
หนังสือที่เธอถือมา : ไอติม (จบ)
หนังสือที่เธอถือมา : ไอติม (จบ) : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม
๑.แม้ชีวิตไม่หวานเหมือนไอติม แต่ไอติมก็เป็นของหวานได้สำหรับทุกชนชั้น
เล่าเรื่องน้องชาย ผู้เลิกทำนาที่ยากลำบากแบบลงทุนแต่ขาดทุน เขาเห็นช่องทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อขายไอติม กระทั่งส่งลูกสาวเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏได้ ถ้ายังทำนาอยู่ ลูกสาวก็อาจไม่ได้เรียนหนังสือ
จากคนขี้อาย พูดน้อย เขาเริ่มรู้จักพูดจากใจของเขากับผู้มาซื้อไอติม ไอติมรถเข็นของหนุ่มบ้านนอกในเมืองหลวง ผ่านหน้าบ้านของคนทุกชนชั้น อาจบ้านคนรวยแบบผู้ดี บ้านคนมีฐานะปานกลาง หรือบ้านของคนพออยู่พอกิน เข้าใจว่าเป็นเพราะนิสัยสุภาพเรียบร้อยของเขา ทำให้ผู้ซื้อไอติมติดใจ บางทีเหมาซื้อเยอะๆ บางทีซื้อไม่มากแต่ให้เงินแบบไม่รับทอน หลายครั้งที่ทำให้เขาลำบากใจ เหมือนมีผู้มาช่วยเหลือแบบสงสารเห็นใจ ซึ่งเขาก็พยายามจะบอกว่าให้ซื้อขายกันตามความเป็นจริงนั่นแหละ
บางคนกรุงเทพฯ มีฐานะ อาจเห็นใจคนอีสานที่ดิ้นรนทำมาหากินข้างถนน เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ โดยมิได้แบ่งชนชั้นรังเกียจเหยียดหยามกันแต่อย่างใด ยิ่งรู้ว่าขายไอติมส่งลูกสาวเรียน หลายคนถึงกับทึ่งและนับถือยิ่งขึ้น คนในกรุงเทพฯ จำนวนมากยังไม่มีจังหวะโอกาสเช่นนั้นเลย อาจเพราะบ้านต้องเช่าข้าวต้องซื้อ แต่ลูกชาวไร่ชาวนาคนหนึ่ง ละวางงานนา สู่วิถีขายไอติมริมถนน กลายเป็นทางออกของเขา รวมทั้งคนบ้านนอกอีกจำนวนไม่น้อยที่เลือกเทียวไปเทียวมาเช่นนี้ อย่างน้อยสิ่งที่คนต่างจังหวัดมีเป็นต้นทุนก็คือ ที่ดิน บ้าน ข้าว ฯลฯ
นี่แหละที่น้องชายผมไม่ตื่นเต้นราคาจำนำข้าว เพราะเขารู้ว่ามันไม่ได้เงินตามยอดของนโยบายรัฐบาลหรอก กระบวนการทำนาลงทุนสูง ทั้งแรงกายแรงใจและแรงเงิน ปุ๋ยแพง รถไถนาแพง รถเกี่ยวข้าวแพง ฝนฟ้าก็เอาแน่นอนไม่ได้ มันไม่ง่ายอย่างที่ใครขายฝัน ถึงขายข้าวหรือจำนำข้าวได้เงินมาจริง หนี้ก็นอนรออยู่แล้ว หักลบกลบหนี้แล้วก็แทบไม่เหลือให้ลืมตาอ้าปาก ที่ว่าจะยกระดับชาวนาคนยากไร้ให้เท่าเทียมคนชั้นกลางนั้น คงเป็นความเพ้อเจ้อเพ้อฝันมากกว่า ล่าสุดได้ข่าวชาวนาแถวทุ่งกุลาชุมนุมประท้วงเรื่องจำนำข้าว เพราะมีปัญหากับโรงสีที่หักค่าโน่นหักค่านี่ เหมือนมีผู้เตะชาวนาเข้าปากพ่อค้ากระนั้น
น้องชายยังบอก แม้ไม่ได้ทำนาแล้ว ชื่อของเขาก็ยังเป็นเกษตรกร ตรงนี้อาจมีชาวนาฐานะดีกว่าขออาศัยชื่อสวมสิทธิ์ เขารู้ว่ามีการทุจริตกันตั้งแต่ระดับล่างขึ้นไปสู่ระดับบน เขาว่า-ถ้าจะหาช่องโกงกินกันละก็ ไม่ทำนายังอาจมีรายได้และสบายกว่าคนทำนาเยอะเลย
๒.ข้าวกับไอติม
เพื่อนข้างบ้านผม อายุเท่ากัน เราเรียนจบประถมศึกษามาด้วยกัน ตอนเด็กเขาเก่งเลขคณิต ผมออกไปทางภาษาไทย นั่นเองกำหนดชะตาชีวิตเราให้แตกต่างกัน เขาอยู่บ้านนอก ทำนา และเปิดร้านขายของชำ บางช่วงยังได้เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผมดูแล้วเขาน่าจะมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนกลายเป็นคนชั้นกลางในหมู่บ้าน แต่เมื่อผมกลับบ้านไปในปีนี้ ร้านชำของเขาปิดกิจการเสียแล้ว ผมตกใจเมื่อได้รู้ ถามเขาว่าไปทำอะไร เขาบอก “ไปขายไอติม”
มีลูกหลายคน แถมยังเริ่มเป็นปู่ของหลานอีก ทำนาก็ยาก ขายของชำก็ยาก มันอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ช่องทางขายไอติมยังเปิดรอ เป็นงานอิสระที่ให้ย้อนกลับมาทำนาก็ได้ พออยู่พอกินกันไป ที่จะได้ข้าวมากมายจนเหลือไปจำนำเพื่อแย่งราคาสูงๆ ตามนโยบายนั้น เขาหัวเราะขื่นๆ ให้ได้ยินด้วยซ้ำ
ทั้งน้องชายและเพื่อนชาวนาเล่าอะไรให้ฟังมากมาย ผมนั่งฟังแล้วอึ้ง คนไกลบ้านอย่างผมรู้น้อยเหลือเกินกับสิ่งที่พวกเขารู้ ก็เพิ่งรู้จัก “ใบประทวน” ก็จากคนที่ทำนาขายข้าวใช้หนี้มาตลอดชีวิตนี่แหละ
๓.“เป็นหนี้ทุกปี ปีต่อปี ไปขายไอติมยังพอลืมตาอ้าปาก พอเก็บเป็นค่าเล่าเรียนลูกหลาน”
เขาว่าให้ฟัง-รู้สึกวังเวงใจอย่างไรชอบกล พูดอะไรไม่ค่อยออก ถ้าวิถีชีวิตผมไม่ฉีกมาแบบที่เป็นอยู่นี้ จะยังทำนาขายข้าวใช้หนี้อยู่อย่างไร จะเทียวเข้ากรุงเทพฯ ไปขายไอติมหาเงินเลี้ยงลูกเมียอย่างไร
ข้าวไม่หวานนักหรอกสำหรับชาวนาไทย หลายคนเจอภัยแล้งที่บ้านนอก ยังพอหาทางออกด้วยไอติมที่เมืองหลวง แต่ชาวนาที่เขาไม่มีทางออกเล่า
------------------------------------
(หนังสือที่เธอถือมา : ไอติม (จบ) : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)



