
เลขาฯกพฐ.แจงใช้คะแนนโอเน็ตประเมินครู
เลขาฯกพฐ.แจงใช้คะแนนโอเน็ตประเมินวิทยฐานะครู ยันครูไม่เสียสิทธิและโอกาส ชี้ประชาสัมพันธ์น้อย ย้ำเสียดายความคิดดีๆ ในการที่จะรับผิดชอบต่องบฯของแผ่นดิน
วันที่ 30 พ.ย.2555 ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการนำคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินเพื่อขอเลื่อนวิทยฐานะไม่ยุติกรรมกับครูว่า การนำคะแนนโอเน็ต มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ครูในการประเมินวิทยฐานะ และเป็นหลักเกณฑ์วิธีการแนวใหม่ที่จะพิจารณาจากสมรรถนะของครู และผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน เพราะขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ยังไม่ได้ยกเลิกหลักเกณฑ์การประเมินแบบเดิมทั้ง ว17 ที่ให้ครูจัดทำผลงานวิชาการในลักษณะการวิจัย และ ว5 การประเมินโดยพิจารณาจากผลงานเชิงประจักษ์ ที่ครูต้องได้รับรางวัลในระดับเขตพื้นที่ และระดับชาติ ดังนั้น เมื่อหลักเกณฑ์ประเมินแบบเดิมยังไม่ได้ยกเลิก ครูก็จะยังไม่เสียสิทธิ และเสียโอกาสแต่ประการใด
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีครู คศ.2 ที่รอการประเมินวิทยฐานะอยู่ 159,907 ราย จึงต้องหาทางให้ครูเหล่านี้เติบโตบนความสามารถของตัวเอง โดยการใช้คะแนน โอเน็ตให้เกิดประโยชน์ และแต่ละปีรัฐบาลลงทุนเรื่องบุคลากรที่เป็นเงินเดือน และเงินวิทยฐานะจำนวนที่สูงมาก โดยในปี 2555 ได้ใช้งบประมาณสำหรับเงินวิทยฐานะประมาณ 30,000 ล้านบาท และแต่ละปีต้องใช้งบฯ ในการจัดสอบโอเน็ต ประมาณปีละ 600 ล้านบาท แต่เมื่อดูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กกลับไม่สูงขึ้นตามงบฯ ที่รัฐต้องจัดสรรให้ จึงเป็นสิ่งที่สวนทางกันอยู่ ดังนั้น จึงต้องพยายามทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดผ่านความรับผิดชอบต่อผลการเรียนของเด็ก โดยผูกเงื่อนไขของการประเมินวิทยฐานะของครูกับผลที่เกิดขึ้นกับตัวนักเรียนโดยใช้คะแนนโอเน็ต ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถือว่าเป็นมาตรฐานของชาติ
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และมีตัวป้อนเป็นเด็กที่เรียนไม่เก่ง ขณะนี้กำลังคิดกันว่ากลุ่มครูเหล่านี้อาจต้องพิจารณาเรื่องพัฒนาการที่เกิดขึ้นกับตัวนักเรียน ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์วิธีการประเมินแนวใหม่น้อยเกินไป จึงอยากจะทำความเข้าใจโดยเชิญทั้งผู้ที่ไม่เห็นด้วย และเห็นด้วยมาร่วมวงเสวนา ซึ่ง สพฐ.พร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพให้ เพราะการที่รู้ข้อมูลไม่ครบถ้วน และไปวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงต่อต้านหรือคัดค้าน ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายความคิดดีๆ ในการที่จะรับผิดชอบต่องบฯของแผ่นดินที่ลงทุนไปเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท
.............................................................................
( หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว )



