ไลฟ์สไตล์

ช่างไทยกับภาษาอังกฤษ

ช่างไทยกับภาษาอังกฤษ

11 พ.ย. 2555

ช่างไทยกับภาษาอังกฤษ : คอลัมน์ มอเตอร์เวิลด์

          ช่วงเวลานี้ข่าวสารที่พูดถึงกันบ่อยก็คือ การอ่อนภาษาอังกฤษ ของคนไทยโดยยกเอาเรื่องของการรวมกลุ่มประเทศอาเซียนให้เป็นชาวประชาอาเซียน ดูเหมือนว่าเรามองว่าเพื่อนบ้านรอบๆ บ้านเรานั้น เก่งภาษาอังกฤษกว่าเราจนทำให้หน่วยงานหลายๆ หน่วยงาน ออกมาเต้นจนกลายเป็นว่าเราจะทำมาค้าขายไม่ทันเพื่อนบ้านเพราะเราด้อยภาษาสากลมากกว่าเขา
 
          บางคนพูดถึงว่าการอ่อนด้อยภาษาอังกฤษนั้นเป็นปมด้อยของคนไทยไปแล้วและถ้าพูดถ้าย้ำกันบ่อยๆ มันก็จะกลายเป็นปมด้อยกันขึ้นมาจริงๆ ผมเองมีความเห็นที่ขัดแย้งกับคนพูดเรื่องความอ่อนด้อยโดยที่ไม่ไปค้นต้นสายปลายเหตุกันว่าเกิดจากอะไร ผมเองเรื่องภาษาอังกฤษก็ทำได้เพียงได้งูมาบ้างได้ปลามาบ้าง
 
          นึกย้อนไปถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยเอากันตั้งแต่กรุงสุโขทัยเราแต่งสำเภาออกไปค้าขายกับคนจีนก็นึกไม่ออกว่าครั้งกระนั้นมีคนไทยสักกี่คนที่พูดอ่านเขียนภาษาจีนได้ ล่วงมาจนถึงกรุงศรีอยุธยาเราค้าขายกับคนหลากหลายชาติคนไทยก็พูดกันแต่ภาษาไทยก็เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้  หรือเอากันไม่ใกล้ไม่ไกลเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้คนไทยข้ามน้ำข้ามทะเลไปหากินในตะวันออกกลางขนเงินขนทองกลับบ้านปีละไม่รู้เท่าไรก็ใช้ภาษาไทยกันเป็นหลัก ที่พูดมานี้ไม่ได้เห็นว่าการเรียนรู้ภาษาที่สองที่สามเป็นเรื่องไม่สำคัญไม่ต้องไปสนใจใยดี ในครั้งตะวันออกกลางเป็นขุมทองของแรงงานไทยผมมีโอกาสไปอยู่นั่นมีผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งไทย อินเดีย ปากีสถาน เยเมน ซูดาน อียิปต์ ปาเลสไตน์ ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ซูดาน และ ซาอุดีอาระเบีย ภาษาที่ต้องใช้ก็คือภาษาของงาน ภาษาของความชำนาญ ทุกคนพูดกันคนละภาษาแต่รู้เรื่องและเข้าใจกันได้ก็ด้วยเนื้องานที่ทุกคนมีอยู่ ใช่ผมกำลังจะบอกว่า ถ้างานเก่ง เช่นถ้าเป็นช่างก็ต้องรู้เรื่องงานที่เราต้องทำให้ดีที่สุด มากที่สุดผลลัพธ์ที่ออกมาจะบอกเองว่าใครเป็นอะไรอย่างไร โดยการสื่อสารด้วยภาษาเป็นเรื่องรองๆ ลงไปที่แทบจะไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้ทำงานได้หรือไม่ได้
 
          จากการที่ผมเคยมีประสบการณ์กับคนหลายชาติที่พูดได้ว่าอ่อนด้อยภาษาอังกฤษกันทั้งนั้นมากกว่าสิบปี ผมยังเชื่อมั่นอยู่ว่าคนไทยมี พื้นฐานทางภาษาอังกฤษ ดีกว่าหลายๆ ชาติ แม้รวมทั้งรอบๆ บ้านเรา เพราะเราเรียน (หรือถูกยัดเยียดให้รู้) กันตั้งแต่ชั้นประถมจนจบมหาวิทยาลัย แต่ที่เราพูดไม่เป็นเขียนไม่ได้ ทั้งๆ ที่เรียนมากไม่ใช่เพราะเราโง่กว่าเขาแต่เราเรียนมาแล้วไม่รู้จะเอาไปใช้กับใคร
 
          เรามีภาษาของเราเองทั้งพูดเขียนอ่าน แต่เรียนภาษาที่สองแล้วไม่ได้ใช้จะว่าเรียนมาแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ใช่เหมือนกับคนงานที่ไปซาอุฯ ครั้งกระโน้น มีพื้นฐานจากภาษาอังกฤษอยู่บ้างแล้วแม้จะระดับประถมหรือมัธยมต้น เมื่อเวลามาถึงภาษาที่เรียนมาแล้วหลบอยู่ในก้นบึ้งของสมองนั้นมันก็จะถูกนำมาใช้สื่อสารจนรู้เรื่อง
 
          ความสำคัญอยู่ที่ว่า อาชีพการงาน ของแต่ละคนนั้นรู้มากรู้จริงมากน้อยแค่ไหน อย่างเป็น ช่างซ่อมรถ รู้เรื่องรถมากน้อยแค่ไหน รู้ลึกรู้ซึ้งจนแก้ปัญหาหรือวิเคราะห์ปัญหาได้มากน้อยเท่าไร เรื่องนี้ผมว่าสำคัญมากกว่าการเรียนรู้ภาษาที่สองที่สาม
 
          สมมุติกันเล่นๆ ว่าเพื่อนบ้านชาวมาเลเซีย ขับรถมาเที่ยวกรุงเทพฯ ถึงวันที่จะกลับบ้านรถเสีย นำรถเข้าศูนย์บริการที่พูดภาษาอังกฤษได้เป็นต่อยหอยซ่อมเสร็จแล้วจ่ายเงินแล้วขับรถกลับบ้านรถไปเสียที่ประจวบฯ ลากรถเข้าอู่ข้างถนนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่แก้ไขซ่อมรถจนเขาขับกลับถึงมาเลเซีย คุณว่าช่างที่ศูนย์บริการมาตรฐานหรืออู่ข้างถนนจะเป็นคนที่ชาวมาเลเซียคนนั้นให้การยอมรับ
 
          เรียนไปเถอะครับ รู้ไปเถอะครับภาษาอังกฤษถ้าทำได้ แต่อย่าละเลยความรู้ความเข้าใจเรื่องของวิชาอาชีพที่เราต้องใช้หากินอยู่และเชื่อเถอะคนไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าใครบนโลกใบนี้ไม่ว่าจะด้วยภาษาอะไร
.......................................
(หมายเหตุ ช่างไทยกับภาษาอังกฤษ : คอลัมน์ มอเตอร์เวิลด์)