
'ร.ร.สาธิตจุฬาฯ'มุ่งพัฒนาครู
'ร.ร.สาธิตจุฬาฯ'มุ่งพัฒนาครู ส่งเสริมงานวิจัยพัฒนาทักษะการสอน : ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน
โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม เป็นสถาบันการศึกษาสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พ่อแม่ผู้ปกครองอยากส่งลูกหลานเข้าเรียน “รศ.สุพร ชัยเดชสุริยะ ผู้อำนวยการ ร.ร.สาธิต จุฬาฯ ฝ่ายประถมคนใหม่” กล่าวว่า การเรียนการสอนในโรงเรียน ต้องทำให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข สนุกสนาน รู้จักตนเอง ภูมิใจในความสามารถของตนเองตามศักยภาพที่แต่ละคนมีอยู่ ทางร.ร.สาธิต จุฬาฯ ฝ่ายประถม จึงได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนทุกคนในแต่ละระดับชั้นได้เท่าเทียมกัน ภายใต้นวัตกรรมทางการศึกษาที่ช่วยเสริมเติมแต่งศักยภาพนักเรียน โดยเน้นเปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกเรียนสิ่งที่ตนเองชอบ ถนัด สนใจ ผ่านวิชาเลือกเสรี
ผอ.สุพร เล่าว่า เด็กแต่ละช่วงวัยต้องได้รับการพัฒนาที่แตกต่างกัน ยิ่งตอนนี้สังคมเปลี่ยน เด็กอยู่กับสื่อเทคโนโลยี ไม่ค่อยได้ปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้อื่น โรงเรียนจึงได้ปรับหลักสูตร เพื่อให้นักเรียนมี 4 ร. คือ รู้ทันรู้นำโลก, เรียนรู้ ชำนาญ และเชี่ยวชาญ, รวมพลังสร้างสรรค์สังคม และรักวัฒนธรรมไทย ใฝ่สันติ รวมถึงเปิดโอกาสให้โรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกระบวนการเรียนการสอน
โดยในระดับชั้นป.1-2 เด็กๆ จะได้เรียนอย่างสนุกสนาน (fun) กับสัปดาห์แสนสนุกสุขหรรษา(ตลาดนัดวิชา)พอขึ้นระดับชั้นป.3-4 เขาก็จะค้นพบ(find) ศักยภาพ ความถนัด ความชอบ ความสนใจของตนเองได้บางส่วน และเมื่อไปเรียนในระดับชั้นป.5-6 เขาก็จะหาจุดเด่นหรือศักยภาพที่แท้จริงของตนเองได้(focus)โดยการเลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองถนัด สนใจและชอบจริง เมื่อทุกคนได้เรียน ได้ค้นพบตัวตนของตนเอง และได้เรียนรู้ในสิ่งที่ชอบ ถนัด เป็นการสร้างให้เป็นคนที่รู้จักคิด ตัดสินใจ และเลือกสรรสิ่งที่ดีๆ มีคุณค่า มีประโยชน์แก่ตนเอง และมีภูมิคุ้มกันที่จะป้องกันตนเองจากสภาพแวดล้อมที่ปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ
ช่วงชั้นตารางเรียนจะแตกต่างกัน ตามแนวทางในการพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่เด็ก โดยชั้นป.1-3 เรียนสัปดาห์ละ 25 ชั่วโมง สำหรับนักเรียนชั้นป.1-2 จัดให้มีกิจกรรมสัปดาห์แสนสนุกสุขหรรษา ภาคเรียนละ 1 สัปดาห์ ระดับชั้นป.2 มีการให้เรียนวิชาการใช้ห้องสมุดสลับกับการเรียนภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษา ส่วนชั้นป.3-4 จัดให้มีวิชาเลือกเสรีเฉพาะภาคปลายครั้งที่ 2 และระดับชั้นป.5-6 เรียนสัปดาห์ละ 31-35 คาบ คาบละ 50 นาที โดยจัดวิชาเลือกเสรีให้นักเรียนเลือกเรียนตามความสนใจตลอดทั้งปี
เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวที่ผู้ใหญ่ต้องคอยแต่งแต้มสีสันให้เหมาะสมกับพวกเขา ยิ่งประเทศไทยกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การเตรียมพร้อมให้เด็กในทุกด้าน โดยเฉพาะภาษา ย่อมมีความสำคัญมาก ผอ.โรงเรียนคนเก่ง บอกว่า โรงเรียนพยายามสร้างความคุ้นเคยให้นักเรียน โดยในห้องเรียนจะมีนาฬิกาบ่งบอกเวลาของประเทศสมาชิกอาเซียน จัดนิทรรศการประเทศสมาชิกอาเซียน และเน้นการเพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษ เพราะเป็นภาษากลางในการติดต่อกับประเทศสมาชิกอาเซียน แต่ในช่วง 6 เดือนที่เข้ามาบริหารงาน เป็นช่วงปลายภาคเรียน การเปลี่ยนแปลงตารางสอนทำได้ยาก จึงได้มีการจัดโปรแกรมให้นิสิตจุฬาฯ มาสอนน้องๆ ในช่วงเวลาว่าง เช่น มาสอนภาษาอังกฤษผ่านการเล่านิทาน เล่าเรื่อง ซึ่งเป็นทั้งการเปิดโอกาสให้นิสิตได้ฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ ร่วมกับเด็กๆ ได้ใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น
นอกจากนั้น โรงเรียนยังวางแนวทางส่งเสริมนักเรียนทำกิจกรรมควบคู่การเรียนรู้มากยิ่งขึ้น โดยพัฒนาทุกพื้นที่ของโรงเรียนกลายเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นห้องสันทนาการ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องวิทยาศาสตร์ ลานกีฬา รวมถึงมีการสอนคุณธรรม กิจกรรมลูกเสือ และพานักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานที่ เพื่อเติมเต็มพัฒนาศักยภาพของเด็กให้ครบทุกด้าน และที่สำคัญยังทำให้เด็กมีความสุขพร้อมเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนๆ มีวินัย มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ และเป็นการปลูกฝังจิตสาธารณะอย่างมีระบบมากขึ้น
"ครูเป็นปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้ของเด็ก และเด็กรุ่นใหม่เรียนจากตำรา หนังสืออย่างเดียวไม่พอ ต้องสนับสนุนให้ทำกิจกรรมเพื่อตนเองและผู้อื่น โดยส่งเสริมให้ครูทำงานวิจัย และเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เนื่องจากอาจารย์ของเราเป็นอาจารย์ที่สอนอยู่ในคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ การส่งเสริมให้อาจารย์ทำวิจัยจะช่วยค้นคว้าหาวิธีการสอนที่เหมาะสมต่อการพัฒนาความรู้ ความสามารถของเด็ก ครูต้องพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และสรรหาสื่อ กิจกรรมมาให้เด็กได้ลองเรียนรู้ ลองทำ เพราะเด็กประถม เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ เขาไม่ชอบอยู่นิ่ง"
ปัจจุบัน ร.ร.สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม มีนักเรียนทั้งหมด 1,500 คน มีอาจารย์ประมาณ 100 คน สัดส่วนของอาจารย์กับเด็กตอนนี้เหมาะสม ร.ร.สาธิตจุฬาฯ ถือว่าโชคดีที่ได้ครูที่ตื่นตัว และมีสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยเพื่อพัฒนาเด็ก อย่างไรก็ตาม การเลือกโรงเรียนให้แก่ลูก พ่อแม่ควรมองถึงศักยภาพ สภาพแวดล้อม และการเรียนการสอนของโรงเรียนนั้นๆ เพราะตอนนี้มีโรงเรียนจำนวนมาก แต่ละสังกัดมีความแตกต่างกัน โรงเรียน ห้องเรียน สภาพแวดล้อมที่ลูกต้องใช้ชีวิตจะต้องเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ปลอดภัย และมีการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ
“เด็กจะดีและเก่งได้ พ่อแม่ ครู โรงเรียนต้องร่วมด้วยช่วยกัน ครูต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นครู สอนในห้องเรียนอย่างเต็มที่ ไม่ใช่สอนในห้องเรียนแบบขอไปวันๆ เพื่อให้เด็กได้มาเรียนพิเศษกับตนเอง แต่ครูต้องมีจิตใจเมตตา ให้ความรู้ และต้องลึกซึ้งในศาสตร์การสอน ขณะที่พ่อแม่ต้องพร้อมสนับสนุน เปิดโอกาส รับฟังความคิดเห็นของลูก อย่าเอาความคิด ความต้องการ ความอยากของตนเองมาใส่กับลูก ส่วนโรงเรียนต้องจัดกิจกรรม การเรียนการสอน ทั้งวิชาการ ทักษะภาษา และทักษะชีวิตให้แก่เด็ก เพื่อให้เขาเติบโตเป็นคนดี มีคุณภาพ พร้อมทำประโยชน์เพื่อสังคม”
ร.ร.สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม เป็น 1 ใน 49 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทยที่จัดการเรียนการสอน โดยเริ่มต้นของการจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียนฝึกหัดขั้นปริญญามาตั้งแต่ปี 2501 ด้วยปณิธานสร้างเด็กเพื่อสังคมที่ดี โดยยึดหลักความรู้คู่คุณธรรม หากอยากรู้ว่า fun find focus เป็นเช่นไร ติดต่อไปยังโรงเรียน โทร.0-2218-2746 หรือ www.satitchula.org



