
นักละคร-ของประชาชน
นักละคร-ของประชาชน : คอลัมน์ หัวใจไทย
“มากไปกว่าความลื่นไหลของการเล่าเรื่อง ละครที่ดีควรมีคุณค่า อธิบายสังคม และเป็นเรื่องของประชาชน” ประเด็นสำคัญของการพูดคุยของ “ครูอุ๋ย” พรรัตน์ ดำรุง ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายในหัวข้อ “ต้นทางละครเพื่อประชาชน” ระหว่างกิจกรรม “ทราบแล้ว...เปลี่ยน เวทีสัมมนาองค์ความรู้ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ที่มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
งานละครชุมชน นับศาสตร์ความเป็นศิลปะ ละครที่ดีไม่จำเป็นต้อง Art (เป็นศิลปะ) สูงส่ง จริงอยู่ที่องค์ความรู้ศิลปะแบบตะวันตกเป็นความรู้หนึ่ง แต่เวลาเดียวกันต้องมองให้ออกถึงความรู้ใกล้ตัว เห็นความเป็นไปในชุมชน อะไรที่เป็นรากเหง้า ต้องอะไรคือความดี ความงาม สิ่งใดคือวิถีปฏิบัติมาช้านาน และละครของเราจะเข้าไปมีส่วนตรงนั้น เป็นการสร้างมูลค่าของงานที่เข้ากับชุมชนได้ โดยที่นั่นคือมูลค่าความงามที่งดงามไม่แพ้นิยามความงามแบบอื่นใด
ยกตัวอย่างละครเยาวชนเรื่อง “พะยูงต้นเดียว” จากกลุ่มเด็กรักป่า จ.สุรินทร์ ซึ่งสะท้อนความเป็นไปของบ้านเกิดหลังพื้นที่ป่าที่คุ้นเคยถูกรุกล้ำจากขบวนการตัดไม้ และทำให้ต้นพะยูงขนาดใหญ่ประจำหมู่บ้าน ที่แฝงด้วยศรัทธา ความเชื่อ ถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา
“แต่มันไม่ใช่การเข้ามาแอบตัดไม้แบบที่เคยได้ยิน เพราะเรื่องนี้ทำเป็นขบวนการ และมีคนในชุมชนได้ประโยชน์จากไม้พะยูงต้นนี้ พวกเขาซื้อคนในชุมชนให้มาร่วมด้วย เริ่มจากทำพิธีอัญเชิญผีตา-ยายที่เฝ้าป่าไป ช่วยดูต้นทาง เจรจากับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จนถึงเอาไม้ต้นนั้นออกไปจากชุมชน” ปอนด์-สุชานันท์ คิดชนะ นักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หนึ่งในกลุ่มเด็กรักป่า เล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ณ ต.สำโรง อ.เมือง จ.มหาสารคาม บ้านเกิด
ส่วน “เอียด" สิทธิพงศ์ สังข์เศรษฐ์ บัณฑิตหนุ่มคนใต้ กลุ่ม “มะนาวหวาน” จ.สงขลา บอกอุดมการณ์ของตัวเองในการทำงานละคร ผ่านหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงหลากมิติจากมุมมองนักปฏิบัติ”ว่า ตลอด 2-3 ปีที่ทำกิจกรรมมา ความตั้งใจที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือการหวังใช้ละครเป็นเครื่องมือเพื่อ “บอกข่าว” ที่เกิดขึ้นในชุมชน
“ผมมองว่าเรื่องใหญ่ที่บ้านผมคือมันกำลังจะไม่เหมือนเดิม มันมีข่าวแทบทุกช่วงว่าจะมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ ทำโรงงานแยกก๊าซ ท่าเรือน้ำลึก และนั่นมันทำให้เราต้องตั้งคำถามไปว่าความไม่เหมือนเดิมแบบนี้เราทำอะไรกับมันได้บ้าง ผมไม่ได้ปฏิเสธความเจริญนะ แต่ระหว่างที่จะทำอยากให้คนในชุมชนเขารู้ด้วย ให้เขาได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ได้ทำประชาคม เลือกจากข้อมูลผลประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) เสียก่อน ไม่ใช่ให้คนไม่กี่คนมาชี้บอกว่าเราต้องรับกับอะไรบ้าง พวกผมนี่แหละหวังจะเป็นกระบอกเสียงหนึ่งที่จะเรียกร้องสิทธิในส่วนนี้”
ระหว่างทางของ “นักละครประชาชน” จึงเต็มไปด้วยสำนึก ความหวัง สาระ และเสียงหัวเราะ
.......................................
(หมายเหตุ นักละคร-ของประชาชน : คอลัมน์ หัวใจไทย)



