ไลฟ์สไตล์

นักปฏิรูปแนะ6ข้อสร้างโรงเรียนดี

นักปฏิรูปแนะ6ข้อสร้างโรงเรียนดี

29 พ.ย. 2555

"นพ.เกษม" หวังครูหยุดฉ้อราษฎร์บังหลวง "แนะวิธีสร้างโรงเรียนดี นักปฏิรูปเผย6วิธีสร้างโรงเรียนดี ด้าน"ดร.คุณหญิงกษมา"ฟันธงไทยทำได้ถ้ามีความเชื่อ-ทรัพยากรพร้อม

               วันที่ 29 พ.ย. 2555 ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค ซอยสุขุมวิท 22 บริษัท นานมีบุ๊สค์ จำกัด ร่วมกับ สถานทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย จัดสัมมนาระดับชาติ "โรงเรียนที่ดีควรเป็นอย่างไร" ฉลองนานมีบุ๊สค์ครบครอบ 20ปี และฉลองความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนี 150 ปี ได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานสัมมนา พร้อมด้วย นาย รอล์ฟ ชูลเซ่ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย นางสุวดี จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ผู้ก่อตั้งนานมีบุ๊คส์ พร้อมด้วยการบรรยายพิเศษ โดย ดร.เพเทอร์ เฟาเซอร์ อดีตกรรมการการตัดสิน "The German School Award" นักปฏิรูปการศึกษาประเทศเยอรมนี นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ดร.นอร์แบร์ท ชปิทซ์ ผู้อำนวยการสถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย และอภิปรายพิเศษ โดยดร.คุณหญิงกษมา วรวรรรณ ณ อยุธยา ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ศ.ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ และนางสาวคิม จงสถิตย์วัฒนา โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียน ครูใหญ่กว่า 500 แห่งเข้าร่วมสัมมนา

               ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม  กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยตามนโนบายล่าสุดคือ การผลิตคนดีสู่สังคมไทย ฟังดูเหมือนง่าย แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่ทำได้ ทั้งนี้ คนไทยสามารถทำได้หากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กระจายอำนาจลงสู่หน่วยงานการศึกษาขนาดเล็กลงมา เช่น เขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น แต่ก่อนอื่นจะลงรายละเอียดเชิงลึกในการพัฒนา ประเทศไทยต้องแก้ไขปัญหา 4 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1.การฉ้อราษฎร์บังหลวงของผู้บริหารการศึกษาและครู  2.บทลงโทษทางวินัยสำหรับครูที่กระทำผิด ต้องถึงขั้นไล่ออก 3.ห้ามนักการเมืองนำระบบการศึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง และ4.มีการกำหนดมาตรฐานหลักสูตร และมีการวัดและประเมินผลผู้เรียนตามมาตรฐาน แล้วนำผลที่ได้มาวางแผนการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง ส่วนเรื่องปัญหาครูที่ดีไม่ยาก หากแก้ปัญหาทั้ง 4 ข้อได้

               รอล์ฟ ชูลเซ่ กล่าวว่า รากฐานการศึกษา นอกจากโรงเรียน ผู้ปกครอง ปู่ย่าตายาย และสมาชิกในครอบครัวแล้ว ครูเป็นปัจจัยสำคัญที่จะให้การศึกษาแก่เด็กๆ ความรู้ ความรับผิดชอบ และการจัดการชีวิตและสังคมของครู สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะถูกส่งต่อให้เด็กๆ นำไปใช้เป็นเครื่องมือในสู่ความสำเร็จในชีวิตอนาคต ดังนั้น พวกเขาจึงมีสถานะทางสังคมที่สูงทั่วโลกในหลายประเทศ ครูไม่ใช่ลูกจ้างของโรงเรียน แต่ครูเป็นข้าราชการของประเทศ

               ดร.เพเทอร์ เฟาเซอร์  กล่าวว่า การจัดการศึกษาของประเทศเยอรมนี โรงเรียนที่ดีควรเป็นอย่างไรมีทั้งหมด 6 ข้อ 1.สมรรถนะการเรียน ก้าวแรกสำหรับครูใหญ่และครูทั่วไป ต้องค้นหาจุดแข็งของเด็กแต่ละคน และไม่ใช่แค่ในวิชาเรียน สร้างโอกาสให้เด็กได้แสดงจุดแข็งของตนเอง ประเมินสมรรถนะการเรียนโดยการอธิบาย ไม่ใช่การตัดสินอย่างทันทีทันใด การสนับสนุนให้เด็กใช้วิจารณญาณในการตัดสินด้วยตนเอง ค้นหาจุดแข็งของครูแต่ละคน และไม่ใช่แค่ในวิชาเรียน(งานอดิเรกเป็นอย่างไร) สร้างโอกาสให้ครูแสดงจุดแข็ง พูดถึงผลงานที่ดีในที่สาธารณะ เพิ่มเติมการให้คะแนนเป็นเกรดและตัวเลขแบบดั้งเดิม ด้วยการรายงานผลการเรียนส่วนบุคคลและการพูดคุย การจัดการประกวด ตระหนักถึงความสามารถทางสังคมโดยเฉพาะ (เพื่อเด็กที่เรียนอ่อน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ชุมชนที่กลมเกลียวทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

               2.ความหลากหลาย สร้างและพิมพ์แฟ้มผลงานส่วนตัวของนักเรียนและครู ดึงเด็กเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขึ้นตอนการทำงาน คำขวัญของครูคือ การเป็นปัจเจก ดังนั้นจงแตกต่างจากปัจเจกคนอื่น พยายามดึงคนจากหลากหลายอาชีพ คนมีที่มีความสามารถโดดเด่นหรือมีภูมิหลังในต่างประเทศ ทั้งเป็นคู่สนทนาและผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วม พวกเขาจะช่วยสร้างเสริมโรงเรียนให้มีความหลากหลายอย่างมาก พยายามสนใจและแทรกแซงเมื่อเกิดสถานการณ์ที่มีเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ตั้งใจแยกตัวจากสังคม หรือถูกทำร้ายและดูถูก

               3.การสอน-การอบรมในห้องเรียน หากครูร่วมกันอย่างจริงจังในการจัดเตรียมแผนบทเรียน พวกเขาจะได้เห็นวิธีการต่างๆ ที่นำไปสู่เป้าหมาย และได้ฝึกฝนการเปลี่ยนมุมมองและการสื่อสารกัน ในชั่วโมงสอนร่วม ครูคนหนึ่งสามารถจดจ่อต่อการสอนบทเรียนโดยรวม ในขณะที่ครูอีกคนหนึ่งอาจช่วยสังเกตการณ์ครูและนักเรียน ช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กแต่ละคน กล่าวคือมีครู 2 คนใน 1 ห้องเรียน

               4.ความรับผิดชอบ ก้าวแรกเด็กๆ ต้องช่วยเหลือกัน ครูไปเยี่ยมบ้าน การสนับสนุนของโรงเรียนและริเริ่มให้รางวัลแก่นักเรียน เช่น มีผลการเรียรสูง ช่วยตกแต่งอาคารและห้องเรียน ตั้งกลุ่มที่มีความสนใจเดียวกัน ระดมทุน การให้บริการ เช่น ทำความสะอาด รดน้ำต้นไม้และถอนหญ้า ดูแลสัตว์ ติวหนังสือ จัดระเบียบโรงเรียน การเรียนรู้ (ดูแลผู้สูงอายุและคนพิการ)

               5.ชีวิตในโรงเรียน ก้าวแรก เพิ่มการตกแต่งอาคารเรียนและอาคารเรียน จัดงานเลี้ยง การฉลอง และนิทรรศการ จัดกิจกรรมสาธารณะ (การอ่าน คอนเสิร์ต การสัมมนาสาธารณะ) การประกวดแข่งขัน รางวัลสาธารณะสำหรับผลงานยอดเยี่ยม

               6.การพัฒนาโรงเรียน  วิเคราะห์และวินิจฉัยการพัฒนา นิยามประเด็นหลักในการพัฒนา กลุ่มเพื่อการเรียนรู้แบบให้ความร่วมมือและกลุ่มการทำงาน การมีส่วนร่วมของครูในการเป็นผู้นำ ตั้งชมรมสนับสนุน ร่วมมือกับโรงเรียนอื่น ประเมินโดยผู้เขามาร่วมทุกกลุ่ม

               ภายในงานสัมมนาในวันที่ 29พ.ย.นี้ เฟาเซอร์ได้นำกิจกรรมมาให้ผู้ร่วมสัมมนาทดลองทำ โดยการให้โจทย์รูป 3 เหลี่ยม 2 รูป รูปซ้ายเป็นรูป 3 เหลี่ยมมุมยอดชี้ขึ้นด้านบน เขียนเลข 1 ไว้ใต้ภาพ รูปขวาเป็น 3 เหลี่ยมลักษณะเหมือนรูปซ้ายแต่มีแต่ขนาดใหญ่กว่า เพราะข้างในประกอบด้วยรูป3 เหลี่ยมรูปซ้ายอยู่ 4 รูป ครูถามนักเรียนว่า "ครูต้องเขียนเลขอะไรใต้รูปขวา" ครูเขียนคำตอบให้นักเรียนคือ 4 ซึ่งเป็นพฤติกรรมไม่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าคำตอบจะถูกต้อง แต่ผิดหลักทางคณิตศาสตร์ เพราะคำตอบทางคณิตศาสต์เป็นไปได้มากกว่านี้ แต่คำตอบที่ถูกต้องคือ 1,039 แต่เฟาเซอร์ ปล่อยให้ผู้ร่วมสัมมนาค้นหาคำตอบเองว่าในเงื่อนไขใดบ้างให้คำตอบดังกล่าว

               "ผมขอย้ำ 3 ประการ 1.ครูที่ดีและมีความสามารถจะรู้ว่า ไม่ว่าปัญหาใดก็ตามจะมีวิธีแก้มากมาย และรู้ว่าคำถามหนึ่งอาจมีหลายคำตอบที่เป็นไปได้ 2.ครูที่ดีและมีความสามารถจะยอมรับความจริงว่า เด็กแต่ละคนจะดึงและสร้างกระบวนการคิด ประสบการณ์ และไอเดียที่เป็นของแต่ละคนไป และครูจะให้เกียรติและอธิบายอย่างละเอียด ไม่ใช่พูดคลุมๆ เหมารวม 3.เด็กจะค่อยเริ่มสูญเสียความมั่นใจในความสามารถและพรสวรรค์ของตน พวกเขาจะเริ่มคิดว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการ หากเราไม่แสดงให้เห็นว่าความคิดของพวกเขาก็มีคุณค่าคู่ควรแก่การเอามาพิจารณาอย่างจริงจัง" ดร.เพเทอร์ เฟาเซอร์   กล่าว

               ดร.คุณหญิงกษมา กล่าวว่า ข้างต้นที่ เฟาเซอร์กล่าว เชื่อว่าสามารถเกิดขึ้นได้จริง 1.ทุกคนทั้งผู้อำนวยการที่มาในวันนี้ ผู้ปกครอง สื่อมวลชน ต้องมีความเชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้จริงๆ 2.ระบบความพร้อมทั้งห้องเรียน เวลา ทรัพยากรณ์ เครือข่ายให้การช่วยเหลือสนับสนุน และ3.ระบบทั้งระบบต้องปรับ และเชื่อว่าโรงเรียนที่ดีมีอยู่จริง

               นายอุทัย  หนูทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี กล่าวว่า นานมีบุ๊คส์ได้ส่งหนังสือราชการไปเชิญมาเพื่อเข้าร่วมสัมมนา ทันทีที่เปิดหนังสือและแผ่นพับเชิญชวนที่แนบไปด้วยเห็นหัวข้อ และนักการศึกษาที่เข้าร่วมสัมมนาก็ตอบตกลงทันที โดยไม่ลังเลใจ ถึงเมื่อว่าแม่ยายจะป่วยหนักนอนอยู่โรงพยาบาล แต่เชื่อว่าการมาฟังสัมมนานี้จะได้ประโยชน์อย่างยิ่ง และไม่ผิดหวังเพราะแนวความคิดที่ได้จาก ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม และเฟาเซอร์ ในวันนี้สามารถนำกลับไปใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม จะต้องมาดูก่อนว่าโรงเรียนจะสามารถนำอะไรมาปรับใช้ได้บ้างต้องดูบริบทของโรงเรียน แต่รับปากว่าเมื่อไปถึงโรงเรียนจะเชิญคณะครูเข้าประชุม เพื่อถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับไปในวันนี้ และหลังจากนั้นจะร่วมกันวางแผนจัดกระบวนการเรียนรู้ต่อไป

               "มาวันนี้ไม่เสียเปล่าเลย ถึงแม้ว่าจะเสียค่าเครื่อง ค่าที่พัก เราออกเองทั้งหมด แต่สิ่งที่ได้มามันคุ้มมาก อย่าง ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม พูดแค่แปบเดียวแต่ท่านสามารถเข้าถึงแก่นได้ ซึ่งถือว่าสุดยอด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณคุณสุวนี ที่จัดให้มีงานในวันนี้ สมแล้วกับที่เป็นองค์กรเอกชนด้านการศึกษา เริ่มต้นก้าวสำคัญได้ดีมาก ผมเชื่อว่าถ้าผอ.ทุกคนที่มาในวันนี้คิดเหมือนผม โรงเรียนที่ดีอย่างยั่งยืน ก็ไม่ไกลคนไทยเลย" ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลศรีธาตุ กล่าว
...................................................................................................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)