
เตือน!ซื้อเอนไซม์ทางเคเบิลกินถึงตาย
ผู้ป่วยเบาหวานซื้อเอนไซม์ทางเคเบิลมากินถึงตาย หลงเชื่อโฆษณา เลิกกินยาจากโรงพยาบาล ผ่านไป 2 เดือนไตวาย กพย.ชี้ผลิตภัณฑ์โฆษณาเกินจริงหัวหมอเลี่ยงกฎหมายเร่งคุมเข้ม
วันที่ 12 พ.ย.55 ที่โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) กล่าวในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการภาคีเครือข่ายตามแผนปฏิบัติการ จัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ว่า ปัจจุบันมูลค่าการโฆษณายาและอาหารเสริมมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในช่วงปี 2549-2552 พบว่า มีมูลค่าสูงถึง 1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยสูงกว่าปี 2539 ถึง 12 เท่า และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งเคเบิลดาวเทียม วิทยุท้องถิ่นมากกว่า 7,700 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการโฆษณาเกินจริงจำนวนมาก ไม่มีการระบุข้อเสีย และละเมิดกฎหมาย
ผศ.ภญ.นิยดา กล่าวอีกว่า กพย.จึงร่วมกับ อย.ชมรมเภสัชชนบท มีเดียมอนิเตอร์ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังและจัดการปัญหาในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคประชาชนซึ่งต้องมีความรู้เท่าทัน 4 เรื่อง คือ 1.รู้เท่าทันสื่อ 2.รู้เท่าทันกฎหมาย ว่าโฆษณามีความเป็นไปได้หรือไม่ 3.รู้เท่าทันสุขภาพ คือต้องรู้จักดูแลป้องกันตัวเองก่อน อย่าถูกสะกดจิต และ 4.รู้เท่าทันยา เช่น โฆษณาน้ำเอนไซม์ ซึ่งเมื่อรับประทานไปแล้วจริงๆไม่เกิดประโยชน์ใดๆทางการรักษา เพราะเอนไซม์เมื่อเข้าสู่กระเพาะก็จะถูกย่อยสลายกลายเป็นกรดอะมิโนธรรมดาเท่านั้น
ภก.ภาณุ โชติ ทองยัง ประธานชมรมเภสัชชนบท กล่าวว่า การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพมักมีการเปลี่ยนคำในการโฆษณา เพื่อเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย เช่น เปลี่ยนจากการรักษาเป็นการบำบัด เป็นต้น อย่างน้ำเอนไซม์ในทีวีจานดำโฆษณาว่า สามารถบำบัดโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดัน และโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ แต่เมื่อพิจารณาจากส่วนประกอบมีเพียงผงมะละกอ และผงผลไม้อื่นๆ ไม่มีส่วนประกอบใดที่จะช่วยบำบัดโรคได้ตามที่กล่าวอ้าง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับประชาชนหรือชาวบ้านที่ไม่มีความรู้ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม
ภก.ภาณุ โชติ กล่าวด้วยว่า การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริงไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและเศรษฐกิจด้วย โดยพบข้อมูลการเสียชีวิตจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการโฆษณาเกินจริงมากขึ้น บางรายถึงขั้นขายที่ดิน ขายไร่ จนหมดเนื้อหมดตัว เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์บางอย่างมีการผสมยาลดความอ้วน สเตียรอยด์ ก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาเกินจริง ประชาชนควรมีความหนักแน่น ไม่เชื่ออย่างสุดตัว มีเกณฑ์ในการตรวจสอบก่อนเชื่อโฆษณา 4 ข้อ คือ 1.โฆษณาต้องมีเลขที่อนุญาตโฆษณา 2.เนื้อหาโฆษณาต้องตรงกับชนิดของผลิตภัณฑ์ 3.เนื้อหาโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงหรือไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือไม่ และ 4.หากสงสัยว่าโฆษณาเกินจริงหรือไม่ สามารถสอบถามได้ที่ อย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือโรงพยาบาลทุกแห่ง
ด้านนายพนะชัย พงษ์พัมรัตน์ ผู้ใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตจากการหลงเชื่อโฆษณาน้ำเอนไซม์ กล่าวว่า พี่ของตนมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน โดยรักษากับโรงพยาบาลมานานแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร จนได้ดูโฆษณาเอนไซม์จากทีวีจานดำทุกๆวัน บอกว่ารักษามะเร็ง เบาหวาน ความดัน และโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ผล จึงหลงเชื่อโทรศัพท์ไปสั่งซื้อและมีศูนย์จำหน่ายในจ.ลพบุรี ราคาขายกล่องละ 2,500 บาทหนึ่งกล่องมี 50 ซอง จากนั้นพี่ชายเลิกกินยารักษาโรคเบาหวานที่ได้จากโรงพยาบาลกินเฉพาะเอนไซม์ ผ่านไปประมาณ 2 เดือนอาการทรุดหนักและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าไตวาย
“ผลิตภัณฑ์ที่ขายทางเคเบิลถือว่าเป็นราคาที่แพงมากสำหรับชาวบ้านที่มีอาชีพทำไร่ทำนา แต่สำหรับคนที่เจ็บป่วย มีทางไหนที่รักษาได้ก็อยากจะลอง การดำเนินธุรกิจด้วยการโฆษณาเกินจริงแบบนี้ เป็นการหากินกับคนป่วยที่ไม่มีทางเลือก ราคาแพงเท่าไหร่ก็ได้ ขอให้หาย”นายพนะชัยกล่าว
.................................................
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก www.nkp.moph.go.th)



