
เคาะแล้ว!บอร์ดแท็บเล็ตชุดใหญ่แยกซื้อ4กองใหญ่
บอร์ดแท็บเล็ตชุดใหญ่จัดซื้อแล้วแยกซื้อ4กองใหญ่ เปิดE-Auctionพร้อมกัน มอบ"โอฬาร"เป็นประธานจัดทำTOR "พงศ์เทพ"มั่นใจได้ราคาไม่สูงกว่าปีที่ผ่านมา
15 พ.ย.55 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพาต่อ 1 นักเรียน ครั้งที่ 9 ประจำปี 2555 ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดซื้อแท็บเล็ตประจำปี 2556 ซึ่งจะจัดซื้อทั้งหมดจำนวน 1.69 ล้านเครื่อง เพื่อจัดสรรให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของสถานทุกสังกัด ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนด TOR ในการจัดซื้อและมอบนายโอฬาร ไชยประวัติ เป็นประธานคณะกรรมการฯ
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นชอบเบื้องต้นให้แยกการจัดซื้อแท็บเล็ตสำหรับ ป.1 และ ม.1 ออกจากกัน จากเดิมที่เคยกำหนดให้จัดซื้อรวมกัน แต่เนื่องจากจำนวนแท็บเล็ตของนักเรียนแต่ละระดับชั้นมีจำนวนถึงกว่า 8 แสนเครื่อง จึงให้ซอยการจัดซื้อออกเป็นระดับชั้นและ 2 กอง รวมทั้งหมด จะมีการจัดซื้อทั้งหมด 4 กอง ทั้ง 4 กองนั้น จะเปิดประมูลผ่านระบบ E-Auction อย่างต่อเนื่องให้เสร็จเรียบร้อยภายในวันเดียวกัน และเปิดโอกาสให้บริษัททั้งจากในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมการประกวดราคาได้
"การแยกประมูลจัดซื้อเป็น 4 กอง นั้น จะจูงใจให้บริษัทต่าง ๆ สนใจเข้าร่วมการประมูล ทำให้เกิดการแข่งขัน จนได้ราคาจัดซื้อที่ดีสุด ศธ.เองก็มีราคาอ้างอิงจากการจัดซื้อในปีนี้อยู่แล้ว อยู่ที่ 2,470 บาทต่อเครื่อง เพราะฉะนั้น การจัดซื้อในปี 2556 ควรจะได้ราคาที่ต่ำกว่านี้ ทั้งนี้ ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ไปทำปฏิทินในการดำเนินการมา แต่โดยสรุปการจัดซื้อต้องเสร็จสิ้นและแท็บเล็ตถึงมือนักเรียนก่อนเปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษา 2556"
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่อาจมีการจัดซื้อแท็บเล็ตพร้อมกันให้ครบทุกชั้นปีโดยอาศัยเงินช่วยเหลือหรือเงินกู้จากต่างประเทศนั้น บอร์ดชุดนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องดังกล่าว ต้องเป็นการพิจารณาระดับรัฐบาล และเชื่อว่า หากรัฐบาลจะจัดซื้อแท็บเล็ตพร้อมกันทุกชั้นปีจริง คงต้องไปดำเนินการในปี 2557 ไม่สามารถดำเนินการในปี 2556 ทัน เพราะฉะนั้น การจัดซื้อแท็บเล็ตในปี 2556 จะดำเนินการไปตามแผนและงบประมาณที่จัดตั้งไว้ก่อนโดยไม่รอ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นก่อนการจัดซื้อนั้น ก็สามารถสั่งยกเลิกการจัดซื้อแท็บเล็ต ป.1 และ ม.1 ไปก่อนเพื่อรอจัดซื้อพร้อมกันได้
ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การจัดซื้อแท็บเล็ตซึ่งแยกออกเป็นระดับชั้นละ 2 กองนั้น จะแบ่งออกตามภาคและจังหวัดเพื่อให้สะดวกต่อการขนส่ง ทั้งนี้ สพฐ.จะไปประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับกรมบัญชากลางในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดรายละเอียดในการจัดซื้อ ในส่วนของ สพฐ.นั้น จะจัดซื้อทั้งหมด 1,231,704 เครื่อง แยกเป็น ป.1 จำนวน 574,826 เครื่อง และม.1 จำนวน 656,884 เครื่อง ภายใต้งบประมาณ 4,484 ล้านบาทซึ่งรวมงบประมาณในการดำเนินการด้านอื่นๆ ด้วย
อนึ่งการจัดซื้อแท็บเล็ต จะจัดซื้อให้สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทยเป็นหลัก และมีสถานศึกษาสังกัดอื่นๆ รวมอยู่ด้วยเล็กน้อย ตัวเลขในภาพรวมจะมีการจัดซื้อทั้งหมด 1,688,590 เครื่อง แยกเป็น ป.1 จำนวน 848,817 เครื่อง ม.1 จำนวน 839,773 เครื่อง โดยเป็นการจัดซื้อให้สถานศึกษาสังกัด สพฐ.1,231,704 เครื่อง แยกเป็น ป.1 จำนวน 574,826 เครื่อง และม.1 จำนวน 656,884 เครื่อง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 295,950 เครื่อง แยกเป็น ป.1 จำนวน 181,340 เครื่อง ม.1 จำนวน 114,616 เครื่อง สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 105,516 เครื่อง แยกเป็น ป.1 จำนวน 50,324 เครื่อง ม.1 จำนวน 55,192 เครื่อง และสังกัด กทม.จำนวน 55,419 เครื่อง แยกเป็น ป.1 จำนวน 42,333 เครื่อง ม.1 จำนวน 13,081 เครื่อง
ส่วนวงเงินงบประมาณนั้น ภาพรวม 6,196 ล้านบาท เป็นงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 933 ล้านบาท แยกเป็น อปท. 464 ล้านบาท กทม.203 ล้านบาท และเมืองพัทยา 10 ล้านบาท ,กระทรวงศึกษาธิการ 5,440 ล้านบาท แยกเป็น สพฐ. 4,484 ล้านบาท สช. 933 ล้านบาท และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(โรงเรียนสาธิต) 27.9 ล้านบาท ส่วนสังกัดอื่นๆ มีงบประมาณ 72 ล้านบาท
ด้านนายเอนก รัตน์ปิยะภาภรณ์ ที่ปรึกษา สพฐ.ด้านเทคโนโลยีการสอน กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ.ไว้กำหนดสเป็กของแท็บเล็ตไว้เบื้องต้นแล้ว ราคากลางจะอยู่ที่ 2,800 บาทต่อเครื่องเท่ากันทั้งป.1 และ ม.1 อย่างไรก็ตาม ราคาที่สูงขึ้นจากราคาในการจัดซื้อปี 55 เพราะสเป็กสูงขึ้น อาทิเช่น เพิ่มกล้องหน้าและกล้องหลัง จากสเป็กเดิมที่ไม่ได้กำหนดให้มีกล้องแต่ได้กล้องหน้าแถมมาซึ่งคุณภาพยังไม่ดีนัก ทั้งนี้ การมีกล้องจะทำให้สะดวกต่อการแสกนบาร์โคดวิชาในการเรียนการสอนของครู นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มหน่วยความจำ(Ram)จากเดิม 512 MB เป็น 1 กิ๊กกะไบต์ และเพิ่มความเร็วจากเดิม 1.2 GHz เป็น 1.5 GHz เป็นต้น แต่ขนาดหน้าจอยังเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม สเป็กดังกล่าว ต้องนำออกประชาพิจารณาก่อน



