
เสริมศักดิ์มอบสพฐแก้ปัญหาร.ร.เล็ก1.4หมื่นโรง
"เสริมศักดิ์"มอบนโยบายสพฐ. ใช้วิธีควบรวมร.ร.ในตำบลเดียวกัน แล้วจัดรถรับส่งนร.หมุนไปเรียนตามร.ร.ต่างๆ ตามแนวทางของ"แก่นจันทร์โมเดล"
วันที่ 22 พ.ย. 2555 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า นโยบายสำคัญที่มอบให้ สพฐ.นำไปปฏิบัติ คือ การแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศกว่า 14,000 โรงที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาวะขาดแคลนครู ร.ร.ขนาดเล็กเหล่านี้บางแห่งเหลือนักเรียนน้อยมาก แค่ประมาณ 10 คนต่อชั้นเรียน มีครู 2 คนรับผิดชอบทุกชั้นเรียน เพราะฉะนั้น จึงเห็นว่า น่าจะควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในตำบลเดียวกัน แล้วนำรูปแบบการบริหารจัดการร.ร.ขนาดเล็กของร.ร.ในตำบลหาดคัมภีร์ อำเภอปากชม จ.เลย ที่เรียกว่า “ แก่นจันทร์โมเดล “ มาประยุกต์ใช้กับร.ร.ขนาดเล็กทั่วประเทศ
นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อว่า แก่นจันทร์โมเดลนั้น จะใช้วิธีจับกลุ่มร.ร.ขนาดเล็กที่อยู่ใกล้เคียงกัน แล้วยุบรวมนร.ชั้นเดียวกันมาไว้เรียนร่วมกัน เฉลี่ยแล้ว ร.ร.แต่ละแห่งจึงสอนแค่ 1-2 ชั้นเรียน เท่านั้น ไม่เป็นภาระที่หนักเกินไปของครูที่มีอยู่ 2 คน และไม่จำเป็นต้องจ้างครูเพิ่ม อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจทำให้นักเรียนต้องถูกหมุนไปเรียนยังร.ร.ที่ไกลบ้านมากขึ้น จึงต้องมีการจัดรถรับส่งนร.ทุกคนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทาง
"เมื่อมีการยุบรวมร.ร.ในตำบลเดียวกันแล้ว จะมีการจัดตั้งงบประมาณสำหรับจัดซื้อรถยนต์รถส่งนร.ด้วย แต่จะบูรณาการให้หน่วยงานอื่น ๆ เช่น กศน.ใช้รถร่วมกันได้ด้วย ที่สำคัญ จะขอแรงให้อบต.ช่วยสนับสนุนงบประมาณเพื่อนำมาเติมน้ำมันรถ จัดจ้างคนขับรถ โดยในสัปดาห์หน้านี้ ผมจะไปคุยกับทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการร.ร.ขนาดเล็ก ทั้งนี้ หากยังปล่อยให้ปัญหาร.ร.ขนาดเล็กยืดเยื้อต่อไปแล้ว ก็จะทำให้นร.ในชนบทจำนวนมากเสียโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม สำหรับ ร.ร.ขนาดเล็กที่ไม่เหลือผู้เรียนแล้วนั้น ถ้าจำเป็นต้องยุบก็ต้องดำเนินการ แต่เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต่อต้านการยุบร.ร. ก็ให้ปรับปรุงร.ร.นั้นๆ มาใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่นเป็น ศูนย์เด็กเล็ก หรือศูนย์แสดงสินค้าโอท็อป" นายเสริมศักดิ์ กล่าว
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ยังได้มอบให้ สพฐ.ไปจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมให้สถานศึกษาและนักเรียนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ในศูนย์อาเซียนศึกษาดังกล่าว จะให้เปิดสอนภาษาอังกฤษ ภาษาประเทศเพื่อนบ้านรบมถึงวัฒนธรรมประเพณีด้วย ขณะเดียวกัน จะต้องให้ความรู้เกี่ยวกับเสาหลักทั้ง 3 ของอาเซียนแก่นร.ด้วย ทั้งนี้ หาก สพฐ.มีการดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว ให้ขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
นอกจากนั้น ยังได้มอบหมายให้ สพฐ.มีบทบาทร่วมในนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้วย เช่น การแก้ปัญหายาเสพ ถึงทำให้หมดไปจากสถานศึกษาเลยไม่ได้ แต่ต้องลดน้อยลงในอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ เช่น นร. 1 พันคนต้องตรวจพบสารเสพติดไม่เกิน 5 คน รวมถึงให้ สพฐ.เร่งเข้าไปเยียวยา ครู นร. ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.จะเร่งทำแผนตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาและการแก้ไขปัญหาร.ร.ขนาดเล็กซึ่งปัจจุบัน สพฐ.ดำเนินการอยู่แล้ว โดยได้สั่งการให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละแห่ง ทำแผนพัฒนาร.ร.ขนาดเล็กในพื้นที่ พร้อมจัดทำ School Mapping ด้วย ขณะเดียวกัน ก็จะใช้ร.ร.ดีประจำตำบล เป็นตัวดึงดูดนร.จาก ร.ร.ขนาดเล็ก
.............................................................
( หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว )



