ไลฟ์สไตล์

ปากแหว่ง เพดานโหว่ ความพิการที่แก้ไขได้

ปากแหว่ง เพดานโหว่ ความพิการที่แก้ไขได้

15 พ.ย. 2555

พ่อแม่ที่มีลูกเกิดมาพิการปากแหว่ง เพดานโหว่ ย่อมมีความทุกข์ใจเป็นธรรมดา ไหนจะสงสารลูกน้อยที่เกิดมาไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ และความกังวลว่าลูกจะมีปมด้อยเมื่อโตขึ้น

 การเลี้ยงดูก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเด็กไม่สามารถที่จะดูดนมได้ดีอย่างเด็กทั่วไป บางรายอาจมีปัญหาความพิการร่วมในระบบอื่นๆ เช่น ความพิการทางหัวใจและระบบไหลเวียน ความพิการทางระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย รวมทั้งทางระบบประสาทและสมอง บางครั้งความพิการยังอาจส่งผลทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง หรือแม้แต่การอักเสบของหูชั้นกลางก็เกิดได้บ่อยกว่าปกติ
 ความพิการปากแหว่ง เพดานโหว่ สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ แต่การรักษาควรรีบตัดสินใจทำแต่เนิ่นๆ พ่อแม่ควรมีความรู้ความเข้าใจในการรักษาและมารับการรักษาอย่างถูกต้องตามกำหนดเวลา ก็จะช่วยให้ลูกน้อยกลับมามีอวัยวะที่สมบูรณ์และใช้งานได้ทั้งปากและเพดาน รวมทั้งฟันและกระดูกใบหน้า เมื่อโตขึ้นก็จะมีลักษณะเกือบจะปกติ
 เมื่อพ่อแม่นำเด็กมาพบแพทย์ แพทย์จะต้องตรวจและประเมินก่อนว่าเป็นปากแหว่ง เพดานโหว่ชนิดใด โดยทั่วไปสามารถแยกได้ดังนี้
ปากแหว่ง 
 - ปากแหว่งแบบสมบูรณ์ คือ แหว่งเข้าไปถึงรูจมูก และปาก
 - แหว่งแบบไม่สมบูรณ์ คือ แหว่งเฉพาะที่ริมฝีปาก ซึ่งการแหว่งอาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้
เพดานโหว่
 - เพดานโหว่แบบสมบูรณ์ คือ โหว่ตั้งแต่ลิ้นไก่ถึงเพดานแข็งด้านหน้า และถึงเหงือกด้านหลัง
 - เพดานโหว่แบบไม่สมบูรณ์ คือ โหว่เฉพาะส่วนเพดานอ่อนด้านหลังเท่านั้น ซึ่งการโหว่อาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ปากแหว่งเพดานโหว่ร่วมกับความผิดปกติของส่วนอื่นๆ ของใบหน้า เช่น กลุ่มความพิการใบหน้าชนิดต่างๆ ความพิการของโรคที่เกี่ยวข้องกับขากรรไกรเล็กผิดปกติ เป็นต้น
 ก่อนรักษาแพทย์จะตรวจสภาพร่างกายทั่วไปของเด็กว่า มีความพร้อมต่อการผ่าตัดมากน้อยเพียงใด ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องทำการรักษาความพิการแฝงก่อน เช่น ความผิดปกติของหัวใจ ปอด ฯลฯ หรือรักษาโรคที่เป็นอยู่ให้หายสนิทเสียก่อน เช่น ไข้หวัด ปอดอักเสบ หูอักเสบ ทั้งนี้ เพื่อจะได้ไม่ส่งผลต่อการผ่าตัดและการดมยาสลบ
ช่วงอายุที่เหมาะสมในการรักษา

 - ปากแหว่ง โดยทั่วไปกำหนดอายุประมาณ 3 เดือน น้ำหนักเด็กมากกว่า 5 กก. ไม่มีปัญหาเรื่องซีดหรือการติดเชื้ออื่นๆ ในร่างกาย โดยทั่วไปแพทย์จะผ่าตัดโดยการเลื่อนกล้ามเนื้อ ผิวหนัง และส่วนต่างๆ ที่อยู่ผิดที่ผิดตำแหน่งให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และใช้เนื้อเยื่อส่วนต่างๆ บนใบหน้ามาหนุนสร้างความนูน ความสูง ลักษณะของจมูกและริมฝีปาก ใช้เวลาทำประมาณ 1-2 ชั่วโมง
 - เพดานโหว่โดยไม่มีความพิการของปาก อายุที่เหมาะสมประมาณ 10 เดือน - 1 ขวบครึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กจะเริ่มใช้เพดานในการพูด วิธีการผ่าตัดแพทย์มักอาศัยเนื้อเยื่อของเพดานด้านข้างทั้งสอง เลาะออกจากกระดูกเพดานแล้วเลื่อนเข้ามาหากันตรงกลาง โดยการเลาะเนื้อเยื่อส่วนโพรงจมูก กล้ามเนื้อเพดาน และเยื่อบุเพดาน มาเย็บเข้าหากันเป็นสามชั้น ที่สำคัญที่สุด คือ กล้ามเนื้อของเพดานอ่อนที่แพทย์จะพยายามซ่อมให้ได้กล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ที่สุด ส่วนด้านข้างของเพดานที่แพทย์เลาะเลื่อนเข้ามานั้นจะค่อยๆ งอกเองจนเป็นเพดานเต็มผืนในที่สุด ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
 กรณีปากแหว่ง เพดานโหว่ แพทย์จะทำการผ่าตัดเพดานหลังจากการผ่าตัดริมฝีปากประสบผลสำเร็จและได้ริมฝีปากที่สมบูรณ์แข็งแรงดีแล้วค่ะ โดยทั่วไปมักจะทำหลังการผ่าตัดริมฝีปากประมาณ 6 เดือนขึ้นไป
 ภายหลังผ่าตัดจะต้องดูแลแผลริมฝีปากและเพดานให้ถูกต้อง พ่อแม่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการนี้ด้วย ถ้าดูแลไม่ดีอาจทำให้แผลหายช้า เกิดแผลอักเสบหรือแผลที่เย็บไว้แยกออกจากกันได้ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากในการแก้ไขภายหลัง ที่สำคัญผลการรักษาที่ได้จะไม่สมบูรณ์ รวมทั้งการใช้งานของเพดานหรือริมฝีปากก็อาจไม่ปกติได้
 แพทย์จะให้เด็กงดดูดนมนานประมาณ 1 เดือน จนกว่าแผลจะหายดีและแข็งแรงเพียงพอ ในช่วงนี้ควรเลี่ยงไปใช้ช้อนหรือหลอดหยดน้ำหรือนมแทนไปพลางก่อน
 ส่วนการดูแลแผลผ่าตัดก็ทำไปตามที่แพทย์แนะนำ และควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา รวมถึงการรักษาต่อเนื่องอื่นๆ เช่น การฝึกการใช้ริมฝีปาก เพดาน การดูแลการจัดฟัน การผ่าตัดซ่อมแซมเหงือกหรือแก้ไขจมูกที่ยังไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อให้เด็กเติบโตพร้อมกับสภาพของใบหน้าและโครงสร้างส่วนต่างๆ ที่สมบูรณ์ที่สุด
โรงพยาบาลยันฮี โทร. 0-2879-0300