
ชีวิตที่เริ่มเดินช้าเชสกี ครุมลอฟ
ชีวิตที่เริ่มเดินช้าเชสกี ครุมลอฟ : คอลัมน์ท่องต่างแดน : โดย...เรื่อง/ภาพ : http://www.oknation.net/blog/MyTrip
การเที่ยวยุโรป หลายคนนิยมเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ แต่ผมเริ่มนิยมเที่ยวด้วยตนเอง แม้จะดูยุ่งยากแต่ก็ได้ความตื่นเต้นและความสนุกกลับมาแทน เราเริ่มเที่ยวจากสวิตเซอร์แลนด์ แล้วต่อด้วยอิตาลี ก่อนเข้าสู่ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก
ใกล้เวลา 7 โมงเช้า รถบัส Student Agency มาจอดที่ท่ารถ ทำให้เรารู้ว่า คนที่มานั่งรอที่ท่ารถคือคนที่เดินทางไปพร้อมกับเรา เราหลงผิดคิดว่าคนไปเที่ยว เชสกี ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) มีกระเป๋าสัมภาระ แสดงว่านักท่องเที่ยวนิยมพักที่ปราก แล้วเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ รถบัสมีคนขับกับบัสโฮสเต็ท คนขับนอกจากทำหน้าที่ขับรถแล้ว ยังมีอีกหน้าที่เก็บเงินค่าโดยสาร สำหรับบัสโฮสเต็ท มีหน้าที่เสิร์ฟกาแฟ เสิร์ฟหูฟัง ช่วงเดินทางฝนตกตลอดทาง แต่คนขับชำนาญทางมาก
เชสกี ครุมลอฟ เป็นเมืองอยู่ทางทิศใต้ห่างจากเมืองปราก ประมาณ 300 กว่ากิโลเมตร เมืองเล็กๆ ที่กำเนิดขึ้นปีประมาณปี 1253 โดยตระกูล Vitek เดิมเมืองนี้ถูกเรียกว่า Crhumbenowe บางทีเขียนว่า Krumben Ouwe เป็นภาษาเยอรมันโบราณ แปลว่าที่ราบลุ่มอันคดโค้ง ประกอบด้วย 2 ชนชาติ คือ ชาวเชสกี และเยอรมัน ซึ่งในศตวรรษที่ 15 ได้เติมคำว่า เชสกี (Cesky) ซึ่งหมายถึงชาวเช็ก (Czech)
ต่อมาในปี ค.ศ.1302 ได้เปลี่ยนมาอยู่ในการปกครองของตระกูล ลอฟเบิร์กส์ (Rozmberks) เป็นช่วงที่ปราสาทและเมืองครุมลอฟเจริญรุ่งเรืองมาก ทั้งด้านการค้าและวัฒนธรรม แต่เมื่อถึงคนสุดท้ายของตระกูล Peter Vok พยายามก่อสร้างต่อเติมปราสาทจนเกิดปัญหาหนี้สิน จนต้องขายทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ซีซาร์ รูดอฟ์ที่ 2 หลังจากนั้นไม่นานช้าครุมลอฟก็ตกอยู่ในช่วงสงครามถึง 30 ปี
จนถึงช่วงต้นศตรวรรษที่ 18 ครุมลอฟได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูล เอ็กเกนเบิร์ก (Eggenberg) หลังสงครามสงบ มีการบูรณะประสาท อาคารต่างๆ ครุมลอฟเปลี่ยนมืออีกครั้งไปอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูล ชวาเซนแบร์ก (Schwarzenberg) จนปลายศตวรรษที่ 19 การบูรณะอนุรักษ์ และรักษารูปแบบดั้งเดิมจึงเสร็จสิ้น โดยที่ เชสกี ครุมลอฟ ยังคงรักษาศิลปวัฒนธรรมแบบยุคกลางดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์ จนได้รับการขนานนามว่า ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Pearl of Renaissance)
ผมวางหนังสืออ่านประวัติเมืองเชสกี ครุมลอฟ เมื่อรถเริ่มเข้าเขตเมือง ผู้โดยสารเริ่มทยอยลงเรื่อยๆ เราเริ่มระทึกใจว่า มาถูกไหม เพราะตอนนี้ผู้โดยสารทั้งคันเหลือแค่สามคน คือผมกับลูก และสาวญี่ปุ่นหนึ่งคน
เห็นยอดปราสาทเชสกี ครุมลอฟ เราเริ่มอุ่นใจว่าไม่หลงแน่ แต่รถบัสขับเลยไปจอดที่ท่ารถ ที่น่าจะเป็นสนามฟุตบอลมากกว่าท่ารถ แต่ไม่มีรถสักคน ไม่มีอาคารผู้โดยสาร และที่สำคัญไม่มีคนสักคน ยอดปราสาทมองเห็นแล้ว แต่ที่พักล่ะอยู่ที่ไหน?
ฝนเริ่มตกอีกแล้ว แต่ปัญหาคือ เราไปทางซ้าย ทางขวาดี หันไปถามชายคนหนึ่งที่ผ่านมา เขาบอกให้ตามไป ซึ่งเราก็เดินตามอย่างไม่แน่ใจ หันไปดูแม่สาวญี่ปุ่นลากกระเป๋าใบสีชมพูใหญ่เดินตามเราห่างๆ เหมือนกัน ผมพยายามเดินทิ้งช่วงห่างด้วยความไม่แน่ใจ แหมหากใครผ่านอิตาลีมาแล้วต้องกลัวทุกคนครับ จนผู้ชายคนนั้นเดินลับตาไป เราข้ามถนน เดินเลาะตามถนนใหญ่ไปด้านซ้ายมือ เจอผู้หญิงกับผู้ชายเตรียมตัวเหมือนจะไปวิ่งจ็อกกิ้ง ดูแล้วน่าเชื่อ เราถามทาง ทั้งสองดีมาก พาเราไปส่งหน้าที่พักเลย
ที่พัก Krumlov House Hostel เป็นอาคารหลังเก่าที่มีการบูรณะทำขึ้นใหม่โดยครอบครัวชาวอเมริกัน เราได้ห้องใต้หลังคา ที่พักที่นี้ดูดีมีสไตล์ ห้องอาบน้ำรวมมีสองห้อง ห้องนอนสามห้อง ห้องครัว ห้องนั่งเล่นที่น่ารัก แต่ที่สำคัญคือ มีวัยรุ่นมาพักเยอะมาก เจ้าลูกสาวดูกิ้วก้าวมาก เมื่อเจอเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน เป็นกลุ่มวัยรุ่นมาจากออสเตรีย พอได้เพื่อน ลูกสาวเลยขอเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนใหม่ สรุปทริปนี้ผมต้องเที่ยวคนเดียวอีกแล้ว
เมืองเชสกี ครุมลอฟ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกเป็นเมืองมรดกโลกในปี 1992 โดยเป็นเมืองที่คงไว้รักษาธรรมชาติแบบยุคกลางจนมีการขนานนามว่า โบฮีเมีย สิ่งโดดเด่น หากเรามองจากเนินยอดจะเห็น ปราสาทเชสกี ครุมลอฟ เป็นย่านเมืองเก่า มีแม่น้ำวลาทาวาล้อมรอบ มีหอคอยสูงทรงกลม Round Tower อยากขึ้นไปก็เสียเงินนะ
ปราสาทนี้ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก ปราก เป็นปราสาทยุคเรอเนสซองซ์ สร้างขึ้นราวๆ ศตรวรรษที่ 13 สไตล์โกธิก เรอเนสซองซ์ และบารอก ภายในปราสาทเก็บรวบรวมเฟอร์นิเจอร์สไตล์พีเรียดของอังกฤษ ถ้าคุณมาเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน จะได้พบกับงานเทศกาล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ เทศกาลกุหลาบห้ากลีบ (Five Petal Rose Festival) ผู้คนจะแต่งตัวกันสวยงาม ให้ความรู้สึกเหมือนกลับไปสมัยยุคกลางที่รุ่งเรือง
ผมออกจากที่พักเดินตามถนนเส้นเล็กๆ มุ่งหน้าไปยังปราสาท ผ่านจัตุรัสสโวร์โนสติ (Svornosti Square) ซึ่งมีเสาศิลาและน้ำพุกลางจัตุรัส (Marian Plague Column) ซึ่งสร้างในปี 1715 โดยมาร์ตูอัส์ แจ็กแคว์ส (Matuous Jackel) ด้วย
เดินผ่านร้านค้าตึกสวยๆ ถึงสะพานไม้ เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นแม่น้ำวลาทาวาได้อย่างใกล้ชิด ก่อนถึงทางขึ้นปราสาทมีร้านขายขนม คนต่อแถวซื้อขนมยาว คิดว่าน่าจะอร่อย เลยลองต่อแถวดู แต่เมื่อได้ลองกินแล้ว ขอบอกว่าไม่เห็นอร่อยเลย ผมเห็นทางขึ้นปราสาทแล้ว แต่ไม่ขึ้น ขอเดินอ้อมไปทางซ้ายมือ เพื่อเก็บบรรยากาศด้านนอก เจอร้านพิซซ่าที่ประตูทางออก ร้านนี้อร่อยมากๆ อร่อยกว่าที่อิตาลีเสียอีก เลยซื้อไปกลับไปกินมื้อเย็น พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางไปฮัลล์สตัท (Hallstatt) ประเทศออสเตรีย ตอนเช้าเจ้าลูกสาวมีข่าวดีมาบอกว่าได้เพื่อนใหม่ช่วยหารเฉลี่ยค่ารถ โดยขอลงกลางทางที่ซาลส์บวร์ก(Salzburg)..
ข้อมูลเพิ่มเติมของ Cesky Krumlov Castle: http://www.zamek-ceskykrumlov.eu/en
การเดินทางจาก Cesky Krumlov ไปยัง Prague บริษัท Student Agency: http://www.studentagency.eu
.............................................
(ชีวิตที่เริ่มเดินช้าเชสกี ครุมลอฟ : คอลัมน์ท่องต่างแดน : โดย...เรื่อง/ภาพ : http://www.oknation.net/blog/MyTrip)



