ไลฟ์สไตล์

ครูทศวรรษที่21'ต้องเป็นผู้เรียนไม่ใช่ผู้สอน'

ครูทศวรรษที่21'ต้องเป็นผู้เรียนไม่ใช่ผู้สอน'

19 พ.ย. 2555

นักการศึกษา ชี้ระบบการศึกษาเงา ติวเตอร์เป็นปัญหาทั่วโลก ส่งผลผู้เรียนไม่ใฝ่รู้ สอบโอเน็ตเพื่อประเมินวิทยฐานะ ทำให้เด็กและครูเกิดความเครียดและหันมาสอนเพื่อสอบ

               วันที่ 19 พ.ย. 2555 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) จัดเสวนาโต๊ะกลมนานาชาติทางการศึกษา ครั้งที่ 1 โดยมีรศ.ดร.ออรา โคว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮ่องกง กล่าวว่าสำหรับบทบาทหน้าที่ของครูและการทดสอบมาตรฐานในศตวรรษที่ 21 นั้น ครูต้องเป็นผู้เริ่มต้นที่จะเป็นผู้เรียน ไม่ใช่ผู้สอน และต้องเป็นผู้เผชิญหน้ากับความท้าทายที่จะสรรหาวิธีการเรียนการสอนช่วยให้เด็กเยาวชนอยู่รอดได้ในการเปลี่ยนแปลงศตวรรษที่ 21

               ทั้งนี้ ปัจจุบันการเรียนในห้องถูกแทนที่ด้วยระบบการศึกษาเงา หรือค่านิยมการเรียนติวเตอร์ ที่กลายเป็นปัญหาระดับโลก สิ่งที่พบคือ ผู้เรียนไม่ใฝ่รู้ แต่สนใจการเรียนและสอบเพื่อให้ตนเองอยู่รอด และทำคะแนนสูงเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยขณะเดียวกันยังสร้างให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ผู้เรียนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีจึงมีโอกาสมากกว่า นอกจากนี้ระบบติวเตอร์ยังนำไปสู่ภาวะความกดดันของผู้เรียน เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการคอรัปชั่น

               ในฮ่องกง พบผู้เรียนพิเศษในม.1 สูงถึง 54 % ขณะที่อินเดียมีการติวสูงสุดคือ 80% ซึ่งแม้จะพบความขัดแย้งกับรูปแบบการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 แต่ระบบการศึกษาเงากลายเป็นการศึกษาคู่ขนานในปัจจุบัน ซึ่งทำให้การติวเตอร์ กลายเป็นเรื่องการตลาด ครูติวเตอร์เปรียบได้กับดารา โดยแต่ละสถาบันจะมีนโยบายเพื่อดึงดูดลูกค้านักเรียน โดยเด็กที่ได้คะแนนดีจะถูกใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้เด็กคนอื่นๆ และแม้ว่าผลวิจัยจะยืนยันว่า เด็กไม่ได้อยากเรียนติวนอกห้อง แต่เมื่อเด็กคนอื่นเรียน ก็กลายเป็นค่านิยมที่เด็กทุกคนต้องเรียนพิเศษ ซึ่งเราต้องช่วยกันคิดว่า ระบบการติวเป็นการศึกษาในแบบที่ต้องการหรือไม่

               ด้าน ศ.ดร.พฤทธิ์  ศิริบรรณพิทักษ์ อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การวัดผลโอเน็ต เป็นเพียงการวัดผลการศึกษาด้านเดียวเฉพาะการสอนตามสาระวิชา แต่ยังขาดหลักสูตรโรงเรียนที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน การใช้ผลสอบโอเน็ตเพื่อประเมินวิทยฐานะ ทำให้เด็กและครูเกิดความเครียดและหันมาสอนเพื่อสอบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการศึกษาอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ (ก.ค.ศ.) รับหลักการการใช้ผลโอเน็ตมาใช้ประเมินวิทยฐานะครู แต่ตนเสนอ หากจะใช้วัดผลความก้าวหน้าครู คงต้องคิดสูตร เพราะเด็กที่เป็นตัวป้อนของแต่ละโรงเรียนแตกต่างกัน การประเมินอาจใช้วิธีการทดสอบเด็กก่อนเรียนและหลังเรียนว่ามีพัฒนาการขึ้นเพียงใด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครูทุกกลุ่ม

               ดร.วัฒนาพร  ระงับทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันภาษาอังกฤษสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ขณะนี้มีการติวกันมากในทุกโรงเรียน แม้แต่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่ผ่านมามองคุณภาพครูกับคะแนนนักเรียนแยกจากกัน บางโรงเรียนมีครูที่ได้วิทยฐานะเชี่ยวชาญหลายคน แต่เด็กยังอ่านหนังสือไม่ออก ขณะนี้สพฐ.รับครูบรรจุเป็นครู โดยมีการสอบครู พบว่า ต้นทุนครูต่ำมากในแง่ความรู้ความสามารถ ครูที่จบวิชาเอก แต่กลับได้ผลวัดระดับ ซี ในการสอนวิชาเอก ซึ่งต้องย้อนถามกลับไปที่สถาบันการผลิตครูด้วยว่าผลิตครูออกมาแล้ว รับประกันความรู้ความสามารถให้กับโรงเรียนด้านใดบ้าง เช่น ความรู้วิชาเอก ภาษาอังกฤษ เป็นต้น