
เพิ่มประสบการณ์'บัณฑิต'จบ-มีงานทำ!
เปิดวิสัยทัศน์ : ดึง 'รัฐ-เอกชน' สอนเพิ่มประสบการณ์ เสริมโอกาส 'บัณฑิต' จบแล้วมีงานทำ : หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ ... รายงาน
"คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ร่วมกับ ภาครัฐ และเอกชน จัดการเรียนการสอนร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้นักศึกษา เรียนรู้ว่าในการทำงานจริง โดยร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดการเรียนรู้สถาปัตยกรรมสู่การพัฒนาชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการเรียนรู้ (Community Based Learning) เป็นห้องเรียน ส่งนักศึกษาปี 2 ลงพื้นที่ทำงานในชุมชนระยะเวลา 4 เดือน ให้โจทย์ในการทำงานจริง คือ ให้นักศึกษาออกแบบ และวางผังโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่ 3 ชุมชนในเขตจตุจักร ให้ชาวบ้าวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น" ดร.ศุภลักษณ์ ใจเรือง คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าว
นอกจากยังได้ร่วมกับ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดโครงการ "ยุวสถาปนิกบริการชุมชนภาคฤดูร้อน” ให้นักศึกษาปี 2 และปี 3 ออกบริการชุมชน ฝึกประสบการณ์วิชาชีพทางด้านสถาปัตยกรรม ปลูกจิตสำนึกให้แก่นักศึกษา ทำงานรับใช้สังคม ชุมชน ท้องถิ่น ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปีที่แล้วส่งนักศึกษาลงพื้นที่ช่วยออกแบบซ่อมแซมบ้านให้ชุมชน จำนวน 7 ชุมชน ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากชุมชน และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ นักศึกษาสามารถใช้ความรู้ ความสามารถช่วยชุมชนได้ และมีความตั้งใจในการทำงานดี
คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าวต่อว่า ปีนี้ขยายผลจาก 7 ชุมชน เพิ่มเป็น 20 ชุมชน มีโจทย์ให้นักศึกษาการออกแบบ เพื่อการปรับภูมิทัศน์ชุมชน คือ ถูกต้องตาม พ.ร.บ. เน้นความพอเพียง สอดคล้องต่อวัฒนธรรมและวิถีชีวิต และชุมชนมีส่วนร่วม ได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการทำงานเพื่อชุมชน
นอกจากนี้ ยังจัดการเรียนการสอน ร่วมกับภาคเอกชน ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องเย็น ที่ขาดแคลนช่างทักษะฝีมือแรงงาน และเทคนิคเชียล เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเครื่องเย็นไทยที่กำลังขยายตัวสูง ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องเย็น พร้อมสนับสนุนในการจัดคอร์สอบรมระยะสั้นเรียน 2-3 เดือน คือ สอนเรื่องการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ การบำรุงรักษา ผลิตแรงงานเข้าสู่ตลาดได้ทันที ได้เรียนรู้ทั้งด้านการผลิต เครื่องกล แม็คคานิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า ส่วนหลักสูตรระยะยาว ในอนาคตอาจจะทำเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีร่วมกัน
"นโยบายคณะจะบริการความรู้สู่ชุมชน ช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ โดยจัดตั้ง 7 ศูนย์บริการวิชาการสู่ชุมชน หวังสร้างเครือข่ายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างคนในชุมชน มหาวิทยาลัย รวมถึงองค์กรธุรกิจ และประชาชนสามารถมาใช้ประโยชน์ได้ให้มากที่สุด" คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าว
ยกตัวอย่าง เช่น ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีพอเพียง มีหลักสูตรอบรมระยะสั้นเกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวัน ความรู้ด้านการเกษตร ตลอดจนแนวทางการประกอบอาชีพ เช่น สอนทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า สอนทำกระเป๋าเดโคพาจ การเพาะเห็ด มีประชาชนสนใจเข้ารับอบรมมากมาย มีศูนย์นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เปิดคอร์สอบรมด้านการออกแบบ เครื่องประดับทำจากเซรามิกส์ สอนทำดอกไม้ประดิษฐ์จากดิน ฯลฯ
ศูนย์สถาปัตยกรรมเพื่อประชาชน และสภาพแวดล้อม (SCAPE) ให้บริการความรู้ในเรื่องการออกแบบก่อสร้างอาคารบ้านเรือน การตกแต่งภูมิทัศน์ เพื่อช่วยเหลือชุมชน ประชาชน และองค์กรเพื่อทางสังคม มีบริการแจกแบบพิมพ์เขียวฟรี อาทิ กุฏิพระ อาคารอเนกประสงค์ ห้องน้ำสาธารณะ มีทั้งพระและประชาชน สนใจมารับขอแบบกันบางคนนำไปสร้างจริง เร็วๆ นี้มีแจกพิมพ์เขียวบ้านหลังเกษียณ ราคาก่อสร้างไม่เกิน 3 แสนบาท รวมถึงศูนย์บ่มเพาะวิชาชีพ ให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์ด้านวิชาชีพเทคโนโลยี รับบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ ปริ๊นเตอร์ โทรทัศน์ โน้ตบุ๊ก มีทั้งประชาชน ชุมชนใกล้เคียง รวมถึงบุคลากรในมหาวิทยาลัย มาใช้บริการ
ส่วนอีกขาหนึ่ง คือ การผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพป้อนอุตสาหกรรม เนื่องจากปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมมองว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นที่พึ่ง ซึ่งจะมองต่างกับชุมชน ที่ชุมชนมองว่ามหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของชุมชน เพราะฉะนั้นวิธีการที่คณะจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนอุตสาหกรรม คือต้องไปพึ่งพิงองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรม โดยขอความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ในการจัดการเรียนการสอนร่วมกัน เชิญเขามาสอน เพื่อพัฒนานักศึกษาและต่อยอดวิธีคิด เรียนรู้ และพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันในอนาคต
“มั่นใจว่า การจัดการเรียนการสอน ร่วมกับ รัฐ และเอกชน เป็นกระบวนการการเรียนรู้ครั้งสำคัญ สถาบันการศึกษาสามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพป้อนสู่ภาคชุมชน สังคม และภาคอุตสาหกรรม ได้อย่างแท้จริง” ดร.ศุภลักษณ์กล่าว
---------------------
(เปิดวิสัยทัศน์ : ดึง 'รัฐ-เอกชน' สอนเพิ่มประสบการณ์ เสริมโอกาส 'บัณฑิต' จบแล้วมีงานทำ : หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ ... รายงาน)



