
'สพฐ.'ศึกษาเลื่อนเปิดเทอม2สัปดาห์
สพฐ.ยอมอ่อนข้อ อาจเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไป 2 สัปดาห์หรือไม่เกิน 20 วัน เพื่อสอดรับกับกำหนดเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยมากที่สุด เล็งฟันธงให้ได้ในเดือน พ.ย.
7พ.ย.2555 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังหารือกับ ศ.ดร.ศิริชัย กาญจนวาลี คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เพื่อหารือเรื่องการเลื่อนกำหนดเปิดภาคเรียนให้ตรงกับระบบของอาเซียนว่า คณบดี คณะครุศาสตร์ มาพบเพื่อหารือกับ สพฐ. ขอให้เลื่อนกำหนดเปิดภาคเรียนของโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานออกไป เพราะถ้า สพฐ.ยังยืนกรานเปิดภาคเรียนกลางเดือน พ.ค.ตามเดิมแล้ว จะส่งผลกระทบต่อนักศึกษาสายครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ตามหลักสูตรครู 5 ปีนั้น
หลังจากเรียนจบปี 4 แล้ว นักศึกษาจะต้องฝึกสอนให้ครบ 1 ปีจึงจะมีสิทธิ์ขอจบการศึกษา แต่ถ้ากำหนดการเปิดภาคเรียนของโรงเรียนจะไม่เลื่อนตาม นักศึกษาที่เรียนจบปี 4 แล้ว จะไม่สามารถเข้าไปฝึกสอนได้ทันภาคเรียนที่ 1 ของโรงเรียน จะต้องไปฝึกสอนในภาคเรียนที่ 2 แทน ทำให้นักศึกษาเสียเวลา และอาจส่งผลให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาล่าช้ากว่ากำหนด อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ กพฐ.ชี้แจ้งว่า สพฐ.น่าจะสามารถเลื่อนกำหนดเปิดภาคเรียนออกไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ หรือ 20 วัน
ด้าน ศ.ดร.ศิริชัย กล่าวว่า กำหนดเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยที่ปรับใหม่ให้เข้ากับระบบเปิดภาคเรียนของอาเซียนนั้น จะเริ่มใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 โดยให้เปิดภาคเรียนที่ 1 กลางเดือน ส.ค. ถึงกลางเดือน ธ.ค. และภาคเรียนที่ 2 เปิดภาคเรียนกลาง ม.ค.ถึงกลาง พ.ค. ขณะที่ สพฐ.เปิดภาคเรียนที่ 1 กลางเดือน พ.ค. เพราะฉะนั้น นักศึกษาที่เรียนจบปี 4 ซึ่งจะจบช่วงกลางเดือน พ.ค.จะสามารถเข้าไปฝึกสอนในโรงเรียนได้ทัน อาจทำให้ต้องสำเร็จการศึกษาล่าช้าออกไป แต่หากโรงเรียนเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไป 2 สัปดาห์ นักศึกษาก็จะมีเวลาเตรียมตัวเข้าฝึกสอนได้ทัน นอกจากนั้น หาก สพฐ.ประกาศเลื่อนกำหนดเปิดภาคเรียนออกไปจริง ก็จะทำโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยต่างๆ ซี่งจะสถานที่ฝึกสอนสำคัญของนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์นั้น กล้าเลื่อนกำหนดเปิดภาคเรียนออกไปตามด้วย
“ปัจจุบัน ระบบเปิดปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยและสพฐ.เหลื่อมล้ำกัน ถ้ามีการปรับให้ทั้ง 2 ระบบสอดคล้องกันแล้ว ก็จะทำให้ความขัดแย้งต่างๆ หายไป เป็นภาพที่ดีของจัดการศึกษา “ ศ.ดร.ศิริชัย กล่าว
ด้านนายชินภัทร กล่าวว่า ข้อสรุปเบื้องต้นนั้น สพฐ.จะเลื่อนกำหนดเปิดภาคเรียนออกไป 2 สัปดาห์ หรือ 20 วัน จากกลางเดือน พ.ค. เป็นต้นเดือน มิ.ย. แต่จะต้องนำข้อเสนอนี้ไปสอบถามความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ผู้ปกครอง และสถานศึกษา ซึ่งคงจะมีการจัดประชุมระดมความเห็นในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ เพราะการเลื่อนเปิดภาคเรียนของโรงเรียนขั้นพื้นฐานนั้น ถือว่า เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบสูง มีนักเรียนเกี่ยวข้องถึง 10 ล้านคน อย่างไรก็ตาม จะต้องได้คำตอบที่แน่ชัดว่า สพฐ.จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนเปิดภารเรียนภายในเดือน พ.ย.
ทั้งนี้ สพฐ.ไม่ได้พูดว่า จะไม่ยอมเลื่อนเปิดภาคเรียนให้ตรงกับอาเซียน เพียงแต่ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอให้ สพฐ.ต้องเลื่อน จากที่ สพฐ.ไปศึกษาระบบเปิดปิดภาคเรียนของโรงเรียนขั้นพื้นฐานทั้ง 10 ประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียน พบว่า มีกำหนดเปิดภาคเรียนในช่วงเวลาที่หลากหลาย ขณะเดียวกัน นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีถึง 10 ล้านคน ก่อนตัดสินเลื่อนหรือไม่เลื่อนเปิดภาคเรียนนั้น จึงต้องพิจารณาให้รอบครอบก่อน โดยเฉพาะการวิเคราะห์ผลกระทบที่จะตามมา อย่างไรก็ตาม หากสพฐ.ตัดสินใจเลื่อนกำหนดเปิดภารเรียนออกไปจริง ก็จะให้เริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2557 และคงต้องต้องมีการเลื่อนปฏิธินการรับนักเรียนตามด้วย
รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่าการเลื่อนเปิดภาคเรียนของสพฐ.ออกไป 2 สัปดาห์หรือ 20 วันนั้น อยากให้มีการพิจารณาว่าเพียงพอหรือไม่ เพราะหากการเลื่อนดังกล่าวเป็นการเลื่อนเพื่อสอดรับกับการเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น เลื่อนเพียง 2 สัปดาห์ คงไม่พอ แต่หากเป็นการเลื่อนเพื่อให้ครูสามารถฝึกงานได้ ในความเป็นจริงครูก็สามารถฝึกงานกับคุรุสภาก็ได้ หรือคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ที่มีโรงเรียนสาธิต อาจจะให้นิสิต/นักศึกษาไปฝึกงานก็ได้ อย่างไรก็ตาม การเลื่อนเปิดภาคเรียนของสพฐ.อยากให้มีการคิดรอบคอบไปถึงทุกวิชาชีพ ไม่ใช่คิดเพียงวิชาชีพครูอย่างเดียว เพราะต่อให้วิชาชีพครูเกี่ยวกับสพฐ.โดยตรงแต่อาชีพอื่นก็มีการฝึกงานเช่นเดียวกัน



