูง ทำให้เด็กที่ไม่ได้คะแนนเฉลี่ยตามเกณฑ์ต้
ล่าสุดนายจุรินทร์ ทุบโต๊ะดัดหลังโรงเรียนที่ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเด็กที่มีผลการเรียนอ่อน ด้วยนโยบายให้โรงเรียนมัธยมรับนักเรียนที่จบชั้นม.ต้นทุกคน เสียงจากโรงเรียนดังยืนยันว่า นั่นไม่ใช่การทอดทิ้งเด็กอ่อนเพื่อไปรับเด็กเก่ง หากเป็นการกระตุ้นเด็กให้ตั้งใจเรียน
นายจุรินทร์ประกาศนโยบายรับเด็กจบ ม.3 ทุกคนเข้าเรียนต่อชั้นม.ปลายว่า โรงเรียนมัธยมส่วนใหญ่จะมีการกำหนดคะแนนเฉลี่ยขั้นต่ำที่นักเรียนจบ ม.ต้นจะต้องทำให้ได้จึงจะมีสิทธิได้เรียนต่อระดับม.ปลายที่โรงเรียนเดิมต่อไปหากนักเรียนรายใดได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ จะต้องออกไปเรียนที่อื่น หรือถ้ายังต้องการเรียนที่เดิมต่อไป ก็จะต้องไปสอบคัดเลือกเข้ามาเรียนใหม่แข่งกับนักเรียนจากโรงเรียนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองร้องเรียนเข้ามาว่า ระบบเช่นนี้นอกจากนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ โดยเฉพาะทำให้เกิดการเรียกรับเงินแลกกับการรับเข้าเรียน ม.4
เพราะฉะนั้นจึงได้มอบหมายให้คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปดำเนินการให้โรงเรียนมัธยมในสังกัดสพฐ.ยกเลิกการกำหนดเกณฑ์คะแนนผลการเรียนขั้นต่ำสำหรับพิจารณารับนักเรียนเข้าเรียนต่อม.ปลายต่อไปโรงเรียนจะต้องรับนักเรียนที่จบม.ต้นทุกคนศึกษาต่อในระดับม.ปลายโดยไม่มีการพิจารณาผลการเรียนยกเว้นโรงเรียนที่รับม.ปลายน้อยกว่าม.ต้นซึ่งจำเป็นต้องคัดเด็กบางส่วนออก ก็ให้จัดทำเกณฑ์ที่เหมาะสมในการพิจารณามา
เด็กเรียนจนจบม.3 แล้วมีผลการเรียนที่ต่ำ จะถือว่าเป็นความผิดของเด็กฝ่ายเดียวนั้น ผมถือว่าไม่ยุติธรรม อีกครึ่งหนึ่งเป็นความรับผิดชอบของโรงเรียนด้วย เพราะฉะนั้น โรงเรียนจึงไม่ควรตั้งเกณฑ์คะแนนผลการเรียนขั้นต่ำมาใช้คัดเลือกนักเรียนม.ต้นเรียนต่อม.ปลายเมื่อเด็กเข้าเรียนม.1 แล้วก็ควรจะให้โอกาสเรียนจนจบ ม.6 ไม่ใช่พอเด็กเรียนไม่เก่งก็จะให้เด็กย้ายไปเรียนที่อื่น นายจุรินทร์กล่าว ทั้งนี้ ได้ให้เลขาธิการ กพฐ. ไปศึกษาดูว่าจะต้องแก้ไขระเบียบใดหรือไม่เพื่อรองรับเรื่องนี้
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่าส่วนที่เกรงว่าการให้โรงเรียนรับนักเรียนทั้งหมดเรียนต่อม.ปลายจะกระทบต่อแผนการส่งเสริมให้เด็กเรียนต่อสายอาชีพมากขึ้นนั้น ถือว่าเป็นคนละเรื่องกัน กระทรวงศึกษาธิการยังคงส่งเสริมเด็กให้เรียนต่อสายอาชีพ แต่การที่ออกนโยบายนี้มาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเด็กม.ต้นและไม่ต้องการแก้ไขปัญหาเรียกเก็บเงินเพื่อแลกรับเข้าเรียน ซึ่งเป็นผลตามมาจากการที่คัดเด็กม.ต้นที่ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ออก
ด้านน.ส.เฟื่องฟ้าประดิษฐ์พจน์ ผอ.ร.ร.สตรีวิทยาแสดงความคิดเห็นหากมีการนำนโยบายนี้มาใช้ว่า หากยกเลิกการกำหนดเกณฑ์ผลการเรียนขั้นต่ำเพื่อคัดเด็กขึ้นเรียนต่อม.4 แล้วก็จะกลับไปมีปัญหาเด็กไม่ตั้งใจเรียนอีก ในอดีต ร.ร.สตรีวิทยารับเด็กม.ต้นทุกคนเรียนต่อม.ปลายโดยไม่มีการพิจารณาผลการเรียนผลก็คือ เด็กไม่ค่อยสนใจเรียน เรียนแบบสบายๆ ขาดความกระตือรือร้น เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วโรงเรียนจึงออกกฎรับนักเรียนเรียนต่อม.ปลายเฉพาะผู้ที่มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมสูงกว่า2.00 ขึ้นไปผลปรากฏว่า นักเรียนตั้งใจเรียนมากขึ้น จำนวนนักเรียนที่ได้คะแนนเฉลี่ยสะสมน้อยกว่า 2.00 ทยอยลดลง
โรงเรียนไม่ได้ต้องการคัดเด็กอ่อนออกไปเพื่อหวังรับเด็กที่เก่งเข้ามาแทนและจริงๆ แล้ว ร.ร.สตรีวิทยาไม่มีการรับนักเรียนม.4 ที่เราต้องกำหนดเกณฑ์ดังกล่าวขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้เด็กตั้งใจที่ผ่านมาถ้าเห็นเด็กรายใดเรียนอ่อน ก็จะเข้าไปเยียวยา สอนเสริมให้ ปัญหาก็คือ เด็กบางรายไม่ค่อยยอมมารับการเยียวยา จนรู้ว่าถ้าคะแนนเฉลี่ยไม่ถึง 2.00 จะไม่ได้เรียนต่อจึงค่อยกระตือรือร้น รวมทั้งผู้ปกครองเองด้วย ถ้าเห็นว่าลูกตัวเองได้เรียนจนจบม.6 แน่นอนก็จะปล่อยปละละเลยไม่ค่อยสนใจเด็ก ทั้งๆ ที่ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญมากที่ทำให้เด็กประสบความสำเร็จ ผอ.สตรีวิทยากล่าวและว่าเข้าใจว่า เสียงร้องเรียนน่าจะมาจากโรงเรียนที่กำหนดเกณฑ์ผลการเรียนขั้นต่ำไว้สูงมาก จนทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนต้องเป็นทุกข์
น.ส.เฟื่องฟ้า กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม จะให้โอกาสนักเรียนชั้นม.3 ที่มีผลการเรียนไม่ถึง2.00 สอบเป็นการภายในอีกครั้งหากเห็นว่าพอไหวก็จะยอมให้เรียนต่อม.ปลายแต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องปล่อยไป เพื่อให้เด็กไปเรียนต่อในสายที่เหมาะกับเขา หากดันทุรังต่อไปก็จะเป็นผลร้ายต่อเด็กมากกว่า เด็กจะไม่มีความสุขในการเรียนม.ปลายซึ่งเนื้อหายากกว่าม.ต้นมากเด็กบางรายอาจต้องออกกลางคัน
ขณะที่นายวิทยาบริบูรณ์ทรัพย์ ผอ.ร.ร.โยธินบูรณะ กล่าวว่า โรงเรียนใช้เกณฑ์คะแนนเฉลี่ยม.ต้น 2.00 ถึงเข้าม.4ได้ หากนำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้จริงอาจจะกระทบต่อคุณภาพการศึกษา เพราะเด็กที่จะเรียนต่อม.4 ในสายสามัญควรจะมีการเตรียมตัวเรื่องการเรียนที่ดีเนื่องจากการเรียนต่อม.4 เป็นการเรียนเพื่อเตรียมตัวเรียนต่อมหาวิทยาลัยหากเด็กมีผลการเรียนในชั้นม.3 ที่ต่ำเกินไปก็จะไม่สามารถเรียนต่อชั้น ม.4 ได้ดีจะเกิดผลเสียตามมาทั้งตัวเด็กเองที่ต้องเสียเวลา แทนที่จะได้เลือกเรียนในสาขาที่ตนถนัด สุดท้ายกลายเป็นความสูญเสียและเด็กก็จะเครียด หากจะใช้นโยบายนี้จริงๆ โรงเรียนคงต้องกำหนดเกณฑ์เพื่อใช้ในการพัฒนาเด็กแต่ละระดับไว้ด้วย
ต่างจากนายนพพลเหล่าโชติ ผอ.ร.ร.มัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ที่ขานรับนโยบายนี้แต่อยากให้กำหนดกติกาเกี่ยวกับการประเมินผลโรงเรียนออกมาด้วย เช่นการประเมินจากสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) หรือหน่วยงานอื่นๆว่าหากโรงเรียนมีผลคะแนนเฉลี่ยต่ำลง ไม่ใช่เป็นเพราะโรงเรียนไม่มีคุณภาพ แต่เป็นเพราะต้องรับเด็กที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำเข้ามาเรียน ซึ่งเด็กอาจไม่เหมาะที่จะเรียนในสายสามัญ อีกทั้งข้อจำกัดของโรงเรียนแต่ละแห่งก็ไม่เหมือนกัน ทั้งสัดส่วนจำนวนเด็กม.ต้นกับเด็กม.ปลาย
0 สุพินดา ณ มหาไชย 0 รายงาน



