
'โรคจิต'สะกิดแค่คันๆหรือมหันตภัยร้าย
'โรคจิต' สะกิดแค่คันๆ หรือมหันตภัยร้าย!
เป็นข่าว (คาว) ให้เห็นเป็นระยะ โดยเฉพาะพักหลังมานี้ยิ่งทวีความถี่ขึ้นเรื่อยๆ กับข่าว "หนุ่มโรคจิต" ตระเวนสอยชุดชั้นในสาวๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นตามหอพักหญิงแล้วเอาไปสะสมกองเป็นภูเขาเลากา หรือ "สนองนี้ด" บางอย่างที่ฟังแล้วถึงขั้นขนลุก....ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่หวาดผวาไปตามๆ กัน ด้วยเกรงว่าอาจจะลุกลามกลายเป็นภัยร้ายแรง ในทางตรงกันข้ามหลายคนมองว่าจะตีโพยตีพายทำไมก็แค่ปัญหาจิบๆ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
นานาความคิดเห็นผุดขึ้นท่ามกลางสังคมที่กำลังช่วยกันหาทางออก สาวสวยวัย 23 ปี พีอาร์เอ็กเซ็กคลูทีฟ บริษัทเอเจนซี่ชื่อดัง "เจ็ม" พิมพ์ชนะ สวงนสัตย์ บอกว่า ไม่เฉพาะในบ้านเราเท่านั้นที่เกิดเรื่องลักษณะนี้ ในต่างประเทศก็เกิดขึ้นบ่อยๆ เช่นกัน และแม้เรื่องนี้จะยังไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนใกล้ชิด แต่ก็ยอมรับว่าเป็นภัยน่ากลัว ขณะเดียวกันก็ค่อนข้างมั่นใจว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างแน่นอน เพราะจะซักชุดชั้นในเองและตากไว้ในห้องน้ำเท่านั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่อยากให้ชุดชั้นในโดนมลภาวะ แต่ผลพลอยได้คือชุดชั้นในจะอยู่ในที่มิดชิด ไม่ล่อตาพวกโรคจิตที่คิดจะก่อเหตุ
สอดคล้องกับมุมมองของ "อะ" โสรฬ บุญโทแสง พนักงานบริษัทเอกชน ที่เห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นอย่างแรกคงต้องนึกถึงพวกโรคจิตอย่างแน่นอน เพราะไม่ใช่พฤติกรรมของคนทั่วไป ทางออกนอกจากต้องพึ่งกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ผู้หญิงเองคงต้องระมัดระวังตัวเองด้วย
"พักนี้มีข่าวประเภทนี้ให้ได้เห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าพวกโรคจิตคงไม่ได้หมายปองชุดชั้นในของทุกคน น่าจะเฉพาะบางคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น อย่างสาวๆ ที่แต่งตัวเซ็กซี่หรือโป๊น่าจะเป็นจุดสนใจมากกว่า ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งอาจมาจากตัวผู้หญิงเองด้วย จึงอยากแนะนำให้สาวๆ ป้องกันตัวเองก่อน อย่างเรื่องของการแต่งกายควรมิดชิดไม่ล่อแหลมล่อสายตาจนเกินไป ส่วนสถานที่ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นตามหอพัก ก็ควรจะหาทางป้องกันด้วยการติดเหล็กดัดไม่ไห้พวกโรคจิตมาสอยชุดชั้นในไปได้ และที่สำคัญก็ควรตากชุดชั้นในในที่มิดชิดด้วยจะได้ไม่ล่อตาพวกโรคจิต" พนักงานหนุ่มวัย 37 ปี แนะ
ด้านเจ้าพนักงานธุรการ กลุ่มงานสารบรรณ กรมทรัพยากรน้ำ "ต่าย" หทัยทิพย์ พลอยเสงี่ยมพงษ์ กล่าวว่า เดี๋ยวนี้คนในสังคมมีหลายประเภท มองหน้าอย่างเดียวจะยืนยันว่าผู้หญิงหรือผู้ชายคนนั้นเป็นคนปกติไม่ได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาหลายคนหน้าตาดี แต่งตัวดูดี ยังคงความเป็นจิตเภทแอบแฝงอยู่ ถือเป็นภัยเงียบที่อยู่ใกล้ตัว โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องระมัดระวังตัวเองเป็นพิเศษ เพราะมักจะตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่ประสงค์ดีอยู่ตลอดเวลา
"ส่วนตัวไม่รู้สึกกลัวเท่าไรเพราะเขาไม่ได้ฆ่าคนตาย หรือจะมาทำร้ายเรา แต่พฤติกรรมแบบนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้เขาเกิดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งก็จะกลายเป็นปัญหาในสังคมต่อ จริงๆ แล้วคนประเภทนี้ควรจะได้รับการรักษาจากแพทย์ เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด ปัญหาแค่การขโมยชุดชั้นใน กางเกงในเล็กๆ น้อย อาจจะเป็นต้นต่อให้ทำสิ่งที่ไม่ดีต่อไปได้ แต่คนประเภทนี้ถ้าเจอกับตัวจะทำเป็นกลัวไม่ได้ เราต้องกล้าที่จะเผชิญหน้า ต้องทำให้เขารู้สึกสำนึกผิดแทนที่จะเป็นเราที่อาย ดังนั้น ถ้าต้องออกจากบ้านโดยเฉพาะผู้หญิง หากจำเป็นต้องไปคนเดียว ต้องระวังตัวเองให้มากๆ และรีบทำธุระให้เสร็จอย่ามัวเถลไถลจะดีที่สุด" เจ้าพนักงานธุรการ เน้นย้ำ
ก็นานาจิตตัง "คุณวิก" ม.ล.กรจักร ณ สงขลา เจ้าหน้าการตลาด บริษัท อิมเมจ พูล โปรเฟสชั่นแนล เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด มองว่า คนกลุ่มนี้หากมองเชิงเมตตาธรรมน่าสงสาร เพราะถือเป็นผู้ป่วยทางจิต สังคมต้องให้ความเมตตา และไม่ควรซ้ำเติม แต่ในทางกฎหมายถือว่ามีความผิดฐานลักขโมยก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่น และหากเลยเถิดไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศถือว่าเป็นภัยสังคมที่ต้องรีบจัดการ
"ถ้าตัวเองหรือแฟนถูกขโมยชุดชั้นในบ่อยๆ ก็คงรู้สึกแย่ เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว คนเหล่านี้ไม่เปิดเผยตัว มองหน้าไม่รู้ใจ เราเองก็คงต้องหาวิธีป้องกันด้วย เพราะตำรวจคงดูแลไม่ทั่วถึง ถ้าเราปิดบ้านดีแล้วแต่ยังเกิดอีกก็ต้องหามาตรการ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสังคม โดยเฉพาะสื่อต่างๆ ที่มีส่วนในการส่งเสริมให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเผยแพร่ภาพโป๊เปลือย หรือหนังสือแนวถ่ายแบบเซ็กซี่ถ้าสังเกตให้ดีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น นั่นสะท้อนความต้องการของคนให้อยากดูมากขึ้น บางคนดูแล้วผ่าน แต่ถ้าหมกมุ่นมากก็เข้าขั้นโรคจิต ยิ่งสื่ออินเทอร์เน็ตเข้าถึงง่ายมาก ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้เลย ผมว่าแก้ยากนะ คงต้องย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นที่ครอบครัว สิ่งนี้อาจถูกสะสม หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่ดี เมื่อเด็กขาดการอบรมสั่งสอนให้รู้จักกลั่นกรองผิดชอบชั่วดี โตขึ้นก็รู้สึกว่าสิ่งผิดเป็นเรื่องปกติ " นักการตลาดหนุ่ม ให้ความเห็น
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชทั่วไป จิตเวชเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลตำรวจ "หมอแอร์" พ.ต.ท.พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล กล่าวถึงข่าวโจรโรคจิตขโมยชุดชั้นในว่า ในทางการแพทย์ถือเป็นบุคคลที่มีความผิดปกติด้านการแสดงออกทางเพศ ถึงจะไม่ใช่บุคคลอันตรายมากนัก แต่ก็ต้องเข้ารับการบำบัดหรือรักษา ขณะเดียวกันคนไทยทั่วๆ ไปก็มักนิยมตากผ้าในที่โล่งแจ้ง ซึ่งบางครั้งเหมือนเป็นการกระตุ้นอารมณ์ให้เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ดังนั้น จึงควรเก็บหรือหาที่ตากผ้าให้มิดชิด
"กลุ่มคนเหล่านี้ บางครั้งเรียกว่า เบี่ยงเบนทางเพศ แต่คนส่วนใหญ่มักจะไปโฟกัสที่เรื่องกะเทยมากกว่า คือ เป็นความผิดปกติที่ต้องใช้วัตถุแปลกประหลาดมาช่วยให้ตนเองสำเร็จความใคร่ เกิดความสุขสุดยอดทางเพศ และวัตถุยอดนิยมก็มักจะเป็นชุดชั้นใน จริงๆ แล้วในสังคมมีคนที่มีอาการดังกล่าวค่อนข้างเยอะกว่าที่เป็นข่าว อย่างคนไข้บางคนญาติรู้ก็พามารักษาก่อนที่จะเป็นข่าว เอาเป็นว่าถ้าโซนที่พักไหน มีชุดชั้นในหายบ่อยให้สงสัยได้เลยว่ามีคนประเภทนี้อยู่ ถามว่าเป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วไปไหม ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ไม่ได้ทำร้ายใคร ก็เสียหายทรัพย์สินและอาจจะรู้สึกไม่ปลอดภัย
แต่อาการดังกล่าวรักษาให้หายได้ เหมือนการติดยาเสพติดชนิดหนึ่ง คนเหลานี้จะมีความสุขจากความสำเร็จที่ได้ขโมย หมกหมุ่นอยู่กับเรื่องนี้ ทางที่ดีคือต้องเข้ารับการบำบัดหรือรักษาจากจิตแพทย์ขอแค่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ในทางตรงข้ามก็อยากบอกว่า ไลฟ์สไตล์ของคนไทยชอบตากชุดชั้นในโชว์ทั่วบ้าน จึงเหมือนการยั่วยวนโดยไม่ทันคิด พอพวกเขาเห็นก็เกิดอารมณ์ขึ้นได้" ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ชี้ทางออก พร้อมกับเสริมอีกว่า ในกรณีที่เจอหน้ากันจังๆ อย่าคิดต่อสู้ แค่ร้องดังๆ ให้ตกใจ ขณะเดียวกันถ้าไม่คิดทำอะไรเลย เขาก็จะกลับมาอีก ดังนั้นในชุมชนต้องช่วยกันดูแล เนื่องจากเหตุการณ์ส่วนใหญ่มักเป็นคนในละแวกบ้านเดียวกันนั่นเอง
ไม่ว่าจะมองเห็นเป็นเรื่องเล็กๆ หรือใหญ่โต ทว่าเรื่องนี้กลายเป็น "วาระสังคม" ที่ไม่อาจปฏิเสธ เพียงช่วยกันเป็นหูเป็นตาเชื่อว่าสังคมไทยน่าอยู่แน่นอน



