ไลฟ์สไตล์

เปรียบครูใต้'ลูกแกะท่ามกลางฝูงหมาป่า'

เปรียบครูใต้'ลูกแกะท่ามกลางฝูงหมาป่า'

30 พ.ย. 2555

นักการศึกษาเปรียบชีวิตครู 3จ.ชายแดนใต้ 'ลูกแกะท่ามกลางฝูงหมาป่า' สมาพันธ์ฯ ได้หารือถึงปัญหาต่างๆรวมทั้งเรื่องเงินชดเชยที่ยังไม่ได้ พร้อมทั้งจะเปิดเรียน3ธ.ค.นี้

               วันที่ 30 พ.ย. 2555 เหตุการณ์คนร้ายยิงนางวันทนา แก้วจันทร์ ผอ.โรงเรียนท่ากำชำ จ.ปัตตานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้สมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีมติโรงเรียนในพื้นที่กว่า 300 โรงเรียนหยุดสอน เนื่องจากไม่มั่นใจความปลอดภัย  พร้อมกับเสนอ 8 ข้อที่เป็นเงื่อนไขหากต้องการให้โรงเรียนเปิดสอนตามปกติ และความรู้สึกของครูในพื้นที่ จ.ปัตตานี ในขณะนี้เป็นอย่างไร

               นายหัสธรรม จินดารันต์ ผอ.โรงเรียนบ้านกอแลบีและ กล่าวว่า การทำงานท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ครูทุกคนมีความกังวล ระหว่างที่เดินทางออกจากบ้านเดินทางไปโรงเรียนไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างข้างหน้า เพราะว่าฝ่ายตรงข้ามเขาอยู่ในที่มืดครูอยู่ในที่แจ้ง ฉะนั้นทุกคนมีความกังวลมากในสถานการณ์ปัจจุบัน

               'เมื่อก่อนที่ไม่มีสถานการณ์ครูเดินทางไปโรงเรียนตั้งแต่เช้า กลับก็ค่ำ ถ้ามีงานต้องทำ แต่ตอนนี้จะไปโรงเรียนเช้าเกินก็ไม่ได้ กลับบ้านค่ำก็ไม่ได้ ระหว่างเดินทางก็ต้องระวังตลอดเส้นทาง เพราะในแต่ละวันก็มีเหตุการณ์ที่อาจจะมีผลกระทบมาถึงครู ระหว่างที่ทำหน้าที่สอนเด็กอยู่ที่โรงเรียนก็กังวล เพราะในช่วงนี้นมีเพียงครูกับนักเรียนเท่านั้น เจ้าหน้าที่ก็มีการวนเวียนมาดูแล แต่ไม่ได้มาประจำตลอดทั้งวัน'

               ส่วนเรื่องสวัสดิการที่ได้รับนั้นนายหัสธรรม กล่าวว่า เทียบกันไม่ได้กับความเสี่ยงในการทำหน้าที่ แต่ถ้าถามครูในพื้นที่ระหว่างสวัสดิการที่ได้รับกับความปลอดภัย ครูต้องการความปลอดภัยมากกว่า เพราะความไม่ปลอดภัยทำให้ครูเกิดความเครียด สวัสดิการที่ได้รับเป็นส่วนที่ช่วยเสริมเท่านั้นเอง แต่หลักๆที่ครูต้องการคือความปลอดภัย

               'ส่วนตัวผมถ้าให้เลือกระหว่างสวัสดิการที่ได้รับกับความปลอดภัย ผมไม่เลือกหรอกสวัสดิการ ผมเลือกความปลอดภัยมากกว่า'

               ส่วนผลกระทบต่อเด็กนักเรียนนั้น นายหัสธรรม กล่าวว่า กระทบแน่นอน  ในฐานะเป็นผู้บริหาร จะทำอย่างไรที่จะให้ครูที่โรงเรียนมพึงพอใจ มีความพร้อมที่จะทำงาน แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ ครูก็ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ ทำงานไป ก็ต้อง เหลียวหลัง แลหน้า ถึงเวลาก็ต้องรีบกลับบ้าน  แม้ว่าเวลาในการสอนจะไม่ได้ลดลงก็ตาม

               'ทุกครั้งเวลาออกจากบ้าน ก็เตือนกันให้ระวังตัวเอง เหมือนกับภัยมืดที่เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เราอยู่ในที่สว่าง เขาอยู่ในที่มืด' ผอ.โรงเรียนบ้านกอแลบีและ กล่าว

               นายวีรศักดิ์ จินดารัตน์ ผอ.โรงเรียนบ้านจือโระ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของครู ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ก็ต้องสั่งลูก สั่งเมีย เพราะไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านหรือเปล่า มันเป็นเรื่องธรรมดามากตอนนี้ เพราะสถานการณ์ในพื้นที่มันแรงมากในขณะนี้ เคยพูดที่กรุงเทพฯ ประมาณ 2-3 ปีกว่ามาแล้ว ว่าตอนนี้ครู ในพื้นที่ ถูกสกัด ถูกบล็อค ไม่ให้สามารถเข้าไปสอนในโรงเรียน

               แล้วอำนาจรัฐอยู่ตรงไหน ความเป็นชาติไทยอยู่ตรงไหน เพราะการแสดงเชิงสัญญาลักษ์ว่าพื้นที่นั้นเป็นผืนแผ่นดินไทย คือจะต้องมีธงชาติไทย  ซึ่งพื้นที่รอบนอกที่มีธงชาติ และเพลงชาติไทย มีอยู่ 2 แห่ง คือโรงเรียน และสถานีอนามัย  แต่ถ้าวันหนึ่งธงชาติไทยหรือเพลงชาติไทยไม่มีที่โรงเรียนจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้

               'ตอนนี้หน่วยราชการเกือบทุกหน่วยมีการลอกสติ๊กเกอร์หน่วยงานของตัวเองที่รถยนต์ออกหมด เพราะทุกคนกลัวไม่ปลอดภัย แต่ครูยังคงทำหน้าที่เดินทางเข้าไปสอนเหมือนเดิม เพราะการที่ปล่อยให้ครูเสียชีวิต ร่วงหล่นเหมือนใบไม้ อย่างกรณีผอ.วันทนา แกอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เปรียบเหมือนไข่ในหิน จะต้องป้องกันสูง เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง'

               สำหรับการทำงานของครูในพื้นที่ตอนนี้ 08.00 น.เดินทางออกจากที่พักพร้อมกัน และเวลา 05.30 น.เดินทางกลับบ้าน ถามว่ากองกำลังที่จะเข้ามาดูแล ก็ต้องบอกว่าไม่เพียงพอ เพราะกำลังเจ้าหน้าที่จะเข้ามาดูแลในช่วงเช้ากับเย็น  จะเดินทางไปไหนนอกเหนือเวลาที่กำหนดก็ไม่ได้ แม้จะมีภาระกิจสำคัญก็ต้องรอให้ถึงเวลาที่กำหนดของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

               'ชีวิตครูในพื้นที่ หลังจากเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยจนถึงโรงเรียน ระหว่างที่ครูทำหน้าที่สอนในโรงเรียน คล้ายกับลูกแกะที่ไปอยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่า  จะเดินออกไปหน้าโรงเรียนก็ไม่กล้า ถามงว่าจะเอากำลังใจที่สอนหนังสือ เพราะต้องคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา'

               ส่วนเรื่องสวัสดิการที่ได้รับ นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า มีครั้งหนึ่งเคยพาครูในโรงเรียนไปทัศนศึกษาที่ภาคอีสาน   เพื่อนครูภาคอีสานพูดว่าอิจฉาครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีค่าเสี่ยงภัย ผมก็เลยบอกว่าอย่าอิจฉาเลย เงินเสี่ยงภัยเขาไม่ได้ให้ครู แต่เขาให้กับพื้นที่ ใครก็ตามที่ลงไปทำหน้าที่ในพื้นที่ใครก็ตามที่มาอยู่ในพื้นที่นี้ก็จะได้รับเงินนี้

               'ผมเลยบอกเพื่อนครูภาคอีสานไปว่า หากท่านต้องการได้รับเงินนี้ ท่านขอย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ท่านก็จะได้รับเงินนี้ เขาก็บอกว่าให้มากกว่านี้เขาก็ไม่มา ผมก็เลยว่าถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องเห็นใจคนที่อยู่ในพื้นที่ ก็ต้องให้เขา เงินแค่  2,500 บาท หรือ 3,5000 บาทซื้อกับความปลอดภัย  ซื้อกับขวัญและกำลังใจแต่ละวัน  ผมถามว่าจะมีใครกล้ามาอยู่ ฉะนั้นความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ครูในพื้นที่ต้องการ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นต้องเข้ามาดู' นายวีรศักดิ์ กล่าว

               นายบุญสม ทองศรีพราย สมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า   อยากจะบอกว่ารัฐจะต้องให้ความเชื่อมั่นให้กับคุณครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงพี่น้องประชาชนด้วยในเรื่องของความปลอดภัย ต่อมาก็คือการดูแลคุณภาพชีวิตให้สมกับที่ครูอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย คนที่อยู่ข้างนอกพูดปาวๆ แต่พอบอกว่าจะสลับสับเปลี่ยนเข้ามาอยู่ในพื้นที่ทุกคนไม่กล้าเข้ามา ฉะนั้นคุณครูที่อยู่ทุกวันนี้รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูเขาบ้าง เพราะอย่างน้อยเขาเป็นคนไทยคนหนึ่งที่เสียสละ และทำหน้าที่ท่ามกลางความไม่ปลอดภัยให้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะด้านสวัสดิการ เพื่อให้เขาเหล่านี้มีขวัญและกำลังใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี

               สรุปว่าต้องดูแลมากกว่าที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมานั้น เหมือนกับยาหอม และให้เป็นครั้งๆไป แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ตามความประสงค์ แต่ องค์ครู และครูที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยปิดโรงเรียน แต่วันนี้เมื่ออำนาจรัฐอ่อนแอ ต้องประเมินตัวเองว่า เมื่อตัวเองรับผิดไม่ได้ ก็ต้องชดเชยในสิ่งที่เพื่อให้เขาอยู่ เพื่อการศึกษาของประเทศชาติ

               ส่วนที่มีการมองว่าครูใน 3 จังหวัดชายแดน ขอมากไป มีสวัสดิการมากมาย เรียกร้องตลอด ผมคิดว่าถ้าทุกคนสัมผัสได้ อยากให้มาสัมผัสนัก ผมบอกว่าเสมอว่า เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันก็มีอะไร ในท่ามกลางคำว่าไม่มีอะไร มันก็มีอะไร เพราะฉะนั้นถ้าเรามายืนอยู่บนเส้นด้าย ของความเป็น ความตาย คุณอยากจะมาอยู่ไหม

               'วันนี้พวกผมทำหน้าที่ไม่ไปสอนนักเรียน ก็ถูกสังคมก็หาว่าไม่รับผิดชอบ ไปแล้วไปตาย ถามว่ามันคุ้มค่ากับไหมกับสิ่งที่ได้รับเมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่นๆผมเข้าใจว่าคนที่คิดแบบนี้มีน้อยมาก เพราะทุกคนจะเข้าใจและเห็นใจคุณครูอยู่แล้ว ตรงนี้ให้เข้าใจว่าวันนี้ไม่ได้ขอเพื่อตัวเอง แต่ขอเพื่อความอยู่รอดของประเทศ อยากให้คนที่พูดรู้ให้ลึก รู้ให้ซึ่ง อย่ารู้แค่ผิวเผิน ให้เงินผม 10 ล้านแล้วผมต้องตายพรุ่งนี้ผมก็ไม่เอา ใครจะเอาความตายมาแลก'

               เพราะฉะนั้นไม่ใช่ แต่ที่ทำก็เพื่อต้องการรักษาความมั่นคง ให้คนในพื้นที่ ได้มีคุณภาพการศึกษาที่ดี ผมพูดเสมอว่า ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีอะไรดีที่สามารถแก้ปัญหาได้เท่ากับการศึกษา ประธานสมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าว


ข้อเสนอแนวทางและมาตรการรักษาความปลอดภัยครู

1.กำหนดให้โรงเรียนเป็นพื้นที่เสี่ยงพิเศษ
2.ให้มีการลาดตระเวนเส้นทางการับส่งครูวางกำลังพร้อมและให้เจ้าหน้าที่ปรากฎตัวให้เด่นชัด
3.ให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือกรณีได้รับคำร้องจากโรงเรียน
4.ให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณโรงเรียน
5.ให้แจ้งโรงเรียนทราบทุกครั้งหากมีการปิดล้อม ตรวจค้น เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกกับครูและนักเรียน
6.หลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่โรงเรียนเป็นสถานที่ปฏิบัติการทางยุทธวิธี
7.ชี้แจ้งทำความเข้าใจให้กับบุคลากรทางการศึกษา กรณีต้องสงสัยว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ
8.เร่งดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมถนน สะพาน และพิจารณาติดตั้งเครื่องมือพิเศษในพื้นที่โรงเรียน

 

โรงเรียนจ.ปัตตานีทั้งหมดเปิด3ธ.ค.

 

               ด้านผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ 50 คน นำโดยนายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ไปที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อเข้าพบนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งนายบุญสม กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 154 คน บาดเจ็บ 151 ราย และทุพพลภาพอีกจำนวนหนึ่ง

               อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทางสมาพันธ์ครูฯ ได้ประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และได้มีการปรับมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย  ทั้งนี้ หลังจากได้รับคำยืนยันจากความมั่นคงว่าจะดูแลตามมาตรการที่ได้หารือ ในวันจันทร์ที่ 3 ธ.ค.นี้ โรงเรียนในจ.ปัตตานีทั้งหมดจะเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ  และหากมีอะไรก็จะรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่มาโทษครูว่าไม่ทำตามแผน

               'สมาพันธ์ครูฯ ขอให้ รมว.และรมช.ศึกษาธิการ ช่วยเร่งรัดผลักดันเกี่ยวกับสวัสดิการของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ เพิ่มค่าตอบแทนเสี่ยงภัยจากเดิม 2,500 บาท เป็น 3,500 บาทต่อเดือน ซึ่งที่ผ่านได้รับอนุมัติในหลักการจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตั้งแต่ปี 2553 แต่ยังไม่ได้รับเงิน, ขอให้ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้อีกคนละ 200,000 บาทต่อคนต่อปี, ขอให้ผู้ที่อยู่เกิน 5 ปีได้รับเงินพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.), ให้ครูกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด และขอให้พิจารณาแนวทางการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะให้แก่ครูในพื้นที่เป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งการให้เงินเยียวยาแก่ครอบครัวและทายาทผู้เสียชีวิตรายละ 4 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยได้รับการอนุมัติในหลักการแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงิน ทั้งนี้การจ่ายเงินจะเป็นงบฯผูกผันปีละ 1 ล้านก็ได้  รวมถึงขอให้มีการกำหนดให้โรงเรียนเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลครู และนักเรียน' นายบุญสม กล่าว

               นายพงศ์เทพ กล่าวว่า รับข้อเสนอทั้งหมด โดยจะเร่งผลักดันเรื่องต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรในพื้นที่ โดยในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ จะเดินทางไปยังโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ปัตตานี เพื่อพบกับบุคลากรในพื้นที่ด้วยพร้อมกับนายเสริมศักดิ์