
ม.เนชั่นจัดเวทีเตรียมพร้อมสู่อาเซียน
ม.เนชั่น ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชนเปิดเวทีสาธารณะ ร่วมถกประเด็นพร้อมฟังความคิดเห็นประชาชน เตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน
วันที่ 21 พ.ย. 2555 ณ ห้องบรรยายชั้น 4 มหาวิทยาลัยเนชั่น ศูนย์เนชั่นบางนา ถ.บางนา-ตราด กม.4.5 ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อการสัมมนาวิชาการ และรับฟังความคิดเห็นประชาชน ในหัวข้อ "ประเทศไทย : โอกาส ปัญหา ทางเศรษฐกิจ สังคม และความเสมอภาคหญิงชาย กับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558" โดยมี นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น มล.ปรียพรรณ ศรีธวัช ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการติดตามกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและการเตรียมความพร้อมสตรีสู่ประชาคมอาเซียน และดร.ไรเนอร์ อดัม กล่าวรายงานและกล่าวต้อนรับแก่ นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส
มล.ปรียพรรณ ศรีธวัช กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ดำเนินการโดย คณะอนุกรรมาธิการติดตามกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและการเตรียมความพร้อมสตรีสู่ประชาคมอาเซียน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มูลนิธิฟรีดริช เนามัน มหาวิทยาลัยเนชั่น และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เห็นสมควรร่วมกันที่จะจัดสัมมนาในหัวข้อ "ประเทศไทย : โอกาส ปัญหา ทางเศรษฐกิจ สังคม และความเสมอภาคหญิงชาย กับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558" เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนผ่านของกระบวนการทางสังคมเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งต้องมุ่งสู่การพัฒนาของเศรษฐกิจ สังคมและความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วน
นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มีการสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพยายามที่จะทำงานในเรื่องของเด็ก สตรี และความเท่าเทียมกัน ที่ผ่านมาเราจะพบว่าประเทศไทยมีความตื่นตัวและมีการกล่าวถึงอาเซียนบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสตรีกับโอกาสในเรื่องของความเสมอภาค กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งเป็นกองทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสตรีให้มีโอกาสในการที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ การพัฒนาศักยภาพของสตรี รวมทั้งการสนับสนุนพัฒนาบทบาทของสตรีผ่านกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ เพราะผู้หญิงก็สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาอาเซียน
"หลายคนเกิดความวิตกกังวลในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะติดในเรื่องของภาษาและวัฒนธรรม จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดกันต่อว่าในเมื่อหลายประเทศมีความแตกต่างกัน เราจะทำอย่างไรเพื่อให้สิ่งดีๆที่ทำร่วมกันไม่กลายเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะพยายามทำให้ครอบคลุมในทุกๆเรื่อง" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผยว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีกำลังในการส่งออกมากที่สุดในอาเซียน ซึ่งถือเป็นเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มทักษะให้กับประชาชน การเข้าร่วมเป็นประชาคมอาเซียนเราจะต้องทราบรายละเอียดหลักของประชาคม คือ ความมั่นคง ความหลอมรวมกันของสังคมและวัฒนธรรม และเศรษฐกิจของ 10 ประเทศอาเซียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจไม่ใช่การเลือกปฏิบัติเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นและนี่คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำ
ด้านคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคอาเซียน ในแง่ความพร้อมของสตรีในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนถือว่ามีความพร้อมในบางส่วนเพราะติดในเรื่องที่สตรีอาจจะมีภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัว เนื่องจากยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอ ทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนาด้านอาชีพการงาน แต่ในเรื่องความรู้ ความสามารถในการวิเคราะห์เชื่อว่าผู้หญิงไม่ด้อยไปกว่าผู้ชายอย่างแน่นอน
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า แท้จริงแล้วเราไม่ได้กำลังที่จะก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน หากแต่ความเป็นอาเซียนได้เข้ามามีบทบาทในแต่ละประเทศเป็นระยะเวลานานแล้วทำให้มุมมองที่เรามองอาเซียนต้องเปลี่ยนไปด้วย เพราะเมื่อกล่าวถึงการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนที่เน้นในเรื่องของความเท่าเทียมอย่างเดียวคงไม่เพียงพอในที่นี้จะต้องมีคุณภาพด้วย
"อย่างประสิทธิภาพค่าครองชีพ 300 บาท จะถูกหรือแพงก็ต้องขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพที่เราให้ ต้องมองเพื่อนบ้านว่าไปถึงไหนแล้ว ต้องสร้างด้วยมาตรฐานนานาชาติ ต้องเปิดตา ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันแต่อย่าลืมอัตลักษณ์ที่มี" นางกอบกาญจน์ กล่าว
ในส่วนของศ.ดร.ศักดา ธนิตกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในความเป็นจริงประเทศไทยมีความเสมอภาคมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน ซึ่งประเด็นความเสมอภาคจะเป็นการดึงความรู้ความสามารถของผู้หญิงมาเป็นปัจจัยในการพัฒนาประเทศได้ และจะทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น หน้าที่ของรัฐบาลคือเอื้ออำนวยให้ภาคธุรกิจเข้ามาลงทุนมากขึ้นเพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้กับแรงงานสตรี



