
ศาลปค.ไต่สวนเสร็จผู้ตรวจฯร้องระงับ3จี
ศาลปค.กลาง ไต่สวนเสร็จ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้องระงับ 3จี รอไต่สวน กสทช. 13.00 น. พรุ่งนี้ (15 พ.ย.)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 พ.ย. 55 ที่ห้องพิจารณา 6 ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นายสุชาติ ศรีวรกร ตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองกลาง และเจ้าของสำนวนคดีหมายเลขดำ 2865/2555 การประมูล 3 จี นัดไต่สวนผู้ตรวจการแผ่นดิน ในคดีที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้สั่งระงับการให้ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz หรือ 3 จี ที่คณะกรรการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการจัดประมูลขึ้น เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมาไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
โดยวันนี้ นายเฉลิมศักดิ์ เลขาธิการผู้ตรวจแผ่นดิน เป็นผู้แทนจากผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าให้ถ้อยคำต่อศาล ซึ่งศาลใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษในการไต่สวนซักถามเหตุการณ์ยื่นคำร้องต่อศาลจนแล้วเสร็จ
ภายหลังนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการผู้ตรวจแผ่นดิน กล่าวว่า ในวันนี้ศาลได้สอบถามรายละเอียด ซึ่งตนได้ชี้แจงเกี่ยวกับคำฟ้องและคำขอคุ้มครองชั่วคราว ที่ผู้ตรวจฯ ได้ยื่นต่อศาลเรียบร้อยทั้ง 2 ประเด็น ว่า การดำเนินการของ กสทช.ที่จัดประมูลโดยมีเอกชนเพียง 3 รายได้รับการประมูลไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญอย่างไร ซึ่งเราได้เสนอข้อเท็จจริงให้ศาลพิจารณาว่าการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ในประกาศ กสทช.ในการจัดประมูลนั้นไม่เอื้อต่อการแข่งขันการค้าอย่างเสรีเป็นธรรมตามนัยยะ มาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 ที่ต้องให้ดำเนินการโดยให้มีการแข่งขันเสรีเป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ขณะที่มาตรา 45 พ.ร.บ.ว่าด้วย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ว่าการอนุญาตให้ใช้คลื่นต้องดำเนินการด้วยวิธีการประมูล และที่เราเห็นว่าที่ต้องให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวระหว่างการพิจารณาเพราะนอกจากการประมูลไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเสียหลักการไป แล้วจะเกิดความเสียหายต่อสาธารณะ เช่น รายได้สูงสุดที่ควรจะเข้าสู่รัฐ ซึ่งกฎหมายระบุว่าถ้าได้รับใบอนุญาตแล้วก็จะได้คลื่นความถี่ไปเลย ดังนั้นหากเกิดปัญหาว่า จากการประมูลได้รายได้ที่เข้ารัฐนั้นยังต่ำไปหรือไม่ แล้วถ้ามีการให้ใบอนุญาตเอกชนไปแล้วก็จะเกิดเรื่องยุ่งยาก ซึ่งเราจะเรียกรายได้เพิ่มไม่ได้ รวมทั้งยังมีเรื่องของการลงทุนอีกว่าสุดท้ายหากศาลมีคำสั่งว่าการดำเนินการประมูลนั้นไม่ชอบ ก็จะแก้ไขเยียวยายากในภายหลัง
"แม้จะประมูลได้ แต่เมื่อการประมูลนั้นไม่เป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรมที่เป็นหลักการสำคัญ ซึ่งนอกจากจะดำเนินการตาม มาตรา 45 พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯ แล้วจะต้องยึดโยงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ ด้วยที่นัยยะสำคัญคือการแข่งขันแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ความมั่นคง และเศรษฐกิจ ซึ่งท่านไปทำประมูลก็ถูกแล้ว แต่การประมูลของท่านต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์และการแข่งขันที่เสรีเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดตามที่ว่านั้น"
เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวอีกว่า ขณะนี้ศาลยังไม่ได้แจ้งให้ผู้ตรวจการฯ ต้องส่งเอกสารอะไรเพิ่มเติมอีก และยังไม่ได้แจ้งว่าจะมีคำสั่งในวันใด ส่วนในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ย. เวลา 13.30 น.) ที่ศาลนัดไต่สวนฝ่าย กสทช.นั้น ฝ่ายผู้ตรวจการฯ ไม่จำเป็นต้องมาร่วมแต่อย่างใด



