ไลฟ์สไตล์

เสริมศักดิ์เผยเล็งสร้างวิทยาลัยอาชีวะทุกอำเภอ

เสริมศักดิ์เผยเล็งสร้างวิทยาลัยอาชีวะทุกอำเภอ

21 พ.ย. 2555

"เสริมศักดิ์"มอบนโยบายอาชีวะ สร้างวิทยาลัยให้ครบทุกอำเภอชั้นเอก หวังดูดนักเรียนมาเรียนต่อสายอาชีพเพิ่มขึ้น ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลงานนี้โดยเฉพาะ

               วันที่ 21 พ.ย. 55 นายเสริมศักดิ์  พงษ์พานิช  รัฐมนตรีช่วยว่าการศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบนโยบายแก่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ว่า ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุไว้ชัดเจนว่า ภายในปี 2559 สัดส่วนนักเรียนอาชีพและสามัญต้องขยับขึ้นเป็น 70 : 30 แต่ปัจจุบัน ตัวเลขการเรียนต่อสายสามัญยังคงมากกว่าสายอาชีพอยู่มาก เพราะฉะนั้น ต้องวางแผนอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว มาตรการหนึ่งที่ตนคิดว่า จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีพได้นั้น คือ การสร้างวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้ครบทุกอำเภอที่มีประชาชนหนาแน่น

               รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ในหลายอำเภอรวมทั้งอำเภอที่มีจำนวนประชากรหนาแน่น มีโรงเรียนมัธยมหลายแห่งและมีจำนวนนักเรียนที่จบชั้น ม.3 จำนวนมาก กลับไม่มีวิทยาลัยอาชีวศึกษารองรับ ผู้ปกครองจำเป็นต้องส่งบุตรหลานเรียนต่อสายสามัญแทน เพราะเป็นห่วงความปลอดภัย ไม่ต้องการให้บุตรหลานเดินทางไปเรียนต่างอำเภอ แต่หากมีวิทยาลัยรองรับในพื้นที่ นักเรียนที่จบ ม.3 จะได้เข้าเรียนต่อสายอาชีพได้ เพราะฉะนั้น จึงสั่งการให้ สอศ.จัดสร้างวิทยาลัยในครอบคลุมทุกอำเภอขนาดใหญ่ ส่วนอำเภอขนาดเล็กนั้นให้จัดกลุ่มกัน 2- 3 อำเภอ แล้วจัดสร้างวิทยาลัย 1 แห่งไว้เป็นศูนย์กลาง ส่วนจะจัดสร้างเป็นวิทยาลัยประเภทใดนั้น ให้ขึ้นอยู่กับบริบทและความต้องการในพื้นที่

               รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า นอกจากเพิ่มในเชิงปริมาณแล้ว การเพิ่มคุณภาพของการเรียนสายอาชีพเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปด้วยเพื่อให้จำนวนผู้เรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้น โดยจะเน้นส่งเสริมให้อาชีวศึกษาเปิดสอนได้ถึงระดับปริญญา ขณะด้วยกัน ต้องดึงสถานประกอบการ ภาคธุรกิจ มาร่วมเป็นเครือข่ายในการจัดการศึกษาด้วย ตรงนี้ จะเป็นหลักประกันให้ผู้เรียนมั่นใจในคุณภาพการเรียนการสอน และมั่นใจว่า จบไปแล้วจะมีการรองรับแน่นอนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดให้คนมาเรียนต่อสายอาชีพเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สอศ.จะต้องเร่งประชาสัมพันธ์จุดแข็งของการเรียนสายอาชีพที่สามารถเรียนต่อได้ถึงระดับปริญญาและมีงานทำแน่นอนหลังเรียนจบด้วย โดยเฉพาะการเข้าไปประชาสัมพันธ์ถึงในสถานศึกษา เพื่อให้มีคนสนใจมาเรียนต่อสายอาชีพเพิ่มขึ้น

               นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม นโยบายรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ส่งผลกระทบต่อการรับนักเรียนสายอาชีพ ถ้านโยบายรับนักเรียนม.ปลายของสพฐ.เปิดกว้างมมาก ผู้เรียนจะหันไปเลือกเรียนสายสามัญกัน เพราะฉะนั้น จะต้องมีการบูรณาการการรับนักเรียนร่วมกันระหว่าง สอศ.และ สพฐ. โดยตนเห็นว่า ควรจะต้องรวมกรรมการรับนักเรียนของทุกสังกัดในระดับจังหวัดไว้ด้วยกันเป็นกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัด ทำหน้าวางแผนการรับนักเรียน นักศึกษาร่วมกัน เพื่อให้บรรลุสัดส่วนนักเรียนสายอาชีพต่อสายสามัญ 70:30 ให้ได้

               "ผมจะฝากเรื่องการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนต่อสายอาชีพนั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับไปดำเนินการด้วย อาจจะมีการตั้งกรรมการระดับจังหวัดเพื่อดูแลการรับนักเรียน นักศึกษา ร่วมกัน แล้วให้ผู้ว่าฯ เป็นที่ปรึกษาหรือประธานกรรมการ เพื่อให้ทางจังหวัดช่วยขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วย" นายเสริมศักดิ์ กล่าว

               ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า มีอำเภอทั่วประเทศที่ยังไม่มีวิทยาลัยอาชีวศึกษา จำนวน 542 อำเภอจากอำเภอทั่วประเทศ 877 อำเภอ ซึ่งสอศ.จะไปสำรวจดูว่า เป็นอำเภอชั้นเอกที่มีประชาชนหนาแน่นจำนวนเท่าใด อย่างไรก็ตาม สอศ.ตั้งเป้าว่า ภายในปี 59 จะดำเนินการจัดสร้างวิทยาลัยให้ครอบคลุมทุกอำเภอ แต่ในปีงบประมาณ 57 นั้น จะสร้างประมาณ 50 วิทยาลัย กำหนดงบประมาณก่อสร้างแห่งละ 200 ล้าน แต่เป็นการผูกผันงบประมาณ 3 ปี