
อร่อยคำโตกับซูชิในแดนปลาดิบ
อร่อยคำโตกับซูชิในแดนปลาดิบ : ชวนชิม
ทุกวันนี้คนไทยคุ้นชินพร้อมกับได้ลิ้มรสและรู้จักหน้าตาของอาหารญี่ปุ่นกันอย่างถ้วนหน้า เอาง่ายๆ อย่างเมนูซูชิหรือข้าวปั้นมีให้เห็นและให้ชิมกันในมากมายจนติดอกติดใจ กลายเป็นเมนูฮอตที่มีขายกันให้เกลื่อน แม้กระทั่งตลาดเล็กๆ ใต้ตึกยังมีซูชิให้ลิ้มลอง ย้ำกันชัดๆ ว่าอาหารญี่ปุ่นนะครองใจคนไทยกันไปแล้ว
และเมื่อเป็นอาหารฮอตฮิตซะอย่างนี้ มีโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศเขาแล้ว พร้อมๆ กับคณะผู้บริหารจากวาโก้ ประเทศไทย จะไม่ลิ้มลองอาหารของเขาก็ไม่ใช่ซะละ งานนี้ได้ชิมเกือบทุกเมนูที่โด่งดังในเมืองไทย ทั้งเบนโตะ(อาหารชุด) ชาบู ชาบู, เนื้อมัตสึซากะ,เนื้อฮิดะ,เซ็ตอาหารญี่ปุ่นต้นฉบับดั้งเดิม,ราเมงร้านดัง,ข้าวหน้าหมูผัดซีอิ๊ว แม้กระทั่งปูอลาสก้า ซึ่งทุกเมนูก็มีความกลมกล่อมในรสชาติที่ถือว่าต้นตำรับโดยแท้ แต่ที่อยากจะชวนชิมวันนี้เห็นต้องยกให้เมนู "ซูชิ" ที่ฮอตฮิตในบ้านเรา...อย่าเพิ่งบอกว่าธรรมดาค่ะ เพราะเห็นและได้ชิมแล้วขอบอกว่า "อร่อยและเต็มปากเต็มคำ"
ร้านที่ว่ามีชื่อว่า "โอชิน" (UOSHIN) อยู่ติดกับร็อคกากุ-โดริ อยู่ตรงกันข้ามกับห้างมินา(mina) ในเมืองเกียวโต ซึ่งเป็นร้านซูชิชื่อดังของเมืองนี้ คนในพื้นที่และใกล้เคียงต่างพร้อมใจมาชิมซูชิที่ร้านกันทั้งนั้น และเมื่อเป็นร้านดังลูกค้าเพียบ ดังนั้นต้องยืนรอคิวประมาณ 15 - 30 นาที ไม่มีการสั่งจองโต๊ะล่วงหน้านะคะ แต่วันที่เราไปถือว่าโชคดีมาก เดินไปถึงร้านมีโต๊ะเหลือพอดี หาที่นั่งได้เรียบร้อยเมนูมาวางตรงหน้า เอก็ธรรมดานะเหมือนเมือไทยจะดังจะเด่นต้องไหนเหรอ(คิดในใจ) แต่ปากก็สั่ง รอเพียงแป๊บ จานแรกมาเสิร์ฟทำเอาตกใจ...โอ้...พระเจ้าช่วย(กล้วยทอด) มันใหญ่มากๆ คำเดียวเกินบรรยาย ทั้งจานมา 8 ชิ้น (ซึ่งจัดมาพอดี 8 คน)
เริ่มด้วย ซูชิหน้าปลามากูโร เนื้อปลาสดๆ มาชิ้นใหญ่ๆ ให้อ้าปากกว้างอย่างไรก็ไม่หมดคำ หรือถ้าใครตั้งใจคำเดียวหมดก็ต้องเกิดอาการพะอืดพะอม เข้าสำนวนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกละค่ะ(เป็นอย่างนั้นจริงๆ ลองมาแล้วเกือบแย่) ...ว่าแล้วต้องแบ่งเป็นคำเล็กๆ ส่งเข้าปาก เพียงสัมผัสเนื้อปลา ความหวานพุ่งมาสู่ลิ้น เพราะความสดนั่นเอง ยังเคี้ยวไม่หมดชิ้น ซูชิหน้าปลามาได(ปลากระพงแดง) เนื้อปลาแปะมาด้านบนปิดมิดตัวข้าว คราวนี้ตั้งใจไม่ชิมแล้วข้าวนะ ขอเขี่ยเฉพาะหน้ามาลิ้มลอง ก็สั่งไปเพียบ ยังเหลืออีกหลายหน้าเหลือเกิน ถ้ารับประทานทั้งหมดเห็นทีไม่ครบแน่ ว่าแล้วใช้ตะเกียบเขี่ยชิมแต่เนื้อปลา...อร่อยกับความสดของเนื้อปลาทุกคำ
คราวนี้พนักงานยก ไข่ม้วน มาเสิร์ฟ เช่นเดิมคำใหญ่โตมโหฬาร แต่รสชาติกลมกล่อม คนชอบเมนูนี้อย่าพลาดที่จะสั่งมาลิ้มลอง เพราะเขาทำมาสดๆ เห็นกันชัดๆหลังเคาน์เตอร์นั่นเอง ต่อด้วยซูชิหน้าหอยเชลล์ หอยมาเป็นตัวค่ะ และตัวใหญ่ๆ คำเดียวกัดไม่หมดเช่นเคย ความที่หอยสดจะตัดให้ขาดด้วยตะเกียบก็ไม่ได้ ว่าแล้วก็คีบทั้งตัวใส่ปากซะเลย..โอ้ย..คุณขามันเต็มปากมากๆ เคี้ยวก็ยาก กลืนก็ไม่ได้ กว่าจะหมดตัวใช้เวลาทีเดียว
ต่อด้วย มิโซะซุปปลาแซลมอน มาเป็นชามค่ะ หัวปลาและส่วนแก้มของปลาแซลมอนลอยอยู่ในถ้วย รสกลมกล่อมพอดี ไม่เค็ม ไม่คาว ซุปหวานด้วยเนื้อปลาซดคล่องคอ ทำเอาสบายท้องช่วยให้ซูชิที่ชิมไปก่อนหน้านี้ย่อยได้ง่ายขึ้น นั่นเองจึงมีแรงอยากให้ชิมเมนูต่อไป แล้ว ซูชิหน้าปลาแซลมอน ก็ยกมา ขอใช้เคล็ดลับเดิมด้วยการเขี่ยเนื้อปลาออกจากข้าว(ส่วนตัวนะคะ) ชิมเนื้อปลาอย่างเดียว เช่นเดิมค่ะ มันต้องกัดเป็นคำเล็กๆ ไม่สามารถใส่ปากได้ทั้งชิ้น แล้วยังไม่หมดเท่านั้นนะ ต่อด้วย ข้าวปั้นหน้าไข่ปลาแซลมอน, ข้าวปั้นหน้าปลาซัมมะ มาปิดท้าย...
โดยเฉพาะสองชิ้นสุดท้ายนี้..ขอบอกตรงๆ ว่าชิมไม่หมดจริงๆ ค่ะ ด้วยชิ้นมันใหญ่มาก ดังนั้นอย่าสั่งมาทุกอย่าง ขอเพียงสั่งหน้าที่อยากรับประทานจริงๆ มิเช่นนั้นไม่หมดแน่นอน ส่วนสนนราคาคำนวณออกมาเป็นเงินไทยชิ้นละประมาณ 280-380 บาท อ้อ..เกือบลืมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบวาซาบิ ทางร้านจะเสิร์ฟมาให้เล็กน้อยเท่านั้น สามารถขอเพิ่มจากพนักงานได้เลย แต่อย่าลืมว่าในข้าวปั้นนั้นจะมีวาซาบิอยู่แล้วด้วยนะคะ...
ไปเกียวโตครั้งต่อไปลองแวะไปชิมได้เลย...เพราะเราลองมาแล้วสุดยอดจริงๆ นะเจ้านาย....
.......................................
(หมายเหตุ อร่อยคำโตกับซูชิในแดนปลาดิบ : ชวนชิม)



