
หนุนอื้อ!ผีตาโขนเต้นกังนัมสไตล์
คลิปผีตาโขนเต้นกังนัมสไตล์ยอดคนดูพุ่ง นายกเล็กยันไม่ถอดออกแน่ ด้านผู้ว่าฯหนุนทำให้ประเพณีผีตาโขนโด่งดังไปทั่วโลก ขณะที่ สนธยา เตือนควรส่งเสริมแก่นความเป็นมากว่า 400 ปีมากกว่าเน้นประชาสัมพันธ์
9พ.ย.2555 จากกรณีนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย ทำคลิปวีดีโอด้วยการให้คนใส่ชุดผีตาโขนเต้นท่ากังนัมสไตล์และโพสต์ลงในเว็บไซต์ยูทูปเพื่อหวังโปรโมทการท่องเที่ยว และได้แพร่เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา จนมีชาวด่านซ้ายเข้าไปชมและหลายคนไม่พอใจได้ออกมาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบคลิปวีดีโอดังกล่าว พบว่าจากเดิมเมื่อวันที่ 8 พ.ย.มียอดคนเข้าชมประมาณ 1,000 ครั้งแต่ปรากฎว่าหลังเป็นข่าวมียอดคนเข้าชมแล้วกว่า 20,000 ครั้ง พร้อมกับมีการแสดงความคิดเห็นต่อท้ายคลิปดังกล่าวว่าดีแล้วและเหมาะสมเพื่อจะได้ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเพณีผีตาโขนให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
นายสนธิ์ วัฒนาพันธุ์ อายุ 60 ปีเลขที่ 19/105 หมู่ 23 แขวงบางระมาด ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ข้าราชการบำนาญ หนึ่งในจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยว ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย เปิดเผยว่า การที่นำเอาผีตาโขนมาเต้นกังนัมสไตล์นั้น เป็นเพียงการโปรโมทประเพณีหรือการเต้นผีตาโขนของท้องถิ่นให้ไปสู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้นตามกระแส และเพื่อการประชาสัมพันธ์ อ.ด่านซ้ายเท่านั้น ไม่ได้ปฏิบัติเป็นประเพณีว่าผีตาโขนจะต้องเต้นท่ากังนัมไสตล์ตลอดไป เมื่อกระแสนี้จางหายไป ความเป็นดั้งเดิมก็คงอยู่ต่อไป ตนเห็นว่าปกติก็มีการเต้นประจำในงานต่างๆทั้งเต้นตามเพลงท้องถิ่น ทำนองกลอง ฉิ่ง ฉาบ ท่วงที ทำนองโบราณ ก็ทำอยู่ ตามเพลงที่ทันสมัยกันอยู่แล้วมิใช่จะมีเฉพาะท่าเต้นแบบเดิม ๆ
"การเต้นแบบนี้คิดว่าไม่ได้ทำลายและไม่มีอะไรเสียหายกับประเพณีดั้งเดิม ก็เห็นว่าเต้นแบบใหม่น่ารัก สวยงาม คึกคักมากขึ้นดี เมื่อนักท่องเที่ยวมาเที่ยวก็มีสิ่งที่รักษาไว้เหมือนเดิมให้เห็นรวมถึงในวันงานผีตาโขนก็มีให้พบได้เห็นพร้อมเช่นเดิม เช่นเดียวกันกับดนตรีไทย ดนตรีไทยเดิม ที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยแต่ก็ยังคงรักษาของเดิมไว้ได้ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์และเป้าหมายของโครงการประชาสัมพันธ์เท่านั้น"นายสนธิ์ กล่าว
ด้านนายสันติภาพ เชื้อบุญมี นายกเทศมนตรีตำบลด่านซ้าย จ.เลย เปิดเผยว่า ทางเทศบาลตำบลด่านซ้าย ได้จัดทำเอ็มวี "ผีตาโขน เต้นกังนัมสไตล์" ลงในยูทูป โดยถ่ายทำภายในวัดโพนชัยและพิพิธภัณฑ์ผี และถนนในตลาดเทศบาลตำบลด่านซ้าย และยืนยันว่าแม้จะมีกระแสการคัดค้านบ้างก็จะไม่มีการถอดออกจากรายการที่ทำไว้เพราะการจัดทำก็ทำในเขตเมืองด่านซ้าย มีประชาชนมีองค์กรรู้เห็นทำแบบเปิดเผยและประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีใครมาต้านมาประท้วงหรือมาร้องเรียนอะไร ประชาชนเหล่านั่นเข้าใจและต่างพอใจด้วยที่จะช่วยโปรโมทเมืองด่านซ้ายโปรโมทผีตาโขน
"ยืนยันว่าจะไม่ถอดออกจากยูทูปแน่นอน เพราะขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดมาร้องเรียนอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เท่าที่ทราบในพื้นที่ก็มีเพียงคนๆ เดียวที่ชอบไปยุยงชาวบ้านให้มาต้าน ทั้งนี้ เทศบาลตำบลด่านซ้าย และผมเองไม่ผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหายเสื่อมเสียต่อวัฒนธรรมประเพณี เพียงเราอิงกระแสเท่านั้น หน้ากากผี ชุดที่เต้นก็สวยงามทั้งนั้น ไม่ได้เต้นน่าเกลียดน่ากลัวหรือลามกอนาจารแต่อย่างใด ส่วนการที่มีผู้นำภาพไปสร้างไปตัดต่อเพิ่มเติมในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรไม่เหมาะสม เช่น นำภาพผีตาโขนไปเต้นไปตั้งอยู่ใกล้กับห้องน้ำ ถ้ามีภาพอย่างนี้ ผมขอชี้แจงว่าไม่รู้ไม่เห็นด้วย"นายสันติภาพ กล่าว
ขณะที่นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับการทำคลิปดังกล่าวเพราะว่า เมื่อมองสองมุม คือการเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติทราบ สนับสนุนและเสริมสร้างการท่องเที่ยว เป็นการเต้นที่ดูสดใสร่าเริงสนุกสนาน ไม่ผิดและไม่เสียหาย และอีกมุมหนึ่งคือขณะเดียวกันนี้ก็มีผู้เฒ่าผู้สูงอายุบางรายคิดว่าผิดประเพณี ไม่สบายใจ ซึ่งตนคิดว่า ไม่เป็นการลบหลู่อะไร ก็จะได้ทำเข้าใจ กันต่อไป ณ ขณะนี้ยังไม่มีผู้มาร้องเรียนแต่อย่างใด ดังนั้น จึงไม่มีการถอดออกจากรายการดังกล่าว
"ทางแก้นั้นต้องให้ผู้ที่ไม่สบายใจว่าตรงไหนเรื่องอะไร มีข้อเสนแนะอะไรบ้างก็จะให้มาคุยกันมาสร้างความเข้าใจกัน ขึ้น ไม่มีปัญหาอะไรสามารถคุยกันได้ และงานผีตาโขน จัดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น มีเพียงแห่งเดียวของภาคอีสาน ส่วนกำหนดการจัดงานครั้งต่อไปกำหนดแล้วคือระหว่างวันที่ 10-12 ก.ค. 2556" ผู้ว่าฯเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า จากการมีข่าวนี้ขึ้นมาได้มีนักท่องเที่ยวในประเทศ ส่งข้อความมายังเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก ที่ จ.เลย ต่างให้ความเห็นไปในทางเห็นด้วย เช่น ทุกอย่างที่แสดงออกนั้น ดีมากๆ วิว ทะเลหมอก ผีตาโขน ตลาดแบบไทยๆของเมืองด่านซ้าย ทุกอย่างบอกความเป็น ไทย บอกความเป็นอีสานแทบทั้งสิ้น
ขณะที่ที่เรือนจำกลางเพชรบุรี ผู้ต้องขังชายและหญิงกว่า 300 คน รวมตัวกันเต้นกังนัมสไตล์ เพื่อผ่อนคลายความเครียดของผู้ต้องขังเด็ดขาดจากทุกแดน ขณะที่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ และน.ส.วิลสา จันทรบัญชร ผู้ต้องหาคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงผู้ต้องขังบางส่วนปฏิเสธร่วมกิจกรรม
นายสุรสิทธิ์ จิตรชอบใจ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี กล่าวว่า ปกติที่เรือนจำกลางเพชรบุรีจะมีกิจกรรมให้ผู้ต้องขังออกกำลังกายกันทุกเช้า การเต้นกังนัมสไตล์ฝึกซ้อมเพียง 2 สัปดาห์
"สนธยา"เตือนควรเน้นแก่นมากกว่าประชาสัมพันธ์
ที่กระทรวงวัฒนธรรม ปิ่นเกล้าฯ นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินทางมาพร้อมกับนางสุกุมล คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม และทีมงาน เข้าทำงานที่วธ.เป็นวันแรก ถือฤกษ์สักการะพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในห้องทำงานชั้น 23 และหน้าที่ทำการวธ. จากนั้นได้มอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารและข้าราชการวธ. โดยนายสนธยา กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกของการเมืองไทยก็ว่าได้ ที่มีการมอบงานแบบนับต่อจากนางสุกุมล คุณปลื้ม อดีตรมว.วัฒนธรรม ที่เป็นภรรยาของตน
โดยที่ไม่ต้องมานับหนึ่งกันใหม่ เมื่อตนได้มาทำงานวันแรก ก็ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับละครเรื่องแรงเงา และเมื่อสักครู่นี้ก็ถูกถามในเรื่องของ ผีตาโขนกังนัมสไตล์ ซึ่งตนได้รับทราบเรื่องนี้จากทางท้องถิ่นว่า เป็นการประชาสัมพันธ์งานผีตาโขนเขาอาจจะคิดได้หลายรูปแบบ แต่สิ่งที่สำคัญคือรากของวัฒนธรรม การประชาสัมพันธ์ที่นำเรื่องได้รับความนิยมมาเป็นกระแสก็ว่ากันไป โดยต้องยึดหลักคำนึงถึงรากของวัฒนธรรมที่มีการสืบสานมานานกว่า 400 ปี รุ่นต่อรุ่น
นายสนธยา กล่าวต่อไปว่า ตนได้เคยไปเปิดงานผีตาโขนสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เขาจะมีให้เราเรียนรู้ว่า การแต่งกายคืออะไร หน้ากากทำอย่างไร ทำไมถึงเอาหวดมาทำหัวผีตาโขน รวมถึงการขยับท่าทางการเต้นต่างๆจะมีความสนุกสนานและหลากหลาย พอมีกระแสกังนัมสไตล์ก็เลยนำเข้ามาเป็นท่าเต้นด้วย จึงถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ตนเห็นว่า ควรที่จะมีการปรับและดูเนื้อหารากเหง้าทางวัฒนธรรมจะดีกว่า เป็นเรื่องที่ตนได้รับมาสดๆร้อนๆ
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ารัฐบาลเกาหลีใต้สามารถส่งออกวัฒนธรรมได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร การท่องเที่ยวจากละครแดจังกึม หรือแม้แต่กังนัมสไตล์ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่วธ.ก็จะต้องเฝ้าดูสิ่งเหล่านี้ด้วย รวมทั้งได้มอบนโยบายเกี่ยวกับ การสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนของไทยไม่ให้ลืมรากเหง้า การเผยแพร่วัฒนธรรมในต่างประเทศต้องนำรากที่แก่นวัฒนธรรมไทยแท้จริงๆไปจัดแสดง การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ให้มีชีวิต การต่อยอดงานวัฒนธรรมไปเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและสินค้าทางวัฒนธรรม
“สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำกับผู้บริหารและข้าราชการวธ.คือ จะทำอย่างไรให้คนไทยไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง เพราะวัฒนธรรมต่างชาติหลั่งไหลเข้ามามาก เป็นสิ่งที่เราต้องทำงานหนักเฝ้าดูอย่างไม่ละเลยต้องทำงานเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ผมเข้ามาสานงานต่อจากรัฐมนตรีสุกุมล โดยใช้นโยบายเดียวกัน สืบสาน สร้างสรรค์ บูรณาการ ที่จะทำให้งานออกมาตรงตามยุทธศาสตร์และตามนโยบายของรัฐบาล ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในการนำศิลปวัฒนธรรมมาเป็นโปรดักส์การท่องเที่ยวมาเชิดหน้าชูตาให้ประเทศ และต่อยอดในการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทย ให้ตรงตามเป้าหมายของรัฐบาลในปี 2558 ที่จะทำให้การท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ 2 ล้านล้านบาทด้วย”รมว.วัฒนธรรมกล่าว



