
'มะกัน'จี้ไทยคุมค้าสัตว์ป่า
สหรัฐอเมริกาจี้ไทยคุมค้าสัตว์ป่า หลังถูกจับตาศูนย์กลางค้าขายอื้อ
หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การค้าสัตว์ป่าในประเทศไทย โดยเฉพาะการค้าช้างและงาช้าง เนื่องจากมีการประเมินจากนานาชาติถึงประเด็นประเทศไทยเป็นจุดค้าขายงาช้างระหว่างประเทศ
ด้วยปัญหาดังกล่าวกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฎิบัติงานด่านตรวจสัตว์ป่าภายในบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าและส่งออกสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
นายธีรภัทร ประยูธสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบการปฎิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันการนำเข้าและส่งออกสัตว์ป่า และทางสหรัฐอเมริกาได้ขอให้ประเทศไทยให้ความร่วมมือในการเพิ่มมาตรการป้องกันการค้าขายงาช้างมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ค้าขายสัตว์ป่าแบบผิดกฎหมายจะนำเงินที่ได้ไปสนับสนุนการทำผิดในด้าต่างๆ ดังนั้นการเฝ้าระวังเข้มงวดการค้าสัตว์ป่าจึงถือเป็นการตัดตอนการก่อการทำผิดกฎหมายได้ด้วยเช่นกัน
สำหรับการลักลอบสัตว์ป่าที่ลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยนั่น ทั้งจากนำเข้ามาทางด่านพรมแดน ตามชายแดน ทางเรือ และทางเครื่องบิน ส่วนใหญ่จะถูกนำไปขายยังตลาดนัดจตุจักร เพราะถือเป็นตลาดค้าสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ลาดตรเวนเพื่อจับกุมผู้ค้าที่ลักลอบขายสัตว์ป่าเป็นประจำและต่อเนื่องทุกเดือน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์รณรงค์หยุดการซื้อ การขาย และการครอบครองสัตว์ป่าด้วย
นอกจากนี้ที่ผ่านมาจากสถิติการจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ และสัตว์ป่า ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ บริเวณตลาดนัดจตุจักร ตั้งแต่เดือน ต.ค.2554- ก.ย.2555 พบว่า มีผู้กระทำความผิดจำนวน 89 คดี จับผู้ต้องหาได้ 5 คดี ประมาณ 28-30 ราย ซึ่งสัตว์ป่าที่มีการลักลอบค้าขายมากเป็นอันดับ 1 คือ นก ได้ของกลางมากถึง 2,445 ตัว ส่วนสัตว์ป่าชนิดอื่นได้แก่ งู เต่า เสือโคร่ง และตะกรวด ขณะที่ภาพรวมการจับกุมทั้วประเทศ มีผู้กระทำความผิดทั้งสิ้น 139 คดี จับผู้ต้องหาได้ 28 คดี ได้สัตว์ป่าของกลาง แบ่งเป็น นก 5,044 ตัว สัตว์ป่าชนิดอื่นๆ งู เต่า เสือโคร่ง และตะกวด 306 ตัว และพบซากสัตว์ในกระเป๋า 2 ใบ
"แม้ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเดินลาดตระเวน จับกุมผู้ค้าที่ลักลอบขายสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง และสัตว์ตามภาคีอนุสัญญาไซเตสอย่างเข้มงวด แต่ส่วนมากการจับกุมส่วนใหญ่จะไม่สามารถจับตัวผู้ค้าได้ เนื่องจากผู้ค้าได้เปลี่ยนการขายโดยจะวางสัตว์ป่าทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ โดยไม่มีคนเฝ้า ซึ่งหากมคนสนใจจะซื้อก็จะรอดูท่าทีและจึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของเพื่อทำการตกลงราคาขาย ทำให้หลุดลอดการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จึงจับได้เพียงของกลางเท่านั้น"นายธีรภัทร กล่าว
นายธีรภัทร กล่าวอีกว่า นอกจากมาตรการในข้างต้นแล้ว ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพด่านตรวจสัตว์ป่าบริเวณแนวชายแดนทั่วประเทศ ทั้ง 36 แห่ง เพื่อเฝ้าระวังการลักลอบขนถ่ายสัตว์ป่าตามแนวชายแดน พร้อมทั้งร่วมประสานงานกับเครือข่ายปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายภูมิภาคอาเซียน หรือที่เรียกว่าอาเซียนเว็นด้วย
นอกจากนี้จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสัมภาระนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารทั้งเข้าและขาออกประเทศไทย บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยนำสุนัขที่ผ่านการฝึกเข้ามาช่วยตรวจสอบกระเป๋าผู้โดยสาร ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พบการลักลอบนำเต๋าดาวขนาดเล็ก ลูกเสือโคร่ง ลูกเสือดาว งูตัวเล็กๆ สีสันสวยงามซุกซ่อนมากับกระเป้าเดินทาง
ส่วนในปี 2556 ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดประชุม สมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่16 (CITES CoP 16) ระหว่างวันที่ 3-15 มี.ค.2556 โดยวาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้จะมีการถกข้อเสนอ ร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขบัญชีชนิดพันธุ์ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการค้าสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ



