ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระ10พฤศจิกายน2555

คมเลนส์ส่องพระ10พฤศจิกายน2555

10 พ.ย. 2555

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 : แล่ม จันท์พิศาโล

               ••• คมเลนส์ส่องพระ วันนี้เป็นการเขียนล่วงหน้าก่อนเดินทางไปสักการะ สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง ที่ประเทศอินเดีย-เนปาล จึงขอเริ่มภาพพระเครื่องที่ได้รับมาจากเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย เริ่มจาก พระกรุ  จากคอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง ที่ลงเรื่องราวของ อู๊ด สุราษฎร์ เมื่อวันอาทิตย์ก่อน คือ พระนางกำแพงพิมพ์กลีบบัว กรุวัดพิกุล จ.กำแพงเพชร อันเป็นพระเครื่องที่สร้างในสมัยเดียวกับพระกำแพงซุ้มกอ พระกำแพงเม็ดขนุน ฯลฯ ด้วยมวลสารเนื้อเดียวกันทุกอย่าง เอกลักษณ์ของพระกรุเมืองกำแพง คือ เป็นพระเนื้อดินผสมว่าน มีความละเอียดนุ่ม และมี ราดำ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นการเสริมเสน่ห์ให้ชวนมองมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นจุดในการพิจารณา พระแท้ พระปลอม ได้อีกด้วย เพราะ ราดำ ของแท้จะไม่เป็นสีดำกระด้างเหมือนของปลอมซึ่งใช้สีดำแต้มเอา พระนางกำแพง มีหลายลักษณะพิมพ์ แต่คงเอกลักษณ์ขององค์พระตรงพระเศียรจะนูนโตเป็นพิเศษทุกพิมพ์ ต่างกันที่สัณฐาน อย่างเช่น พิมพ์กลีบบัว จะมีลักษณะเหมือนกับกลีบบัว ซึ่งมีหลายลักษณะแตกต่างกันไป  เข้าใจว่าพระพิมพ์นี้มีแม่พิมพ์เฉพาะองค์พระ ส่วนขอบพระเป็นการใช้ฝีมือตกแต่งให้มีสัณฐานทรงต่างๆ ดังจะเห็นได้จาก พระนางกลีบบัว ๒ องค์นี้ ซึ่งมีขอบไม่เหมือนกันแต่คล้ายกัน และที่น่าประทับใจ คือ พุทธศิลป์อันอ่อนช้อยงามตา สื่อได้ถึงศิลปะฝีมือของสกุลช่างยุคสมัยสุโขทัย-กำแพงเพชร ที่งดงามมากกว่ายุคสมัยอื่นใด พระองค์นี้เป็นพระเก็บเก่าจากรังใหญ่ สภาพสวยสมบูรณ์มาก มีหน้าตาไรๆ ผิวเดิมๆ จากกรุ มีคราบดิน และรารักบางๆ ปกคลุมทั่วทั้งองค์พระ เป็นพระที่ไม่ได้ผ่านการสัมผัสใดๆ มาก่อนเลย...ในยุคที่ พระกรุ ได้รับความสนใจน้อยลงเช่นทุกวันนี้ นับเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่รักในงานพุทธศิลป์อันเก่าแก่ จะได้เก็บสะสมพระกรุพระเก่าเอาไว้เชยชม ในราคาที่ไม่แพงมากนัก เป็นโบราณวัตถุที่นับวันจะหายากขึ้น แต่คุณค่าและราคาในอนาคตรับรองว่าสูงค่าขึ้นอย่างแน่นอน

               •• พระเครื่องของ “ท่านโอ” ธนายุต ศิวายพราหมณ์ ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี วันนี้ขอนำพระบ้านเกิดตัวเองมาให้ชมเป็นวิทยาทาน คือ พระยอดขุนพล กรุวัดสน สมัยศรีวิชัย กรุกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี พิมพ์ทรงไม่เหมือนกับ พระยอดขุนพล เมืองอื่นๆ ที่มี ซุ้มเรือนแก้ว อันงดงามอลังการ แต่ถ้าพูดถึงอายุความเก่าแล้วล่ะก็ต้องยกให้ พระยอดขุนพล กรุวัดสน สมัยศรีวิชัย องค์นี้ อันเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่บ่งบอกว่า เมืองสุราษฎร์เป็นส่วนหนึ่งของ อาณาจักรศรีวิชัย ที่โดดเด่นเห็นชัด คือ เจดีย์พระบรมธาตุไชยา ในฐานะเป็นชาวสุราษฎร์โดยกำเนิด “ท่านโอ” จึงต้องเก็บรักษา พระยอดขุนพล องค์นี้ให้อยู่คู่กับลูกหลานชาวสุราษฎร์ไปชั่วนิจนิรันดร์

               •• พระพุทธชินราช พิมพ์ห้าเหลี่ยม หลัง มค ๑ เป็นพระเครื่องที่ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) วัดสุทัศนฯ เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๔๙๔ จำนวนสร้าง ๕,๐๐๐ องค์ โดยกรรมวิธีเททองหล่อแบบโบราณ ด้านหน้าเป็นรูป พระพุทธชินราช ด้านหลังเรียบ มีทั้งแบบตอกโค้ด “มค๑” และแบบไม่ตอกโค้ด สำหรับตัว “มค” หมายถึงสมณศักดิ์ของท่านในขณะนั้น คือ “พระมงคลราชมุนี” ส่วนเลข “๑” หมายถึง สมณศักดิ์นี้ได้มีการแต่งตั้งเป็นครั้งแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นพระเนื้อทองผสม กระแสวรรณะออกเหลืองอมเขียว และเหลืองอมน้ำตาล ด้านหลังองค์พระจะต้องมี รอยตะไบแต่ง ทุกองค์ ประกอบพิธีพุทธาภิเษกโดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้น อาทิ หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ, หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง, หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ ฯลฯ จึงมีพุทธคุณครอบจักรวาล โดยเฉพาะด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ มีมากเป็นพิเศษ...ทุกวันนี้ พระกริ่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ก็ดี พระกริ่งท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) ก็ดี ล้วนมีราคาเช่าหาเป็นเงินหมื่นเงินแสนขึ้นไป ผู้ที่เพิ่งหันมาสะสมพระเครื่อง หรือผู้ที่มีปัจจัยไม่มากนัก น่าจะมองมาที่ พระพุทธชินราช หลัง มค๑ รุ่นนี้ เพราะเป็นพระสายวัดสุทัศนฯ ที่สามารถใช้แทนพระกริ่งหรือพระชัยวัฒน์ของวัดสุทัศนฯ ได้อย่างสนิทใจ อีกทั้งราคาก็ยังไม่สูงมากนัก พอที่จะเช่าหาได้โดยทั่วไป องค์นี้เป็นพระของ ฐกร บึงสว่าง ผู้บริหาร บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง ผู้มีมุมมองในการสะสมพระอย่างกว้างไกล โดยเฉพาะเป็นพระที่มีอนาคตสดใสเป็นหลักในการพิจารณา

               •• กำลังมาแรงสุดๆ เหรียญพระอาจารย์นำ ชินวโร (แก้วจันทร์) วัดดอนศาลา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง รุ่นแรก ปี ๒๕๑๙ เป็นเหรียญแรกที่มีการนำเนื้อโลหะบ้านเชียงอายุนับพันปี มาหล่อหลอมเป็นมวลสารหลัก ทำให้เนื้อเหรียญส่วนใหญ่มีรอยกระดำกระด่าง ไม่เหมือนกับเหรียญเนื้อทองแดงทั่วไป ทุกวันนี้มีการแยกพิมพ์ต่างๆ เช่น พิมพ์ลาแตก ตรงคำว่า “วัดดอนศาลา”, พิมพ์จีวรจุด หลังผด ถือว่าเป็นเหรียญที่มีประสบการณ์ และพิมพ์ทั่วไป สำหรับเหรียญในภาพนี้เป็น เนื้อพิเศษ  ซึ่งยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่จากการพิจารณาจุดสำคัญต่างๆ ของเหรียญต้องยอมรับ แท้แน่นอน เป็นเหรียญพิมพ์ทั่วไป คือ พิมพ์ลาไม่แตก, ไม่มีจุดที่จีวร หลังไม่มีผด ดูจากเนื้อเหรียญซึ่งมีรอยด่างๆ แล้วเหมือนกับเนื้อตะกั่ว จึงเป็นไปได้ว่าเป็นเหรียญที่ปั๊มครั้งแรกๆ หลังจากปั๊มเนื้อตะกั่วลองพิมพ์มาแล้ว ทำให้คราบของเนื้อตะกั่วที่ติดอยู่ในแม่พิมพ์เมื่อปั๊มเหรียญเนื้อโลหะบ้านเชียงแล้วจะมีคราบเนื้อตะกั่วติดบนผิวเหรียญนี้ด้วย เหรียญที่ปั๊มในครั้งแรกๆ เนื้อโลหะบ้านเชียงยังไม่เข้มข้นมาก คือ มีส่วนผสมของทองแดงอยู่ด้วย ทำให้เหรียญที่เห็นนี้มีเนื้อโลหะบ้านเชียงน้อย จึงไม่กระดำกระด่างเหมือนเหรียญเนื้อแก่โลหะบ้านเชียงที่พบเห็นทั่วไป ด้วยความแปลกตาไม่เหมือนเหรียญอื่นใด ทำให้ หมอ ท่าแซะ กล้าซื้อเหรียญนี้ในราคาหลักแสน เพราะอาจจะเป็นหนึ่งเดียวของวงการก็ได้

               •• ข่าวกุศล...เหรียญหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด รุ่น “มนต์จินดามณี” (๒๕๔๗-๒๕๕๓) จัดสร้างขึ้นเพื่อนำรายได้สมทบทุนพัฒนาสถานีอนามัยจังหวัดสมุทรสงคราม และกองทุนดูแลหอพระพุทธรูปประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ลักษณะ เป็นเหรียญรูปเสมาคว่ำ ขนาดองค์กว้าง ๒.๓ ซม. สูง ๓.๐ ซม. ด้านหน้าเป็นรูปนิมิต หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ประทับนั่งสมาธิราบบนฐานดอกบัว ๒ ชั้น ด้านข้างเป็นรูปเศียรพญานาคซ้อนกัน ๒ เศียรเหลื่อมกันอยู่ ถัดลงมาเป็นลำตัวพญานาคซ้อนกันอยู่เช่นกัน รอบเหรียญและบนลำตัวเป็นเกล็ดพญานาคอย่างประณีต ด้านล่างสุดของเหรียญเป็นลายดอกกระจัง ส่วนบนสุดเป็นรูปเสาแปดเหลี่ยม ส่วนหัวเสาทั้งสองข้างเป็นรูปดอกบัวปลายเสา ด้านหลังเป็น ยันต์มหาจินดามณี ล้อมด้วยพระคาถา หลวงพ่อทวด “นะโมโพธิสัตโตอาคันติมายะอิติภควา” และหัวใจอภิธรรม “สังวิชาปุกะยะปะ”...จำนวนการสร้าง ๑,๔๙๙ เหรียญ แยกเป็นเนื้อทองคำ ๕ เหรียญ, เนื้อเงิน ๑๘๕ เหรียญ, เนื้อนวโลหะ ๕๑๐ เหรียญ และเนื้อทองแดงผสมชนวน ๖๙๙ เหรียญ ผ่านพิธีชัยมังคลาภิเษก, พิธีปลุกเสกและอธิษฐานจิตเดี่ยวหลายครั้งด้วยกัน ติดต่อบูชาเพียงแห่งเดียวที่ สุธันย์ สุนทรเสวี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม โทร.๐-๓๔๗๑-๗๖๓๑, ๐๘-๑๙๘๑-๒๐๙๗

               •• วัดสุบรรณนิมิตร เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งของ จ.ชุมพร มีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยเริ่มจาก พระยาวิชิตภักดีศรีสงคราม (มี) เจ้าเมืองไชยา บิดาของ เจ้าพระยายมราช (ครุฑ บ่วงราบ) ได้บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัดมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๓๕ เดิมชื่อวัด “ท่าตะเภาใต้” หรือ “วัดใต้” มีเนื้อที่ ๒๘ ไร่ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๓๖๙ เจ้าพระยายมราช (ครุฑ บ่วงราบ) เสนาบดีกรมเวียง (พระยาเพชรกำแหงสงคราม หรือพระยาเพชร) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองชุมพร จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดสุบรรณนิมิตร” (ครุฑ หมายความว่า สุบรรณ แปลว่า ขนวิเศษ นิมิต แปลว่า ฝัน “วัดสุบรรณนิมิตร” หมายความว่า ตามความฝันของเจ้าพระยายมราช (ครุฑ บ่วงราบ) ...วัดสุบรรณนิมิตร นับตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๓๕ ถึงปัจจุบันนี้ มีอายุ ๒๒๐ ปี ทางวัดไม่เคยจัดสร้างพระรูปเหมือน “เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ” มาก่อน ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรก และเป็นรุ่นแรกของวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สบทบทุนรื้อถอนกุฏิและหอสมุดหลังเก่าของทางวัด ซึ่งชำรุดทรุดโทรมผุพังไปตามกาลเวลา สุดที่จะบูรณะซ่อมแซมให้กลับคืนมาใหม่ได้ พร้อมกับก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์หลังใหม่ขึ้นมาทดแทนบนเนื้อที่เดิม...ประกอบพิธีพุทธาภิเษก-มังคลาภิเษก ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๗.๐๐ น. โดยนิมนต์พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคใต้ ๕ รูป ได้แก่ พ่อท่านเอื้อม วัดบางเนียน, หลวงพ่อตุด วัดธรรมถาวร, หลวงพ่อช่วย วัดปากคลอง, หลวงพ่อโปร่ง วัดพรุตะเคียน และหลวงพ่อบุญมา วัดถ้ำโพงพาง... พระรูปเหมือนแบบบูชาฯ ที่จัดสร้างครั้งนี้ ความสูง ๑๒ นิ้ว ฐาน ๑๒ ราศี มี ๒ แบบ คือ แบบรมดำ และแบบปัดขาว จำนวนสร้างประมาณ ๑,๕๕๕ รูป ทุกรูปตอกโค้ดเป็นรูป “เรือรบ” และหมายเลขกำกับ ติดต่อได้ที่ กุฏิหลวงไข่ วัดสุบรรณนิมิตร อ.เมือง  จ.ชุมพร โทร.๐๘-๖๕๙๕-๒๖๒๑, ๐๘-๙๗๒๕-๔๖๒๑ •• ขอขอบพระคุณ ทุกท่าน ที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาโดยตลอด พร้อมทั้งคำแนะนำอันมีค่า และกำลังใจอันอบอุ่น...นะมัสเต •••