
เอกชนแห่ทดสอบอนุภาคนาโน
ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ หนุนเอกชนไทยทดสอบคุณสมบัติ อนุภาคนาโน การันตีผู้บริโภค เผยเอกชนไทยจ่อคิวส่งตรวจเยอะมาก พร้อมประกาศห้องปฏิบัติการผ่านมาตรฐาน มอก.
วันที่ 27 พ.ย. 2555 นายสิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทเอกชน รวมถึงอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าด้วยนาโนเทคโนโลยีต่างมีความต้องการวิเคราะห์ทดสอบประสิทธิภาพของสารนาโน หรืออนุภาคนาโนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในสินค้าหลากหลายชนิดที่มีอยู่ในตลาด จากปัญหาที่เกิดขึ้นคือผู้ประกอบไม่มีข้อมูลว่าสารนาโน มีขนาดตามที่กล่าวอ้าง และมีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรียได้จริงหรือไม่ เช่น สินค้าในกลุ่มสิ่งทอ และเครื่องสำอาง เป็นต้น
"เอกชนไทยตื่นตัวในเรื่องนี้มาก โดยแต่ละปีมีอนุภาคนาโนที่ส่งตรวจ 1 หมื่นตัวอย่าง จากผู้ประกอบการ 1 พันราย ซึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องการทราบคือขนาดอนุภาคนาโน" นายสิริฤกษ์ กล่าวและบอกว่า "เวลาที่ผู้ประกอบการไปซื้อสารนาโน แล้วผู้ขายบอกว่าสารนี้มีอนุภาค 10 นาโนเมตร ผู้ซื้อไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็น 10 นาโนเมตรจริงหรือไม่ เพราะไม่มีวิธีในการตรวจวัด อนุภาคที่มีขนาดเล็กกลายเป็นข้อจำกัดในการวัด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มมีมาตรฐานนานาชาติด้านนาโนเทคโนโลยี ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีวิธีการวัดอย่างไร ด้วยเทคโนโลยีไหน ซึ่ง ประเทศไทยได้เรียนรู้และเดินหน้าพัฒนากระบวนการทดสอบจนเป็นที่ยอมรับ"
"วันนี้ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ระดับนาโน ของศูนย์นาโนเทค ได้รับการรับรองมาตรฐานการวัดขนาดอนุภาคนาโนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถวัดได้ว่ามีอนุภาคนาโนจริงหรือไม่ และฆ่าเชื้อได้หรือไม่ ซึ่งนาโนเทคกำลังได้รับรองด้านนี้เพิ่มเติมในคุณสมบัติอื่นๆ ขณะเดียวกันได้เตรียมเพิ่มขอบข่ายการวัดอนุภาคนาโนที่หลากหลายตามความต้องการและประเภทของอุตสาหกรรมนั้นๆ ด้วย" นายสิริฤกษ์ กล่าวย้ำ
ทั้งนี้การรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นไปตามระบบที่นานาชาติยอมรับ เช่น ISO ซึ่งการที่ สมอ. ให้การรับรองห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน มอก. 17025 ทำให้ห้องปฏิบัติการของนาโนเทคเป็นห้องปฏิบัติการแห่งแรกในไทยที่ได้รับการรับรองในขอบข่ายที่เกี่ยวกับการวัดขนาดในระดับนาโนเมตร เขาบอกว่า การวัดขนาดอนุภาคที่มีขนาดระดับนาโนเมตรที่กระจายตัวในรูปของเหลว เช่น น้ำหรือน้ำมัน จะใช้เทคนิค Dynamic light scattering (DLS) หรือใช้เทคนิคการกระเจิงแสงเลเซอร์เพื่อวัดอนุภาคนาโน ตามวิธี ISO 22412:2008 และการทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งแบคทีเรีย บนพื้นผิวพลาสติกและวัสดุผิวเรียบ เป็นไปตามวิธี ISO 22196:2011 เหมาะสำหรับทดสอบ แผ่นพลาสติก สีทาบ้าน ชิ้นงานเซรามิกผิวเรียบ ชิ้นงานโลหะที่ผสมสารนาโนเพื่อยับยั้งแบคทีเรีย
"หากเอกชนนำสินค้ามาตรวจที่ห้องปฏิบัติการของนาโนเทค จะได้การรันตีเป็นผลการรับรองว่าผลการตรวจนั้นผ่านการรับรองจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล โดยมีเลขมาตรฐานสากลกำกับ โดบใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการส่งตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง ส่วนค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 2 พันบาท ต่อ 1 ตัวอย่าง" ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทค ให้ข้อมูล
ทั้งนี้ มาตรฐานการทดสอบที่ได้รับจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับรองมาตรฐาน จะเป็นใบเบิกทางให้กับผู้ผลิตในการตอบคำถามประเทศคู่ค้า ตลอดจนใช้ในการขึ้นทะเบียนฉลากนาโนคิว ที่ติดลงบนสินค้าแจ้งเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคทราบว่าเป็นสินค้านาโนจริงหรือปลอมต่อไป
เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เริ่มต้นในปี พ.ศ.2558 แนวโน้มของสินค้านาโนเทคโนโลยีจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่ 1% ของมูลค่าสินค้าในภาพรวม ที่มีการใช้นาโนเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งเกิดกระแสการใช้ผลิตภัณฑ์นาโนเป็นที่นิยมมากขึ้น "ภูมิภาคอาเซียนกำลังถูกจับตาในฐานะฐานการผลิตสินค้านาโนเทคโนโลยีที่สำคัญของโลก ความพร้อมในกระบวนการผลิตและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่มีในท้องตลาด ทำให้มีการคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้ามูลค่าสินค้าในกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า" ผู้อำนวยการนาโนเทคกล่าว
สินค้านาโนที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน ได้แก่ สิ่งทอ และเครื่องสำอาง แต่ในระยะต่อไปนาโนจะเริ่มขยายเข้าสู่กลุ่มสินค้าใหม่ ซึ่งผู้บริโภคอาจยังไม่คุ้นเคยมากนัก อาทิเช่น วัตถุดิบ สินค้าเกษตร โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเข้ามาเกี่ยวข้องกับนาโนเทคโนโลยี รวมทั้งสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่เริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้น มองว่า ปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นสิ่งจำเป็นให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนากระบวนการตรวจวิเคราะห์ทดสอบที่ได้มาตรฐาน ไปพร้อมกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน ซึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นของการนำเอานาโนเทคโนโลยีมาใช้เช่นเดียวกัน ข้อได้เปรียบของประเทศไทยคือเป็นประเทศที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีสูงมาก เนื่องจากได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีมากว่า 10 ปี ภาคอุตสาหกรรมเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายในท้องตลาด ขณะที่ห้องปฏิบัติการของประเทศไทยมีความพร้อมที่ในการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งเดินหน้ามากว่า 3 ปี นับเป็นห้องปฏิบัติการแรกในอาเซียนที่มีศักยภาพในการวิเคราะห์ทดสอบด้านนาโนเทคโนโลยีตามมาตรฐานสากล
โจทย์แรกของห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบต้องมองว่า เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว ความต้องการในการตรวจสอบนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งอันดับแรกที่นาโนเทคให้ความสำคัญ คือ การพิสูจน์ว่าสาร หรืออนุภาคนาโนที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมในสินค้าเป็นนาโนจริงหรือไม่ และมีขนาดอนุภาคเท่าไหร่ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ เออีซี ควรขยายความสามารถทางด้านห้องปฏิบัติการ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ อนาคตหากลูกค้าจากประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องการตรวจอนุภาคนาโนใน 2 ขอบข่าย สามารถส่งตรวจได้ที่ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ระดับนาโน ของศูนย์นาโนเทคเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากลและพร้อมแข่งขันในเวทีอาเซียน
...................................................................................................
( หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว )



