ไลฟ์สไตล์

ประกาศแล้ว'รางวัลเจ้าฟ้ามหิดล'ปี55

ประกาศแล้ว'รางวัลเจ้าฟ้ามหิดล'ปี55

22 พ.ย. 2555

'หมอเมืองผู้ดี - ดร.หญิงไนจีเรีย' คว้ารางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 21 ประจำปี 2555

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 พ.ย. 55  ที่ตึกสยามินทร์ รพ.ศิริราช  ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะรองประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 21 ประจำปี 2555 ว่า รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ 1 ม.ค. 2535 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคล หรือองค์กรทั่วโลก ที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 1 แสนเหรียญสหรัฐ

                    นายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า  มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2555 ทั้งสิ้น 75 ราย จาก 34 ประเทศ คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการได้พิจารณากลั่นกรอง และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ ได้พิจารณาจากผู้ได้รับการเสนอชื่อรวม 3 ปี คือ ปี 2555 , 2554 , 2553 และนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน ให้พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้าย เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา และมีมติตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการแพทย์ ได้แก่ เซอร์ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ จากสหราชอาณาจักร สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ดร.อูเช เวโรนิกา อะมาซิโก จากประเทศไนจีเรีย ทั้งนี้พิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล จะจัดขึ้นในปลายเดือน ม.ค. พ.ศ. 2556 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท   

                    ด้าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า เซอร์ ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ จากสหราชอาณาจักร สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลเซนต์โทมัส มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นประธานสถาบันแห่งชาติเพื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการแพทย์ (ไนซ์) ศาสตราจารย์กิติมศักดิ์ วิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อน และนายกราชแพทยสมาคมแห่งประเทศอังกฤษ เป็นทั้งผู้นำแนวคิดและผู้ปฏิบัติในการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางการแพทย์ ที่สามารถตรวจสอบได้มาประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของยา เครื่องมือต่างๆ และวิธีการรักษา รวมทั้งได้กำหนดคู่มือและแนวทางการรักษาผู้ป่วยโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับสูงสุด และความคุ้มค่าของงบประมาณ เป็นผู้ก่อตั้งสถาบันเพื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการแพทย์ หรือ ไนซ์ ขึ้นในปี พ.ศ. 2542 เพื่อดำเนินงานตามแนวคิดดังกล่าว ประเมินผลอย่างเป็นระบบ ทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้นทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมทั้งครอบคลุมผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และจริยธรรม คู่มือและแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบาย สามารถใช้ในการตัดสินจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณในการรักษาและป้องกันโรคได้อย่างเหมาะสม มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้

                    ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานของเซอร์ ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ ก่อให้เกิดการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยี มาตรฐานคุณภาพอย่างดีเลิศ เหมาะสม และคุ้มค่าทั่วทั้งสหราชอาณาจักร และมีการนำไปเผยแพร่เป็นแม่แบบ และประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย คือ โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (ไฮแทป) ผลงานของเซอร์ ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ มิใช่การรักษาผู้ป่วย แต่เป็นวิธีคิดให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุด อย่างกรณีของไฮแทปที่ช่วยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประเมินสิทธิประโยชน์ในหลายเรื่อง แต่ก็มีหลายเรื่องไม่ผ่านการอนุมัติเช่นกัน

                    ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวอีกว่า ส่วน ดร.อูเช เวโรนิกา อะมาซิโก จากไนจีเรีย อดีต ผอ.โครงการควบคุมโรคตาบอดจากพยาธิในทวีปอัฟริกา องค์การอนามัยโลก สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านชีววิทยาและปรสิตวิทยาทางการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านโรคเขตร้อน จากสถาบันแบร์นฮาร์ด (Bernhard-Nocht Institute of Tropical Medicine) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และการสาธารณสุขระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นบุคคลสำคัญที่ได้พัฒนาชุมชนกว่า 5 แสนชุมชนใน 19 ประเทศ ของทวีปอัฟริกา ให้มีส่วนร่วมในการให้บริการทางการสาธารณสุข โดยระหว่างดำรงตำแหน่ง ผอ.โครงการควบคุมโรคตาบอดจากพยาธิในทวีปอัฟริกา ระหว่างปี พ.ศ. 2548 - 2554 ได้พัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนที่สามารถกำหนดการรักษา โดยการกระจายยารักษาโรคตาบอดจากพยาธิแก่คนในชุมชน โดยอาสาสมัครในชุมชน ในเวลาที่เหมาะสม ก่อให้เกิดผลสำเร็จในการควบคุมโรคอย่างชัดเจน และมีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบสุขภาพในชุมชน ส่งผลให้อุบัติการณ์ของโรคลดลงอย่างมากและเกือบหมดไป ประมาณการว่าภายในปี พ.ศ. 2558 ประชากรกว่า 90 ล้านคนต่อปี จะได้รับยารักษาโรคตาบอดจากพยาธิอย่างสม่ำเสมอ และสามารถป้องกันโรคตาบอดจากพยาธิได้ปีละกว่า 40,000 ราย ความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากการเชื่อมโยงงานวิจัยและระบบการบริหารจัดการโดยมุ่งเน้นบทบาทของชุมชนเป็นสำคัญ

                    นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ก่อนที่ สปสช.จะให้สิทธิประโยชน์กับประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะมีการประเมินความคุ้มค่าโดยไฮแทปที่มาช่วยดูและพิจารณาให้รอบด้าน คล้ายกับแนวคิดของ เซอร์ ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์