
'แจ๋ว'เฮ!'ทำงานวันหยุด-ป่วย'ได้ค่าจ้าง
กฎคุ้มครองแจ๋วตามบ้าน เริ่มบังคับใช้แล้ว หยุดสัปดาห์ละวัน หยุดตามประเพณีปีละ 13 วัน ได้ค่าจ้าง วันลาป่วย-วันหยุด ชี้นายจ้างไม่ปฏิบัติตาม คุก 6 เดือน ปรับ 1 แสน
13 พ.ย. 55 นายปกรณ์ อมรชีวิน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน (รง.) ได้ออกฎกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2555) ซึ่งออกตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อให้ความคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย ซึ่งทำให้คนรับใช้ตามบ้านที่ไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทรับเหมาทำความสะอาดใดๆ ได้รับการคุ้มครอง โดยกฎกระทรวงนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 55
อธิบดี กสร. กล่าวอีกว่า กฎกระทรวงข้างต้นเริ่มมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวที่เป็นคนรับใช้ตามบ้าน ซึ่งไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทรับเหมาทำความสะอาด จะได้รับความคุ้มครอง 7 ข้อ ได้แก่ 1. ลูกจ้างต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 2. นายจ้างต้องกำหนดวันหยุดตามประเพณีปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน ซึ่งรวมถึงวันแรงงานแห่งชาติด้วย และหากวันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้ลูกจ้างหยุดเป็นวันหยุดชดเชยเพิ่มอีก 1 วัน 3. ลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละไม่เกิน 6 วันทำงาน
4. ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาป่วยตามที่ป่วยจริงได้ และหากลา 3 วันขึ้นไป นายจ้างสามารถขอใบรับรองยืนยันจากลูกจ้างได้ 5. กรณีลูกจ้างเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่เด็กโดยตรง 6. ลูกจ้างที่ทำงานในวันหยุดต้องได้รับเงินค่าทำงานในวันหยุดด้วย และ 7. ลูกจ้างต้องได้รับค่าจ้างในวันที่ลาป่วยโดยไม่เกิน 30 วันทำงาน
"กฎกระทรวงฉบับนี้ทำให้คนรับใช้ตามบ้านที่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทรับเหมาทำความสะอาด ได้รับความคุ้มครองใน 7 ข้อข้างต้น ซึ่งก่อนหน้าออกกฎกระทรวงฉบับนี้ คนรับใช้ตามบ้านไม่ได้รับการคุ้มครองใน 7 ข้อนี้ ทั้งนี้ หากนายจ้างไม่ปฏิบัติจะมีโทษตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น หากนายจ้างไม่กำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์ หรือไม่ให้ค่าจ้างคนรับใช้ในวันที่ลาป่วย จะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้คนรับใช้ที่ทำงานในวันหยุดมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
นายบัณฑิต แป้นวิเศษ หัวหน้าฝ่ายแรงงานหญิง มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับกฎกระทรวงฉบับนี้ ที่มีความคุ้มครองใน 7 ข้อ แต่อยากให้กระทรวงแรงงานผลักดันให้คนรับใช้ตามบ้านได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายคุ้มครองแรงงานโดยตรงจะดีกว่าการมานั่งออกเป็นกฎกระทรวงทีละฉบับ เนื่องจากบางข้อ คนรับใช้ก็ไม่มีอำนาจไปต่อรองกับนายจ้างเองได้ เช่น ลูกจ้างต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ , ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาป่วยตามที่ป่วยจริงได้ นอกจากนี้ ข้อมูลของคนรับใช้ตามบ้านทั้งคนไทยและต่างด้าวก็ไม่มีความชัดเจน ทำให้การคุ้มครองทำได้ไม่ทั่วถึง เพราะเกิดปัญหาขึ้นไม่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคนรับใช้ตามบ้านซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวประมาณ 2 แสนคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เรื่องภาวะการทำงานของประชากร เมื่อเดือนมิถุนายน 2555 พบว่า ปัจจุบันมีแรงงานที่ทำงานบ้านทั้งหมดกว่า 4,420,000 คน
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



